รายงาน Uptime Institute ชี้ดาต้าเซ็นเตอร์ล่มน้อยลง แต่เมื่อล่มแต่ละครั้งรุนแรงขึ้นและค่าเสียหายสูงขึ้น

Uptime Institute เผยรายงาน Annual Outage Analysis ฉบับล่าสุด ระบุว่าดาต้าเซ็นเตอร์มีความน่าเชื่อถือดีขึ้นในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา แต่เมื่อเกิดเหตุขัดข้องขึ้นจริง กลับใช้เวลาแก้ไขนานขึ้นและมีค่าเสียหายสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

จากผลสำรวจพบว่ามีเพียงครึ่งหนึ่งของผู้ให้บริการที่รายงานว่าเคยประสบเหตุขัดข้องระดับร้ายแรงในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นตัวเลขต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2020 และสะท้อนแนวโน้มที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม อัตราการลดลงของเหตุขัดข้องกลับชะลอตัวลง ซึ่งชี้ว่าความพยายามปรับปรุง Resiliency ที่ทำอยู่อาจเริ่มถึงจุดกลับตัวแล้ว ทั้งนี้ ปัจจัยที่ฉุดรั้งการปรับปรุงไม่ได้เกิดจากความประมาท แต่เป็นเพราะความซับซ้อนของระบบที่เพิ่มขึ้นจากการ Deploy โครงสร้างพื้นฐานที่ใช้พลังงานสูงสำหรับงาน AI Training และ Inference โดย Uptime Institute เตือนว่า Rack Density ที่สูงขึ้น ภาระงานที่ผันผวน และการใช้พลังงานใกล้ขีดจำกัด อาจเพิ่มความเสี่ยงของการล้มเหลวแบบลูกโซ่ได้

ปัญหาด้านระบบไฟฟ้ายังคงเป็นสาเหตุหลักของเหตุขัดข้องระดับรุนแรง แต่สัดส่วนลดลงจาก 54% ในปี 2024 เหลือ 45% ในปี 2025 ขณะเดียวกันการขาดแคลนอุปกรณ์โครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ เช่น Generator, Switchgear และ Transformer ทำให้ผู้ให้บริการบางรายต้องหันไปใช้อุปกรณ์มือสองหรืออุปกรณ์ที่ยังไม่ผ่านการพิสูจน์ ซึ่งเชื่อว่าเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดเหตุขัดข้องในบางดาต้าเซ็นเตอร์ นอกจากนี้ ปัญหาจากภายนอกอย่างสายไฟเบอร์ขาดและเครือข่ายขัดข้องก็กลายเป็นสาเหตุที่พบบ่อยขึ้น โดย Networking ยังคงเป็นปัจจัยที่ถูกอ้างถึงมากที่สุดในกรณี IT Service Disruption ถึงแม้ว่าตัวดาต้าเซ็นเตอร์เองจะไม่ได้ล่มก็ตาม

ข่าวดีคือการนำ Software-defined Networking และระบบ Automated Traffic Rerouting มาใช้อย่างแพร่หลาย ช่วยลดผลกระทบจากเหตุขัดข้องเฉพาะจุดได้ดีขึ้น โดย 20% ของผู้ตอบแบบสำรวจระบุว่าไม่เคยเกิด IT Service Outage เลยในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ซึ่งดีขึ้น 9% จากปี 2024 อย่างไรก็ตาม เมื่อเหตุขัดข้องเกิดขึ้น กลับใช้เวลาแก้ไขนานขึ้น โดยสัดส่วนของเหตุขัดข้องที่ยาวนานกว่า 48 ชั่วโมงเพิ่มขึ้นเป็นปีที่สองติดต่อกัน และ 1 ใน 5 ของเหตุขัดข้องมีค่าเสียหายรวมเกิน 1 ล้านดอลลาร์ ซึ่ง Uptime Institute คาดว่าตัวเลขนี้จะยังคงเพิ่มสูงขึ้นต่อไปในอนาคต

ที่มา: https://www.theregister.com/on-prem/2026/05/13/datacenters-are-having-fewer-but-bigger-failures/5239951

About เด็กฝึกงาน TechTalkThai หมายเลข 1

นักเขียนผู้มีความสนใจใน Enterprise IT ด้วยประสบการณ์กว่า 10 ปีในไทย ปัจจุบันใช้ชีวิตอยู่ที่สหรัฐอเมริกา แต่ยังคงมุ่งมั่นในการแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ด้านเทคโนโลยีให้กับทุกคน

Check Also

Anthropic เปิดตัว Claude for Small Business ชุดเครื่องมือ AI สำหรับธุรกิจขนาดเล็ก

Anthropic เปิดตัว Claude for Small Business ชุด Connector และ Workflow สำเร็จรูปที่เชื่อมต่อ Claude เข้ากับเครื่องมือที่ธุรกิจขนาดเล็กใช้งานอยู่แล้ว เช่น QuickBooks, …

SAP จับมือ Anthropic เตรียมนำ Claude มาสู่ SAP Business AI Platform

ในงาน SAP Sapphire ทาง SAP และ Anthropic ได้ออกมาประกาศความร่วมมือในการผสานความสามารถด้าน Agentic AI ของ Claude เข้ากับ SAP Business AI Platform เพื่อขับเคลื่อนกลยุทธ์ Autonomous Enterprise ในยุคแห่ง Agentic AI