[Guest Post] การ์ดไซเบอร์ก็ห้ามตก Security Awareness “เรื่องง่ายๆ แต่มองข้ามไม่ได้”

Security Awareness Training เป็นการเรียนให้รู้เท่าทันถึงภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่ใกล้ตัวในระดับผู้ใช้งานผู้บริหารหรือ IT ซึ่งแน่นอนว่าเนื้อหาในการเรียนนั้นจะมุ่งเน้นไปที่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงเพื่อให้ผู้เรียนนั้นทราบถึงรูปแบบการโจมตีในลักษณะต่างๆทางไซเบอร์เช่น Phishing, Spear Phishing, Drive by Download, Email SCAM, Malware Infected และอื่นๆโดยคาดหวังให้ผู้เรียนทราบถึงหลักการที่ Hacker นั้นจะทำการโจมตีในเทคนิคต่างๆหรือจะมาในรูปแบบไหนได้บ้างรวมถึงถ้าหากผู้เรียนถูกโจมตีจะส่งผลกระทบอย่างไรกับเราหรือข้อมูลของเราซึ่งอาจหมายถึงข้อมูลที่เป็นความลับภายในองค์กรด้วยทั้งนี้ก็เพื่อให้พนักงานในองค์กรนั้นเกิดความตระหนักว่าก่อนจะทำอะไรก็ตามการใช้เทคโนโลยีเราควรจะต้องระมัดระวังภัยร้ายต่างๆที่อาจจะมาจากการกระทำของเราด้วยเช่นการ Download File หรือการกด Link เป็นต้น

อย่างไรก็ดีการทำ Security Awareness Training นั้นเป็นกลไกที่สำคัญมากในการป้องกันภัยคุกคามทางไซเบอร์ดังที่มีคำกล่าวว่า “การป้องกันภัยทางไซเบอร์นั้นจะต้องประกอบไปด้วยPeople, Process, Technology” ซึ่งในส่วนของ Security Awareness Training นั้นอยู่ในส่วนของ People เป็นการเสริมสร้างความตระหนักด้านความปลอดภัยโดยให้พนักงานไม่ตกเป็นเหยื่อของการโจมตีเพื่อเป็นแรงหนุนให้กับด้านProcess หรือ Technology ต่อไป

ปัญหาสำคัญของ Security Awareness Training ในช่วง Covid-19 และในยุค New Normal

จากที่ได้กล่าวมาข้างต้นการทำ Security Awareness Training นั้นถือได้ว่าเป็นงานใหญ่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการฝึกอบรมและแผนก IT Security เลยก็ว่าได้เพราะเป้าหมายในการจัดอบรมคือบุคลากรทั้งองค์กรซึ่งในบางองค์กรอาจจะต้องจัดกันหลายรอบเนื่องจากเป็นเรื่องยากที่จะเกณฑ์คนทั้งองค์กรมารับฟังการอบรมภายในครั้งเดียวเนื่องจากติดปัญหาในรูปแบบของงานหรือลักษณะของการดำเนินธุรกิจ

สิ่งที่ผมได้กล่าวมาทั้งหมดจะไม่สามารถทำได้เลยในช่วง COVID-19 ซึ่งผู้คนไม่สามารถรวมตัวกันได้หรือไม่สามารถเข้ามาออฟฟิศเพื่อปฏิบัติงานได้ด้วยซ้ำซึ่งแน่นอนว่าส่งผลกระทบหลายอย่างและอาจจะทำให้การ์ดตกของป้องกันทางไซเบอร์ได้เช่นเดียวกันเพราะเรื่องของ Security Awareness นั้นมีรูปแบบภัยคุกคามใหม่ๆจึงต้องมีการอัพเดทและสร้างความตระหนักกันเรื่อยๆตลอดทั้งปี

วิธีการแก้ปัญหาด้วย Online Training

ดังนั้นการเรียนด้วยช่องทาง Online จึงเป็นวิธีที่ถูกนำมาใช้ซึ่งวิธีนี้ก็คือการสอนด้วยวิทยากรปกติเหมือนกับการสอนทั่วๆไปแต่ผ่านช่องทาง Online ด้วย Conference Platform ต่างๆที่มีในตลาดเช่น Zoom ,Microsoft Team ,Google Meet เป็นต้นซึ่งวิธีการเหล่านี้ผมมองว่าเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้ามากกว่าเป็นวิธีการที่ดีที่สุดในตอนนี้เพื่อให้ได้ผลลัพธ์แบบเดิมในแบบที่เคยทำมาแต่ในการเรียน Security Awareness Training นั้นสามารถทำได้มากกว่าแค่ฟังผ่าน Conference Tool

รูปแบบการเรียน Online Training ด้วย Platform Upvel

ทางบริษัท SOSECURE เรามี Platform ที่ให้บริการลูกค้าสำหรับการอบรม Security Awareness Training ในรูปแบบ Online ที่ตอบโจทย์ทั้งผู้เรียนและผู้จัดหรือองค์กรโดยเฉพาะองค์กรที่มีจำนวนหนักงานมากๆและตอบโจทย์ทุกความต้องการในการเรียนทั้งในเรื่องของการเรียนด้วยตัวเองหรือการเรียนโดยมีผู้สอนและการบริหารจัดการนั้นก็ง่ายมากซึ่งจะทำให้ผู้จัดการอบรมสามารถบริหารจัดการผู้เรียนได้โดยง่ายหรือการเรียนด้วยตัวเองผ่าน Content ที่ใส่ไว้ในระบบซึ่งผู้เรียนก็สามารถเข้าเรียนได้ตลอดเวลา

รูปแบบการเรียนที่ใช้งานง่ายและสามารถเข้าถึง Content ทั้ง Video ,Presentation ,อื่นๆได้หลากหลายและเข้าถึงได้ทุกที่ทุกเวลา

สามารถเข้าเรียนแบบ Live Teaching ได้ซึ่งสามารถเข้าเรียนได้ผ่าน Web Browser ได้ทั้งหมดและผู้สอนก็สามารถบริหารจัดการได้ง่ายไม่ต้องยุ่งยากในการส่ง Link และมี Email Notification อีกด้วย

ระบบมีความสามารถในการสร้างแบบทดสอบเพื่อให้ผู้เข้าร่วมอบรมสามารถทำแบบทดสอบได้รวมถึงระบบนั้นมีความสามารถในการสุ่มข้อสอบเพื่อป้องกันในการลอกข้อสอบกันได้และสามรถดูผลสรุปทั้งรายบุคคลและภาพรวม

ระบบ UpVel สามารถสรุปผลของผู้เรียนแต่ละท่านได้หรือผลสรุปรวมความสามารถโดยรวมของการเรียนในองค์กรในภาพรวมและสามารถออกใบประกาศนียบัตรให้แก่เข้าร่วมอบรมได้ถ้าผ่านการทดสอบทั้งหมดตามเกณฑ์ที่กำหนดและสามารถ Filter หรือ Search ได้ตาม Criterial ต่างๆ

รูปแบบการเรียนรู้ในยุค New Normal

ผมสรุปได้ว่าท่ามกลางความท้าทายของ COVID-19 ทั้งในขณะที่ยังระบาดอยู่ในขณะนี้และต่อจากนี้ไปรูปแบบการเรียนรู้ของคนจะเปลี่ยนไปด้วยข้อจำกัดต่างๆจากที่เมื่อก่อนคนไม่เคยเรียน Online หรือไม่เป็นทางเลือกหลักในการศึกษาความคิดนี้อาจจะเปลี่ยนไปและคนจะเริ่มเคยชินกับการเรียนที่ไม่ได้ไปเรียนในสถานศึกษาหรือสถาบันต่างๆแล้วและสถานศึกษาหรือสถาบันต่างๆก็ต้องปรับตัวโดยการนำเทคโนโลยีมาใช้อย่างเต็มรูปแบบเพื่อรับมือกับเหตุการณ์ทีอาจจะเกิดขึ้นอีกในอนาคตรวมไปถึงสภาพเศษฐกิจที่ตกต่ำทำให้งบประมาณในการฝึกอบรมก็ลดน้อยหรืออาจจะถูกตัดออกถ้าหากไม่สามารถนำเสนอ Output ของการเรียนแบบเป็นรูปธรรมได้ดังนั้นเครื่องมือที่จะนำมาใช้ในการเรียนรู้จะต้องตอบโจทย์การเรียนรู้ทั้งผู้เรียน ,ผู้สอนและองค์กรที่ลงทุนพัฒนาคนเพื่อมาพัฒนาธุรกิจต่อไป

แนะนำ Platform Upvel

Platform Upvel เป็น Online Training Platform ที่ตอบโจทย์ทุกรูปแบบการเรียน Online ทั้งการเรียนด้วยตนเองและการบรรยายสดและสามารถติดตามวัดผลได้อย่างเต็มรูปแบบทั้งการสอบและการทำแบบฝึกหัดโดยเราจัดเก็บข้อมูลไว้บนโครงข่ายขนาดใหญ่และรองรับการใช้งานได้เป็นจำนวนมากและระบบมีการรักษาความปลอดภัยจากการโจมตีของ Hacker และการรักษาความปลอดภัยของ Content ในระบบเหมาะสำหรับสถาบันและองค์กรในการนำไปเป็นเครื่องมือหลักในการเรียนรูปแบบ Online และระบบมีการพัฒนาความสามารถใหม่ๆเพื่อสร้างประโยชน์แก่ผู้ใช้งานทั้งการสร้างบุคลากรและสร้างรายได้ต่อไป

หากสนใจข้อมูลเพิ่มเติมหรือติดต่อสอบถาม

https://www.sosecure.co.th

https://www.upvel.co

https://www.facebook.com/s0secure

https://www.facebook.com/learn.with.upvel/

About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

Microsoft เปิดตัว Integrated Security Operations Center บน Defender ยกเครื่อง SOC รองรับ AI Agent

Microsoft เปิดตัว Integrated Security Operations Center (ISOC) บน Microsoft Defender พร้อมย้ายความสามารถด้าน SIEM จาก Microsoft Sentinel …

[วีดีโอย้อนหลัง] SendQuick Webinar : Identity Under Attack “ถอดบทเรียนการโจมตีในไทย และวิธีป้องกันด้วย MFA”

เรื่อง MFA กำลังเป็นประเด็นใหญ่ โดยเฉพาะกับหน่วยงานภาครัฐ และหน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ซึ่งวันนี้ได้เริ่มประกาศบังคับใช้เป็นข้อบังคับพื้นฐานแล้วในประกาศจาก สกมช. โดยใครที่พลาด SendQuick Webinar เรื่อง “Identity Under Attack : ถอดบทเรียนการโจมตีในไทย …