Cowboy Space สตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีอวกาศ เปิดเผยว่าบริษัทระดมทุนได้ 275 ล้านดอลลาร์ ด้วยมูลค่ากิจการ 2 พันล้านดอลลาร์

Index Ventures เป็นผู้นำในการระดมทุนรอบ Series B โดยมี NEA, IVP และนักลงทุนสถาบันอีกหลายรายเข้าร่วม พร้อมกับ Baiju Bhatt ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Cowboy Space ซึ่งเคยร่วมก่อตั้ง Robinhood Markets มาก่อน การระดมทุนครั้งนี้ทำให้ยอดรวมเงินทุนจากภายนอกของบริษัทพุ่งสูงถึง 355 ล้านดอลลาร์
Cowboy Space เป็นหนึ่งในสตาร์ทอัพหลายแห่งที่พยายามปรับใช้ศูนย์ข้อมูลปัญญาประดิษฐ์ในอวกาศ แรงจูงใจหลักคือความอุดมสมบูรณ์ของพลังงานแสงอาทิตย์ที่มีอยู่ในวงโคจร
แผงโซลาร์เซลล์สามารถผลิตไฟฟ้าในอวกาศได้มากกว่าบนพื้นโลกอย่างมาก เนื่องจากประสิทธิภาพไม่ลดลงจากการดูดซับแสงของชั้นบรรยากาศ ยิ่งไปกว่านั้น แผงโซลาร์เซลล์ในวงโคจรยังสามารถวางในมุมตั้งฉากกับดวงอาทิตย์เพื่อเพิ่มการผลิตพลังงานให้สูงสุด ขณะที่บนพื้นโลก ฟาร์มโซลาร์เซลล์จะตั้งฉากกับดวงอาทิตย์ได้เพียงในช่วงเวลาจำกัดเท่านั้น
Cowboy Space เปิดตัวเมื่อปีที่แล้วภายใต้ชื่อ Aetherflux แผนเดิมของบริษัทคือการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ในวงโคจรและส่งพลังงานที่ผลิตได้ลงมาในรูปแบบของแสงอินฟราเรด แต่ก่อนจะถึงรอบการระดมทุน บริษัทได้เปลี่ยนมาใช้แผงโซลาร์เซลล์เหล่านั้นเพื่อจ่ายไฟให้กับศูนย์ข้อมูลในวงโคจรระดับต่ำของโลกแทน
ข้อมูลจาก TechCrunch ระบุว่า โมดูลศูนย์ข้อมูลแต่ละชุดของบริษัทจะให้กำลังการประมวลผล 1 เมกะวัตต์ โดยใช้หน่วยประมวลผลกราฟิกประมาณ 800 ตัว ซึ่งชิปเหล่านี้ อุปกรณ์ประมวลผลเสริม และส่วนประกอบอื่น ๆ ของโมดูลศูนย์ข้อมูลมีน้ำหนักรวมกันประมาณ 20 ถึง 25 ตัน
ระบบนี้ใช้พื้นฐานจาก Space-1 Vera Rubin Module ที่ Nvidia เปิดตัวไปเมื่อต้นปีนี้ ซึ่งเป็นเวอร์ชันปรับปรุงของตัวเร่งความเร็ว Vera Rubin ของบริษัท โดยรวมเอาหน่วยประมวลผลกลาง 88 คอร์ เข้ากับกราฟิกการ์ดรุ่น Rubin จำนวนสองตัว ชิป Rubin เพียงตัวเดียวสามารถมอบประสิทธิภาพได้ถึง 50 เพตาฟลอปส์ เมื่อประมวลผลข้อมูล NVFP4
บริษัทยังวางแผนที่จะสร้างไม่เพียงแค่โมดูลศูนย์ข้อมูล แต่รวมถึงจรวดที่จะนำพวกมันขึ้นสู่วงโคจรด้วย โดยปกติจรวดขนส่งอวกาศจะประกอบด้วยสองส่วน คือส่วนที่หนึ่งที่ทำหน้าที่ยกตัวออกจากชั้นบรรยากาศ และส่วนที่สองซึ่งบรรทุกสินค้า โดยปกติแล้วส่วนที่สองจะเป็นโมดูลที่ใช้ครั้งเดียวทิ้งซึ่งจะลอยเคว้งคว้างไปหลังจากปล่อยสินค้าเสร็จสิ้น
Cowboy Space วางแผนที่จะใช้แนวทางที่ต่างออกไป โดยบริษัทตั้งใจจะใช้ส่วนที่สองของจรวดเป็นตู้บรรจุศูนย์ข้อมูล ซึ่งจะช่วยลดความจำเป็นในการทิ้งอุปกรณ์ และคาดว่าการจัดการนี้จะช่วยลดต้นทุนฮาร์ดแวร์ได้
กำลังการผลิต 1 เมกะวัตต์ของโมดูลศูนย์ข้อมูลบริษัทนั้นเป็นเพียงเศษเสี้ยวของกำลังการประมวลผลที่มีในสภาพแวดล้อม AI บนพื้นโลก ด้วยเหตุนี้ บริษัทจึงอาจต้องเชื่อมต่อโมดูลศูนย์ข้อมูลหลายชุดเข้าด้วยกันเป็นคลัสเตอร์ อย่างไรก็ตาม Cowboy Space ยังไม่ได้ระบุว่าจะดำเนินการดังกล่าวอย่างไร
ด้านคู่แข่งอย่าง Starcloud มีแผนที่จะติดตั้งโมดูลศูนย์ข้อมูลหลายชุดเข้ากับโครงสร้างรองรับเดียวที่มีแผงโซลาร์เซลล์ขนาด 6.1 ตารางไมล์ ในทางทฤษฎี โครงสร้างดังกล่าวสามารถติดตั้งเครือข่ายที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการเคลื่อนย้ายแพ็กเก็ตข้อมูล ส่วนอีกทางเลือกหนึ่งคือการให้โมดูลศูนย์ข้อมูลแลกเปลี่ยนข้อมูลแบบไร้สายโดยใช้เครื่องส่งสัญญาณเลเซอร์
Cowboy Space วางแผนที่จะส่งดาวเทียมดวงแรกในปีหน้า และในระยะยาว บริษัทหวังที่จะลดต้นทุนการส่งด้วยการสร้างจรวดที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้
อย่างไรก็ตาม บริษัทอาจต้องเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรงจากจรวด Starlink รุ่นถัดไปของ SpaceX ที่มีส่วนที่สองแบบนำกลับมาใช้ใหม่ได้และมีความสามารถในการบรรทุกสูงสุดถึง 150 ตัน หรือมากกว่าน้ำหนักโมดูลศูนย์ข้อมูลของ Cowboy Space ถึง 7.5 เท่า ซึ่ง SpaceX ก็ได้ระบุไว้แล้วว่ามีแผนที่จะปรับใช้โครงสร้างพื้นฐาน AI ในวงโคจรเช่นเดียวกัน
ที่มา: https://siliconangle.com/2026/05/11/cowboy-space-raises-275m-build-orbital-ai-data-centers/
TechTalkThai ศูนย์รวมข่าว Enterprise IT ออนไลน์แห่งแรกในประเทศไทย






