ใช้ Deep Learning ติดตามเด็กทารกขณะหลับ ยับยั้งโรคเสียชีวิตเฉียบพลันในเด็กทารก

เป็นอีกการประยุกต์ใช้ Deep Learning ที่น่าสนใจเพื่อลดอัตราการเสียชีวิตของเด็กทารก แถมอนาคตจะเข้าใจได้ด้วยว่าเด็กทารกร้องไห้เพราะอะไร

babbycam_banner

โรค Sudden Infant Death Syndrome (SIDS) หรือในชื่อภาษาไทยว่าโรคเสียชีวิตเฉียบพลันในเด็กทารกนั้น ถือเป็นฝันร้ายของเหล่าพ่อแม่ลูกอ่อนเลยก็ว่าได้ เพราะเป็นโรคที่ยังไม่มีสาเหตุแน่ชัด และสิ่งที่พ่อแม่จะทำได้ก็คือการหมั่นติดตามดูแลลูกอ่อนอย่างใกล้ชิด ซึ่งเทคโนโลยีติดตามเด็กทารกส่วนใหญ่นั้นมีเพียงแค่การติดตามการหายใจและการเต้นของหัวใจที่ถือว่ายังไม่เพียงพอ

Benjamin Lui ผู้ก่อตั้ง BabbyCam และยังเป็นวิศวกรจาก NVidia จึงได้จับมือกับลูกสาว Elise Lui พัฒนาเทคโนโลยีเฝ้าติดตามเด็กทารกด้วย Deep Learning เพื่อวิเคราะห์พฤติกรรมของเด็กทารกบนเตียงหรือเปล โดยระบบสามารถจำแนกได้ว่าเด็กทารกตื่นหรือหลับอยู่, มีวัตถุอะไรกีดขวางการหายใจหรือไม่, ท่านอนมีความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตเฉียบพลันหรือไม่, เด็กทารกกำลังร้องไห้อยู่หรือเปล่า และอื่นๆ พร้อมมีการแจ้งเตือนไปยังผู้ปกครองได้แบบ Real-time และมีการบันทึกภาพย้อนหลังเป็น Time Lapse ให้ผู้ปกครองได้วิเคราะห์ด้วยว่าการจัดที่นอนมีความเสี่ยงหรือไม่

ระบบ BabbyCam นี้ยังเปิดให้ผู้ปกครองของเด็กทารกแต่ละคนใส่ข้อมูลเพิ่มเติมเข้าไปเพื่อให้ระบบเรียนรู้และมีความแม่นยำมากยิ่งขึ้นสำหรับเด็กเฉพาะคนได้อีกด้วย และในอนาคตทางทีมงาน BabbyCam เองนี้ก็จะมีการเพิ่มการเรียนรู้และจำแนกพฤติกรรมเด็กทารกในรูปแบบใหม่ๆ เข้าไป ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสอบอารมณ์ของเด็กทารก, การจำแนกประเภทของการร้องไห้แต่ละครั้งว่าเกิดจากอะไร หรือแม้แต่การบ้วนน้ำลาย

ปัจจุบัน BabbyCam นี้ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในหมู่พ่อแม่ลูกอ่อน เพราะเทคโนโลยีนี้มีส่วนช่วยในการลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับเด็กทารกในจริงในหลากหลายสถานการณ์

ภายในเทคโนโลยีของ BabbyCam นี้ได้ใช้ NVidia DIGITS, Caffe Deep Learning Framework และ NVidia Tesla GPU ประกอบกัน

ผู้ที่สนใจ BabbyCam สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ http://www.babbycam.com/ ส่วนผู้ที่อยากศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับโรคเสียชีวิตเฉียบพลันในทารก ลองศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ https://th.theasianparent.com/7-%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B5%E0%B8%A5%E0%B8%94%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%95%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%81%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%81-sids/ นะครับ

ที่มา: https://blogs.nvidia.com/blog/2016/10/30/babbycam-baby-monitor-deep-learning/

About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

NCSA ร่วมกับ Veeam ขอเชิญทุกท่านเข้าร่วมงานสัมมนาออนไลน์ในหัวข้อ “Data Trust ในยุค AI” [4 ส.ค. 2569 — 14.00น.]

NCSA ร่วมกับ Veeam ขอเชิญทุกท่านเข้าร่วมงานสัมมนาออนไลน์ในหัวข้อ “Data Trust ในยุค AI” เพื่อเรียนรู้กับการป้องกันไม่ให้ข้อมูลสำคัญขององค์กรหรือหน่วยงาน รั่วไหลไปกับการใช้งาน AI Agent ที่มีความรวดเร็วและซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ ด้วยมาตรการต่างๆ เช่น …

รายงาน 2026H1 Threat Review จาก Forescout ชี้ช่องโหว่พุ่ง 51% และ Ransomware เพิ่มขึ้น 25%

Forescout เผยรายงาน 2026H1 Threat Review วิเคราะห์แนวโน้มภัยคุกคามไซเบอร์ทั่วโลกในครึ่งแรกของปี 2026 พบช่องโหว่ที่ถูกเผยแพร่เพิ่มขึ้น 51% เมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่การอ้างการโจมตีด้วย Ransomware เพิ่มขึ้น 25%