การเลือก PDU ที่ใช่ เพื่อใช้ใน Data Center ของคุณ

อะไรคือ Power Distribution Unit?

ภายใน Data Center แต่ละแห่งนั้น ประกอบไปด้วยองค์ประกอบหลักหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นโซลูชันแร็ค, พลังงาน และระบบเครือข่าย ในบทความนี้ เราจะอธิบายเจาะลึกเกี่ยวกับ Power Distribution หรือ PDU ที่มีความสามารถตรงตามชื่อ ซึ่งก็คือการกระจายแจกจ่ายพลังงานจากภายในอาคารไปยังอุปกรณ์ที่หลากหลายที่ติดตั้งอยู่ภายใน Data Center หรือแร็ค

Figure 1 คุณอาจจะเคยเห็นอุปกรณ์เหล่านี้ภายใต้พื้น Data Center ของคุณมาก่อน

อุปกรณ์เหล่านี้มักถูกติดตั้งอยู่โดยผู้บริหารจัดการ Data Center หรืออาคาร เพื่อช่วยให้การจ่ายพลังงานไปยัง Data Center ของคุณมีประสิทธิภาพมากขึ้น PDU ของเราที่เชื่อมต่อกับอุปกรณ์เหล่านี้และถูกติดตั้งอยู่ภายในแร็คเพื่อจ่ายพลังงานไปยังอุปกรณ์ต่างๆ ผ่านทางช่องสำหรับเสียบปลั๊กที่มีให้ใช้งานเพิ่มเติม

คุณอาจจะคุ้นเคยกับคำศัพท์อย่างเช่น PDU, iPDU (Intelligent Power Distribution Unit), rPDU (Remote Power Distribution Unit) หรือ Smart PDU ซึ่งคำเหล่านี้ถูกใช้เพื่ออ้างอิงถึงผลิตภัณฑ์เดียวกันในรุ่นที่แตกต่างกันออกไป

ตัวอักษรย่อเหล่านี้ถูกใช้เพื่ออธิบายถึงผลิตภัณฑ์เดียวกันอย่าง Power Distribution Unit (PDU) ที่มีข้อแตกต่างกันในแง่ของการมีพอร์ต Ethernet สำหรับการตรวจสอบและแจ้งเตือนจากระยะไกลผ่านเว็บ มีผู้ผู้ผลิต PDU หลายรายซึ่งนำเสนอทางเลือกจำนวนมาก และผู้ผลิตแต่ละรายก็อาจจำแนก PDU ออกเป็น 2-6 กลุ่มตามแนวทางการออกแบบอุปกรณ์

ในการเลือกใช้งาน PDU จากผลิตภัณฑ์ตระกูลใดๆ โดยทั่วไปแล้วคำถามแรกที่เกิดขึ้นนั้นก็มักเกี่ยวกับการพิจารณาชนิดของ PDU ที่ต้องการใช้งาน

Figure 2 ประเภทของ PDU

คุณต้องการตรวจสอบหรือบริหารจัดการ PDU หรือไม่?

หากจะพูดให้เข้าใจง่ายก็คือ คุณต้องการความสามารถในการบริหารจัดการ PDU จากระยะไกลหรือไม่? หรือคุณต้องการเพียงแค่อุปกรณ์สำหรับจ่ายไฟเท่านั้น? การเลือกปประเด็นนี้จะขึ้นอยู่กับงบประมาณของคุณและรูปแบบการดำเนินงานของคุณ ถ้าหากคุณต้องการใช้ PDU เพื่อจ่ายไฟเป็นหลัก การเลือกใช้ PDU ที่ไม่มีความสามารถในการตรวจสอบจัดการก็อาจเพียงพอแล้ว อย่างไรก็ดี ถ้าหากคุณต้องบริหารจัดการ Data Center ขนาดใหญ่และมีอุปกรณ์ในแร็คที่หลากหลาย รวมถึงมี DCIM สำหรับจัดการระบบที่ไม่มีคนในพื้นที่คอยดูแลหรือในพื้นที่ห่างไกล, หรือต้องการปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงานภายใน Data Center การเลือกใช้อุปกรณ์ที่สามารถตรวจสอบบริหารจัดการได้ก็จะเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่า

Figure 3 PDU ทั่วไป

PDU ทั่วไปนั้นก็คือ PDU ธรรมดาที่สามารถจ่ายพลังงานไฟฟ้าได้โดยไม่มีอุปกรณ์อื่นใดเพิ่มเติม ดังเช่นใน Figure 2 ที่แสดงให้เห็นว่า PDU ทั่วไปนั้นก็คือ PDU สำหรับจ่ายพลังงานโดยไม่มีส่วนเสริมใด

Figure 4 Metered PDU (ภาพตัวอย่างจากการค้นหาออนไลน์)

ลำดับถัดมาจาก PDU ทั่วไปก็คือ Metered PDU ซึ่งถึงแม้ Panduit จะไม่มีผลิตภัณฑ์ในกลุ่มนี้ แต่เราก็มีภาพประกอบจากการค้นหาออนไลน์ (Figure 3) เพื่อให้คุณเห็นภาพมากขึ้น

Metered PDU จะมีความสามารถพื้นฐานที่เหมือนกับ PDU ทั่วไป แต่เพิ่มเติมอุปกรณ์สำหรับวัดกระแสไฟฟ้าเข้ามา อย่างไรก็ดี การตรวจสอบกระแสไฟฟ้าจะเกิดขึ้นได้ที่หน้าอุปกรณ์เท่านั้น ทำให้ต้องเข้าไปตรวจสอบ PDU ด้วยตนเองทุกครั้งเพื่อทราบถึงข้อมูลดังกล่าว

เราไม่ทำการผลิตอุปกรณ์ในกลุ่มนี้ เนื่องจากอุปกรณ์กลุ่มนี้มีความสามารถที่คล้ายคลึงกับ PDU ทั่วไปมากเกินไป และราคาก็อยู่ระหว่าง PDU ทั่วไปและ PDU ในลำดับถัดไป จากการตรวจสอบของเราชี้ให้เห็นว่า PDU กลุ่มนี้กำลังมีความต้องการที่น้อยลงในปัจจุบัน

คราวนี้มาลองเจาะลึกถึง PDU ประเภที่ได้รับความนิยมมากที่สุดกันบ้าง

Monitored Input PDU

Figure 5 Monitored Input PDU

อุปกรณ์จ่ายพลังงานที่สามารถเชื่อมต่อ Internet ได้นั้นคือคำอธิบายที่ง่ายที่สุดสำหรับ PDU กลุ่มนี้ ในฐานะของอุปกรณ์ที่คุ้มค่าต่อราคามากที่สุดในกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่สามารถติดตามบริหารจัดการได้ ทำให้อุปกรณ์นี้ได้รับความนิยมสูงสุด โดยอุปกรณ์นี้จะทำให้คุณสามารถตรวจสอบการใช้พลังงานได้, ปรับแต่งได้หลากหลาย เช่น เพิ่มการตรวจสอบอุณหภูมิ (ด้วยการซื้อ Sensor มาติดตั้งเพิ่ม) และการรับการแจ้งเตือนโดยอัตโนมัติเมื่อเกิดเหตุการณ์ใดๆ ขึ้น

Monitored Input PDU มีส่วนผสมที่ลงตัวในแง่ของความสามารถและราคา ใน Figure 5 คุณจะสังเกตได้ว่ามีพอร์ต Ethernet เพิ่มเติมเข้ามาอยู่ทางด้านขวา ซึ่งพอร์ตเหล่านี้จะถูกใช้เพื่อเชื่อมต่อไปยัง Internet หรือระบบเครือข่าย ส่งผลให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึง PDU ได้จากระยะไกล และรับข้อความแจ้งเตือนได้

กรณีการใช้งาน Monitored Input PDU โดยทั่วไปนั้นได้แก่:

  1. การเข้าถึง PDU จากระยะไกลเพื่อตรวจสอบการใช้พลังงานไฟฟ้าสำหรับวางแผนติดตั้งอุปกรณ์เพิ่ม หรือคำนวณการใช้พลังงานไฟฟ้าโดยเฉลี่ย
  2. การกำหนดค่าขอบเขตการแจ้งเตือน เช่นอัตราการใช้พลังงาน เพื่อรับอีเมล์แจ้งเตือนเมื่อการใช้พลังงานใกล้ขอบเขตที่จะใช้พลังงานมากเกินไป หรือเมื่อมีการใช้พลังงานมากจนเกินไป
  3. การเชื่อมต่อซอฟต์แวร์ DCIM หรือ BMS เพื่อตรวจสอบการใช้พลังงานภายใน Data Center

Monitored Output PDU คืออุปกรณ์ในลำดับถัดไป โดยถึงแม้อุปกรณ์รุ่นก่อนหน้าจะสามารถติดตามการใช้พลังงานในขาเข้าของ PDU ทั้งชุดได้ แต่ Monitored Output PDU จะทำการตรวจสอบในแง่ตรงข้าม ซึ่งก็คือการตรวจสอบการจ่ายพลังงานขาออกของ PDU ทั้งหมดแทน เพื่อใช้วัดอัตราการใช้พลังงาน

อย่างไรก็ดี อุปกรณ์รุ่นนี้ไม่ได้ถูกพบเห็นได้บ่อยมากนัก เนื่องจากผู้ใช้งานมักมีความต้องการในการตรวจสอบว่า ช่องจ่ายไฟช่องใดมีอัตราการใช้พลังงานเท่าไหร่ ด้วยเหตุนี้ อุปกรณ์ในลำดับถัดไปจึงถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ดังกล่าว

Figure 6 Monitored Switched PDU

Monitored Switched PDU เป็นอุปกรณ์ลำดับถัดไปจาก Monitored Output PDU ซึ่งได้มีการเพิ่มความสามารถในการควบคุมช่องจ่ายไฟขจอง PDU โดยมีความสามารถหลักด้วยกัน 3 ประการ ซึ่งผู้ใช้งานจะสามารถทำสิ่งต่างๆ ดังต่อไปนี้ได้:

  • เปิดการจ่ายไฟของช่องปลั๊กไฟได้จากระยะไกล
  • ปิดการจ่ายไฟของช่องปลั๊กไฟได้จากระยะไกล
  • ทำการ Restart (หรือเรียกว่า Power Cycling) ในช่องปลั๊กไฟได้

นอกเหนือจากความสามารถหลักเหล่านี้แล้ว ผู้ใช้งานยังสามารถทำการจัดกลุ่มของช่องปลั๊กไฟเพื่อทำการควบคุมการเปิดปิดเป็นกลุ่มได้ ป้องกันกรณีการใช้พลังงานไฟฟ้าพร้อมกันมากเกินไป

ความสามารถในการ Restart ช่องปลั๊กไฟที่เชื่อมต่อกับอุปกรณ์นั้นจะมีประโยชน์ในการบริหารจัดการพื้นที่ห่างไกล เมื่อไม่สามารถทำการ Ping หรือเชื่อมต่ออุปกรณ์ใดๆ ได้ การทำ Power Cycling จากระยะไกลนั้นก็จะทำให้สามารถแก้ไขปัญหาและกำจัดความน่าจะเป็นของสาเหตุที่เกี่ยวข้องกับระบบเครือข่ายหรือพลังงานในการแก้ไขปัญหานั้นๆ ได้

สำหรับ PDU ประเภทสุดท้ายก็คือ Monitored Switched Per Outlet ซึ่งเป็น PDU ระดับสูงสุดที่รวมความสามารถของ PDU รุ่นก่อนหน้าทั้งหมดเอาไว้ด้วยกัน ทำให้สามารถตรวจสอบการใช้พลังงานสำหรับแต่ละช่องปลั๊กไฟได้ พร้อมกับสามารถควบคุมการจ่ายไฟในแต่ละช่องได้อีกด้วย

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา PDU กลุ่มนี้ได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นใน Co-location Data Center และ Multi Tenanted Data Center ซึ่งผู้ใช้งานต้องการทราบถึงรายละเอียดว่าแต่ละอุปกรณ์มีการใช้พลังงานมากน้อยเพียงใด

นอกจากนี้ PDU กลุ่มนี้ยังสามารถนำไปใช้งานภายใน Data Center ขององค์กรซึ่งฝ่าย IT รับบทบาทในฐานะของผู้สร้างรายได้ให้กับองค์กร และออกใบเสร็จไปยังแผนกต่างๆ ตามปริมาณพลังงานที่ใช้สำหรับแต่ละอุปกรณ์ ซึ่งถึงแม้ PDU ดังกล่าวนี้จะมีราคาสูงที่สุดเมื่อเทียบกับ PDU ที่เหลือทั้งหมด แต่ราคาก็ค่อยๆ ลดลงมาตามราคาของชิปและโลหะที่ใช้ที่เริ่มมั่นคงมากขึ้นในช่วงที่ผ่านมา

รูปแบบอุปกรณ์

Figure 7 ประเภทต่างๆ ของรูปแบบอุปกรณ์

หลังจากที่ทำการเลือกชนิดของ PDU เรียบร้อยแล้ว คุณก็จะยังมีทางเลือกระหว่าง Rack-Mounted PDU ซึ่งมักจะมีขนาด 1U หรือ 2U ดังแสดงข้างต้น (Figure 7) หรือแบบ 0U ที่ติดตั้งในแนวตั้ง 0U PDU นั้นถูกใช้งานอย่างแพร่หลายใน Data Center เนื่องจากอุปกรณ์เหล่านี้ไม่ต้องใช้พื้นที่ในตู้ Rack โดยในการใช้งานทั่วไป คุณสามารถติดตั้ง PDU ได้สูงสุดถึง 4 ชุดต่อแร็ค แม้ว่าการติดตั้ง 2PDU ต่อแร็คจะเป็นแนวทางที่พบเห็นได้บ่อยกว่าเพื่อทำ Redundancy สำหรับการจ่ายพลังงานก็ตาม

พลังงานในขาเข้าและขาออก

ขั้นตอนสุดท้ายในการเลือก PDU ก็คือการทำความเข้าใจถึงพลังงานที่คุณต้องการ และพลังงานที่มีให้ใช้ในสภาพแวดล้อมของคุณ

Figure 8 ประเภทของหัวเชื่อมต่อพลังงาน (PDU)

การเลือกประเภทของพลังงานพร้อมกับหัวเชื่อมต่อพลังงานขาเข้าจะช่วยให้คุณลดความซับซ้อนด้านการเชื่อมต่อที่หน้างานลงได้

Single Phase (Figure 9) และ Three Phase (Figure 10)

นั้นสามารถจำแนกได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากการมีสีระบุตามมาตรฐาน โดย Single Phase จะมีสีน้ำเงิน และ Three Phase จะมีสีแดง คุณสามารถตรวจสอบกับผู้บริหารอาคารหรือพื้นที่เพื่อพิจารณาว่ามีพลังงานประเภทใดให้ใช้ในพื้นที่ของคุณบ้าง

การสังเกตเบื้องต้นภายใน Data Center ของคุณจะแสดงให้เห็นว่ารุ่น Single Phase นั้นมักจะเป็น PDU ที่พบเห็นได้บ่อยที่สุด แม้ว่าอุปกรณ์แบบ Three Phase จะเริ่มมีความแพร่หลายมากขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมาจากความหนาแน่นของอุปกรณ์ก็ตาม

สรุปข้อแนะนำ

Data Center นั้นไม่สามารถใช้งานได้หากปราศจาก Power Distribution Unit ดังนั้นในการเลือก PDU ผู้ใช้งานจะต้องมีข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งที่มีอยู่ให้ครบถ้วนก่อนจะทำการตัดสินใจเลือกอุปกรณ์ให้สอดคล้องกับการใช้งานและงบประมาณ วิธีการที่ง่ายดายในการประเมินนั้นก็คือการตอบคำถาม 3 ข้อดังนี้

  1. คุณต้องการตรวจสอบ PDU ที่ระดับใด?
  2. คุณต้องการติดตั้ง PDU ด้วยวิธีการใด?
  3. พลังงานที่มีให้ใช้อยู่ในรูปแบบใด?

About Pawarit Sornin

- จบการศึกษา ปริญญาตรี สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต - เคยทำงานด้าน Business Development / Project Manager / Product Sales ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Wireless Networking และ Mobility Enterprise ในประเทศ - ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

Salesforce เข้าซื้อกิจการ Fin มูลค่าราว 3,600 ล้านดอลลาร์ เสริมแกร่ง AI Agent งานบริการลูกค้า

Salesforce ประกาศลงนามข้อตกลงขั้นสุดท้ายเข้าซื้อกิจการ Fin ผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม customer agent ในมูลค่าราว 3,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อนำเทคโนโลยี AI Agent สำหรับงานบริการลูกค้ามาเสริมความสามารถให้กับ Agentforce

Cisco ออกแพตช์แก้ช่องโหว่ Zero-day บน Catalyst SD-WAN Manager ที่ถูกใช้โจมตียกระดับสิทธิ์เป็น root

Cisco ปล่อยอัปเดตด้านความปลอดภัยแก้ช่องโหว่บน Catalyst SD-WAN Manager (เดิมคือ SD-WAN vManage) หลังพบว่าถูกใช้โจมตีจริงในลักษณะ Zero-day เพื่อยกระดับสิทธิ์เป็น root บนระบบที่ได้รับผลกระทบ