Slack เพิ่มฟีเจอร์ด้านความมั่นคงปลอดภัย ตอบโจทย์การควบคุมข้อมูลขององค์กร

Slack ได้เพิ่มฟีเจอร์ด้านความมั่นคงปลอดภัยหลายรายการ ที่จะช่วยให้ผู้ดูแลสามารถควบคุมข้อมูลเพื่อตอบโจทย์ข้อบังคับในระดับองค์กรได้มากขึ้น พร้อมกันนี้ยังได้เผยแผนฟีเจอร์ในอนาคตด้วย

ฟีเจอร์ใหม่ที่ Slack ได้ปล่อยออกมาแล้วมีดังนี้

  • Secondary Authentication Controls – ผู้ดูแลสามารถตั้งค่า Slack ให้รองรับ Multi-factor Authentication ได้ เช่น Face ID หรือ Touch ID หรือ Passcode
  • Session Management Tool – ผู้ดูแลจะสามารถลบ Session การเข้าถึงของอุปกรณ์มือถือหรือเดสก์ท็อปของผู้ใช้ได้ หากผู้ใช้ทำอุปกรณ์หายหรือถูกขโมย
  • Domain Whitelisting Tool – ผู้ดูแลสามารถกำหนด Workspace ที่ใช้การเข้าถึงเครือข่ายขององค์กรได้เพื่อป้องกันการเข้าถึงที่ไม่ได้รับอนุญาต ทั้งนี้จะช่วยยกระดับการปกป้องข้อมูลที่มีความละเอียดอ่อนและช่วยทีมติดตามได้
  • Restrictions Download and Copying on mobile – องค์กรจะสามารถควบคุมวีธีการเข้าถึงและใช้งานข้อมูลได้มากขึ้น โดยเฉพาะข้อมูลในด้าน Finance และ Healthcare

แผนการของฟีเจอร์ใหม่ๆ ที่จะออกมาในอนาคต

  • Session Management Control – ผู้ดูแลสามารถใช้หน้า Admin Dashboard ของ Slack เพื่อกำหนดจำนวนอุปกรณ์ของพนักงานที่สามารถล็อกอินใช้งานได้พร้อมๆ กันได้
  • Device Jailbreak Detection – สามารถตรวจสอบได้ว่าอุปกรณ์ถูก jailbreak หรือไม่และบล็อกการเข้าถึง
  • Require App Upgrade – สามารถตรวจสอบและกำหนดได้ว่าให้ใช้ Slack เวอร์ชันล่าสุดในการเข้าถึง
  • Blocking File Download – บล็อกการดาวน์โหลดไฟล์จากไอพีของ Desktop ที่ไม่ได้รับการอนุญาต
  • Mobile Browser Control Feature – กำหนดให้เปิดลิงก์ที่ถูกแชร์ใน Slack ด้วย Browser ที่ระบุเท่านั้น

ที่มา :  https://www.techrepublic.com/article/slacks-new-security-features-give-enterprise-admins-more-control-over-data/ และ  https://techcrunch.com/2019/08/06/slack-makes-some-key-security-enhancements/

About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

MFEC ชวน เจาะลึก 3 ผลิตภัณฑ์ AI จาก Tencent Cloud: TokenHub, WorkBuddy และ CodeBuddy — องค์กรไทยควรเริ่มต้นจากตัวไหน? [Guest Post]

TokenHub = แพลตฟอร์มแบบรวมศูนย์ ที่รวบรวม LLM หลายตัวไว้ด้วยกัน เข้าถึงได้ผ่าน API เดียว และคิดค่าบริการตามจำนวนโทเค็นที่ใช้งานจริง WorkBuddy = AI Agent บนเดสก์ท็อปที่สั่งงานได้ผ่านแอปแชทที่มีอยู่แล้ว …

AIS Business พลิกมุมคิด ยกระดับ IT องค์กรยุคใหม่ ตอบรับเทรนด์ AI Shift ด้วย IT Infrastructure ที่พร้อมรองรับ AI ได้อย่างมั่นใจ

ท่ามกลางความร้อนแรงของเทคโนโลยี AI ที่เปิดตัวใหม่ไม่เว้นวัน ทำให้ธุรกิจองค์กรทั่วโลกรวมถึงไทยนั้นต่างตื่นตัวเป็นอย่างมากกับกระแสการมาของ AI ที่เริ่มสามารถนำมาใช้งานจริงได้ในภาคธุรกิจองค์กรยิ่งกว่าที่เคย