Breaking News

ก้าวถัดไปของ SAP ในไทยปี 2019: จาก ERP สู่ Intelligent Enterprise ตอบโจทย์ทุกแผนก พร้อมร่วมสร้างธุรกิจใหม่ด้วยนวัตกรรม

ในงาน SAP Solutions Summit 2018 ซึ่งเป็นงานสัมมนาใหญ่ประจำปีของ SAP ทางทีมงาน TechTalkThai มีโอกาสได้สัมภาษณ์กับคุณนพดล เจริญทอง ผู้ดำรงตำแหน่ง General Business Team Lead จาก SAP ประเทศไทย เพื่อสอบถามถึงความเปลี่ยนแปลงในเทรนด์ด้านเทคโนโลยีสำหรับองค์กรในปี 2018 และทิศทางถัดไปของ SAP ในประเทศไทยสำหรับปี 2019 จึงขอนำมาสรุปให้ผู้อ่านทุกท่านได้ติดตามอัปเดตเทรนด์กันดังนี้ครับ

 

คุณนพดล เจริญทอง

 

SAP ในปี 2018: เร่งเตรียมความพร้อมให้องค์กรด้วยการอัปเกรดสู่ SAP S/4HANA และสร้างการเติบโตด้วย Cloud

สำหรับประเด็นเด่นๆ ที่เกิดขึ้นกับภาคธุรกิจไทยซึ่งทางทีมงาน SAP สัมผัสได้ในปี 2018 นั้นมีดังนี้

 

ธุรกิจไทยเปิดรับ Cloud มากขึ้น – Cloud ไม่ได้ช่วยแค่เรื่องความง่ายในการดูแล แต่ยังเข้ามาเปลี่ยน Process ของธุรกิจด้วย

หลังจากที่ในภาค IT และธุรกิจไทยได้พูดเรื่องของ Cloud กันมา 4-5 ปี จนได้เริ่มมีการใช้งานกันมากขึ้นและกลายเป็นเทคโนโลยีที่ได้รับการยอมรับและเติบโตอย่างรวดเร็วในปัจจุบันไปแล้ว ในปี 2018 ที่ผ่านมานี้ก็มีหลายองค์กรในไทยที่เริ่มต้นใช้งาน SAP บน Cloud หรือใช้บริการ Cloud ต่างๆ ของ SAP กันมากขึ้นเป็นอย่างมาก โดยประเด็นหลักๆ ที่ทำให้เหล่าองค์กรตัดสินใจหันมาใช้ Cloud นั้นก็ได้แก่

  • การดูแลระบบ IT นั้นไม่ใช่ธุรกิจหลักของหลายๆ บริษัท ดังนั้น Cloud ที่ช่วยให้แผนก IT สามารถลดภาระด้านการดูแลรักษาระบบลงไปได้, ลด Downtime ที่เกิดขึ้นได้, มีทีมงานช่วยดูแลด้าน Security/Compliance มากขึ้น และยังสามารถเพิ่มขยายหรือทำ HA/DR ได้ง่ายขึ้นนั้นก็กลายเป็นหนึ่งในประเด็นตัดสินใจเลือกใช้ Cloud
  • CFO สามารถลดการลงทุนครั้งใหญ่กับระบบ IT ได้ และทำให้สามารถทำนายค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้ง่าย ก็ทำให้การตัดสินใจลงทุนเป็นไปได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น
  • SAP นั้นไม่ได้มาแต่เทคโนโลยี แต่ยังมาพร้อมกับ Best Practice สำหรับงานของแผนกต่างๆ หรือกระบวนการเฉพาะทางในธุรกิจอุตสาหกรรมต่างๆ ดังนั้นองค์กรที่กำลังมองหาแนวทางในการปรับปรุงกระบวนการการทำงานให้มีประสิทธิภาพและเป็นมาตรฐานยิ่งขึ้น ก็จะให้ความสนใจ SAP ในประเด็นนี้มากเป็นพิเศษ และ Cloud ของ SAP ที่มีทั้งระบบ ERP และระบบเฉพาะสำหรับแผนกต่างๆ เช่น HR, Sales, Marketing, Procurement และอื่นๆ จึงได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี
  • SAP มี Certified Cloud Provider ในไทยหลายราย ทำให้เหล่าธุรกิจหรือองค์กรที่ไม่ต้องการใช้งาน Cloud ใน Data Center ต่างประเทศนั้นมีทางเลือกที่จะใช้บริการ Cloud ในไทยได้
  • SAP เริ่มมีการเปิดบริการ SAP HANA Enterprise Cloud Platform ในประเทศไทย ซึ่งเป็นบริการ Cloud ที่ SAP ดูแลเองโดยตรงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับเหล่าองค์กรแล้ว
  • เหล่า Partner ของ SAP ในไทยเริ่มมีความชำนาญและประสบการณ์ในระบบ Cloud ของ SAP กันมากขึ้น ทำให้สามารถนำเสนอบริการ Cloud เป็นทางเลือกแก่เหล่าองค์กรต่างๆ ได้นอกเหนือจาก On-Premises อีกทั้งยังสามารถดูแลแก้ไขปัญหาในบริการหลังการขายได้อย่างมั่นใจ

จะเห็นได้ว่า SAP นั้นให้ความสำคัญกับตลาดของประเทศไทยมากทีเดียว ทั้งในแง่ของการผลักดันให้มี Cloud Provider สามารถรองรับการให้บริการ SAP ได้ ไปจนถึงการลงทุนเปิดบริการ Cloud ในไทยด้วยตัวเอง

 

ธุรกิจเป็นตัวนำ – แผนกต่างๆ ตัดสินใจจัดซื้อ Cloud ด้วยตัวเอง ผลิตภัณฑ์และบริการอื่นๆ ของ SAP นอกเหนือจากระบบ ERP เติบโตอย่างรวดเร็ว

อีกหนึ่งสิ่งที่ SAP พยายามผลักดันมาตั้งแต่ปี 2017 และประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีในปี 2018 นี้ก็คือบริการ Cloud ที่นอกเหนือไปจากระบบ ERP ที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากภาคธุรกิจไทย ดังเช่น

  • SAP SuccessFactors บริการ Cloud สำหรับงานทางด้านทรัพยากรบุคคลแบบครบวงจร
  • SAP C/4HANA (เดิมคือ SAP Hybris) บริการ Cloud สำหรับงานทางด้าน Sales, Marketing, Support และ E-Commerce
  • SAP ARIBA บริการ Cloud สำหรับการจัดการด้านการจัดซื้อและทำงานร่วมกับ Supplier
  • SAP Analytics Cloud บริการ Cloud สำหรับการวิเคราะห์ข้อมูลธุรกิจโดยเฉพาะ
  • และอื่นๆ อีกมากมาย

ซึ่งการที่เหล่าธุรกิจต่างๆ ได้ลงทุนในเทคโนโลยี ก็เกิดจากการริเริ่มโครงการของแต่ละแผนกที่ต้องการก้าวสู่การทำ Digitization ด้วยตัวเอง หรือในบางองค์กรเองก็มีการใช้ Software เดิมแบบ On-Premises ที่เก่าและล้าสมัย รวมถึงยังมีค่าใช้จ่ายในการ Maintenance แต่ละปีที่สูงมาก ทำให้การเปลี่ยนมาเช่าใช้ในรูปแบบ Cloud นั้นจะยืดหยุ่นกว่าในระยะยาว ทั้งในแง่ของความง่ายในการทำนายค่าใช้จ่าย ไปจนถึงการที่สามารถเพิ่มเติมความสามารถใหม่ๆ ที่ต้องการใช้งานเพิ่มเติมได้ตามต้องการ ซึ่งที่ผ่านมานั้นก็มีกรณีที่ธุรกิจไทยบางแห่งต้องเผชิญโจทย์ปัญหาเฉพาะทางในธุรกิจอันเกิดมาจากการเติบโตของธุรกิจที่รวดเร็ว ทำให้บริการ Cloud เหล่านี้สามารถช่วยให้ธุรกิจเหล่านั้นรองรับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นและก้าวไปสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไปได้

องค์กรสามารถเริ่มต้นใช้งานระบบเหล่านี้ได้ทันทีตามต้องการโดยที่ไม่จำเป็นต้องใช้งานเทคโนโลยีของ SAP มาก่อน แต่หากองค์กรใดมีการใช้งาน SAP อยู่แล้ว บริการ Cloud เหล่านี้ก็สามารถทำการ Integrate เข้ากับ SAP S/4HANA ได้ ทำให้ข้อมูลธุรกิจต่างๆ นั้นถูกผสานเชื่อมโยงเข้าเป็นระบบเดียวกันทั้งหมด

นอกจากนี้เมื่อระบบงานสำหรับแผนกต่างๆ ได้กลายเป็นรูปแบบ Cloud แทนแล้ว ภาระในการดูแลรักษาระบบเหล่านี้ของแผนก IT ก็ลดลงไปเป็นอย่างมาก ทำให้แผนก IT มีเวลาในการไปดูแลรักษาระบบ IT Infrastructure ต่างๆ ให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงสามารถเข้าไปมีส่วนร่วมในโครงการการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ด้วยข้อมูลและเทคโนโลยีต่างๆ ได้มากขึ้นไปด้วย

 

Data Analytics และ Machine Learning กลายเป็นส่วนหนึ่งของ Application ผู้ใช้งานทำการวิเคราะห์ข้อมูลได้ด้วยตัวเอง

เดิมทีหลายๆ องค์กรนั้นต่างก็มีคำถามว่าหากจะเริ่มต้นนำข้อมูลมาใช้ในการสร้างคุณค่าในธุรกิจ องค์กรควรจะต้องเริ่มต้นอย่างไร? แต่เมื่อ SAP ได้เริ่มผลักดัน SAP S/4HANA และบริการ Cloud ต่างๆ อย่างเต็มตัวแล้ว คำตอบของคำถามเหล่านี้ก็ปรากฏชัดเจนขึ้นมา ด้วยการที่ SAP นำความสามารถทั้งการทำ Data Analytics และ Machine Learning ผสานเข้าไปในแต่ละ Application ของตนเองให้พร้อมใช้งานได้ทันที

แนวทางนี้ทำให้เหล่าองค์กรเริ่มสร้างคุณค่าจากข้อมูลธุรกิจที่ตนเองมีอยู่ได้ทันทีในระดับของแผนกต่างๆ โดยไม่ต้องขึ้นโครงการด้าน Big Data Analytics หรือ AI ขนาดใหญ่ ทำให้พนักงานในแผนกต่างๆ เริ่มทำความคุ้นเคยและเข้าใจในเทคโนโลยีเหล่านี้ในแง่ที่เกี่ยวข้องกับตนเองได้มากขึ้นเรื่อยๆ ก่อนที่จะเริ่มมีการนำข้อมูลข้ามแผนกมาทำการวิเคราะห์ร่วมกัน หรือนำข้อมูลจากแหล่งข้อมูลอื่นๆ มาใช้เพิ่มเติมได้ ซึ่ง SAP ก็มี Platform สำหรับการวิเคราะห์ข้อมูลในรูปแบบต่างๆ เพื่อตอบโจทย์เหล่านี้ในอนาคตได้อยู่แล้ว

 

ทิศทางของ SAP ปี 2019: ติดปีกให้องค์กรใหญ่พร้อมสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ เตรียมขยายฐานตลาด CRM เต็มตัว พร้อมผลักดัน SME สู่ Digital Business

ในปี 2019 ที่กำลังจะถึงนี้ ทาง SAP เองก็มีแนวทางหลักๆ ในการช่วยผลักดันเหล่าธุรกิจไทยให้เติบโตมากยิ่งขึ้นด้วยเทคโนโลยีของ SAP ดังนี้

 

เสริมลูกค้าให้สร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ด้วย SAP Digital Platform

ประเด็นแรกที่ SAP จะเริ่มผลักดันเหล่าองค์กรนั้น ก็คือการช่วยให้องค์กรต่างๆ สามารถสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ หรือ Digital Product ของตัวเองออกสู่ตลาดได้มากขึ้นด้วย SAP Digital Platform

SAP Digital Platform นี้คือบริการ Cloud ที่ได้ผสานรวมเทคโนโลยีต่างๆ ของ SAP เพื่อให้องค์กรสามารถทำการพัฒนา Application ใหม่ๆ ขึ้นมาได้บน Platform นี้ด้วยระบบ Compute และ Storage ที่มีให้พร้อมใช้งานร่วมกับเทคโนโลยี Data Integration และเครื่องมือต่างๆ สำหรับพัฒนา Application ได้อย่างรวดเร็ว

SAP ได้พยายามผลักดันการสร้างนวัตกรรมนี้ โดยไม่เพียงแต่ในแง่ของเทคโนโลยีเท่านั้น แต่ SAP เองก็ยังได้มีการนำแนวคิด Design Thinking เข้าไปช่วยสร้าง Business Model ใหม่ๆ ให้กับธุรกิจ ซึ่งตรงนี้เองก็จะถือเป็นการเปลี่ยนบทบาทครั้งใหญ่ของ SAP ที่เดิมที่มักจะมีส่วนในการปรับปรุงกระบวนการการทำธุรกิจขององค์กรต่างๆ ไปสู่การกลายเป็น Partner ที่ร่วมสร้างธุรกิจใหม่ๆ กับเหล่าลูกค้าองค์กร

 

ช่วยลูกค้าแก้โจทย์ใหญ่ – จะทำอะไรกับ Data ที่มีอยู่ และข้อมูลที่ได้มาจากระบบ IoT ดี?

ทุกธุรกิจนั้นต่างก็รู้ตัวกันดีอยู่ว่าข้อมูลในการทำธุรกิจที่ตนเองมีอยู่นั้นก็เปรียบเสมือนกับขุมทรัพย์มหาศาลที่เติบโตขึ้นทุกวัน แต่ในขณะเดียวกันหลายๆ ธุรกิจเองก็ยังคงสับสนว่าจะเริ่มต้นนำข้อมูลเหล่านั้นมาใช้งานให้เกิดประโยชน์ได้อย่างไร ซึ่ง SAP เองก็จะเข้ามามีบทบาทในการช่วยแก้โจทย์นี้ให้กับธุรกิจต่างๆ มากกว่าเดิม

SAP นั้นมีเทคโนโลยีที่มีชื่อว่า SAP HANA Data Management Suite ที่นอกจากจะสามารถนำข้อมูลจากระบบต่างๆ ของ SAP มาวิเคราะห์ได้อย่างรวดเร็วบน In-memory Database แล้ว ระบบนี้ก็ยังสามารถทำงานร่วมกับ 3rd Party Application ได้ทันทีโดยไม่ต้องเคยใช้งาน SAP มาก่อน ทำให้กลายเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการช่วยองค์กรทำการจัดเก็บข้อมูลต่างๆ และนำมาใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

นอกจากนี้ ด้วยการที่เหล่าธุรกิจโรงงานและการผลิตหลายแห่งได้เริ่มมีการทดลองเทคโนโลยี Internet of Things (IoT) กันไปบ้างแล้ว ทาง SAP เองก็เล็งเห็นว่าถึงแม้ว่าธุรกิจเหล่านี้จะเริ่มต้นติดตั้ง Sensor และทำการนำข้อมูลมาใช้งานได้แบบเบื้องต้นแล้ว แต่ในภาพรวมนั้นหากต้องการจะต่อยอดเทคโนโลยีเหล่านี้ให้ได้ดีจริงๆ การผูกข้อมูลที่ได้จากอุปกรณ์ IoT เข้ากับระบบ ERP หรือนำไปวิเคราะห์ด้วย Machine Learning และ AI นั้นก็ถือเป็นก้าวที่สำคัญ ซึ่ง SAP ที่มีเทคโนโลยีเหล่านี้อย่างครบถ้วนเองก็จะสามารถเข้าไปช่วยเหลือให้องค์กรนำข้อมูลมาใช้งานได้ดียิ่งขึ้นด้วยแนวทางเหล่านี้

 

ขยายตลาด CRM ช่วยให้ Sales และ Marketing ทำงานร่วมกับทีมอื่นได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมผูกข้อมูลเข้ากับระบบ ERP และทุกระบบของ SAP

อีกหนึ่งประเด็นที่ถือเป็นข่าวใหญ่ในปี 2018 นี้ก็คือการที่ SAP ได้ทำการเปิดตัว SAP C/4HANA เพื่อรุกตลาดระบบ Customer Relationship Management หรือ CRM อย่างเต็มตัวแล้ว ซึ่ง SAP มองว่า CRM นี้จะทำให้ธุรกิจนั้นเข้าใจความต้องการของลูกค้าแต่ละรายมากขึ้น และสามารถเรียนรู้ Pattern ของลูกค้าที่มีความต้องการในรูปแบบต่างๆ และนำไปสู่การใช้ Machine Learning หรือ AI ในการช่วยเพิ่มยอดขายมากขึ้นได้ในอนาคต

แน่นอนว่าจุดเด่นของ SAP C/4HANA ที่เหนือกว่าคู่แข่งรายอื่นๆ นี้ นอกจากจะเป็นเรื่องของความครบถ้วนในโซลูชันที่ครอบคลุมทั้งด้าน Sales, Marketing, Support/Service และ E-Commerce แล้ว SAP C/4HANA เองก็ยังสามารถทำงานร่วมกับ SAP S/4HANA และเทคโนโลยีอื่นๆ ของ SAP ได้ด้วย ทำให้การนำข้อมูลการผลิต, การจัดซื้อ และข้อมูลอื่นๆ ในธุรกิจนั้นสามารถถูกนำไปใช้ผสานเข้ากับข้อมูลของลูกค้าและความต้องการต่างๆ เพื่อเร่งยอดขายหรือเพิ่มโอกาสในการได้งานโครงการใหญ่ๆ มากยิ่งขึ้นกว่าเดิมได้ ไปจนถึงการทำ Automation ด้วยข้อมูลจากหลากหลายแผนกร่วมกัน และการนำข้อมูลจากอุปกรณ์ IoT มาใช้สนับสนุนระบบ CRM ในแง่มุมต่างๆ ก็ยังเป็นไปได้อยู่เหมือนกัน

อีกจุดหนึ่งที่ทำให้ SAP C/4HANA นี้น่าสนใจมากก็คือการที่ SAP ได้เข้าซื้อกิจการของ Gigya มาเสริมในโซลูชันนี้ ทำให้การจัดการด้าน Data Privacy และการรองรับ GDPR สำหรับธุรกิจที่มีสาขากระจายอยู่ทั่วโลกและต้องทำธุรกิจในยุโรปด้วยนั้นสามารถทำ CRM ได้อย่างมั่นใจ และสามารถปรับแต่งเพื่อให้รองรับกับความต้องการด้านกฏหมายในลักษณะเดียวกันนี้ที่กำลังจะเกิดขึ้นและบังคับใช้ในประเทศต่างๆ ทั่วโลกในเร็วๆ นี้ด้วย

 

ดัน SME เติบโตด้วยเทคโนโลยีจาก SAP

สุดท้ายนี้ประเด็นที่ SAP เห็นว่าเกิดการเติบโตครั้งใหญ่ในปี 2018 และจะผลักดันอย่างต่อเนื่องในปี 2019 ก็คือการนำ SAP ไปสู่ตลาดธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางในไทย เพื่อเร่งให้ธุรกิจเหล่านี้สามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนและเป็นระบบมากยิ่งขึ้น

SAP Business One ซึ่งเป็นระบบ ERP สำหรับธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางที่มุ่งเน้นเพื่อทำให้ระบบบัญชีและการเงินของธุรกิจมีความถูกต้องนั้นก็ถือเป็นโซลูชันที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ทั้งด้วยปัจจัยจากราคาเริ่มต้นที่ไม่สูงมากนัก, ความง่ายในการติดตั้งใช้งาน และความชำนาญของเหล่า Partner ในประเทศไทยที่มีหลากหลายราย ในขณะที่ SAP Business ByDesign เองก็จะมุ่งเน้นไปที่การนำ Best Practice ของ Business Process ในการทำธุรกิจอุตสาหกรรมต่างๆ กว่า 36 รายการไปสู่ธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางที่ต้องการปรับปรุงกระบวนการการทำงานให้มีความเป็นมาตรฐานโดยเฉพาะ ต่างก็สามารถเจาะตลาดได้ในแง่มุมที่แตกต่างกัน

สำหรับ SAP เองแล้วตลาดนี้ยังถือว่าใหญ่มาก และจะเป็นโอกาสอันดีของเหล่า Partner ของ SAP ในการนำเสนอโซลูชันเหล่านี้ไปสู่ SME ไทยให้พร้อมเติบโตในระดับภูมิภาคหรือระดับโลกร่วมกันไปได้

 

สุดท้ายนี้ทางทีมงาน TechTalkThai ก็ต้องขอขอบคุณทาง SAP ที่ให้โอกาสในการพูดคุยครั้งนี้ด้วยครับ




About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

พบแคมเปญมัลแวร์ใหม่ดัดแปลงการโจมตีเพื่อเลี่ยงการตรวจจับจาก Antivirus

Cisco Talos ได้พบกับแคมเปญของมัลแวร์ใหม่ที่ได้ดัดแปลงขั้นตอนการใช้งานช่องโหว่บน Word เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจจับจาก Antivirus โดยช่องโหว่ที่ถูกใช้คือ CVE-2017-0199 และ CVE-2017-11882 ซึ่งเมื่อทำสำเร็จจะติดตั้งมัลแวร์ 3 ตัวที่มุ่งเน้นขโมยข้อมูลคือ Agent Tesla, …

ยิ่งแก้ยิ่งหนัก! ผู้ใช้งานพบเสียงใช้ไม่ได้หลังอัปเดตแพตช์แก้ไขใน Windows 10

เรียกได้ว่าอาการหนักเลยทีเดียวหลังจาก Microsoft ปล่อยอัปเดต Windows 10 ของเดือนตุลาคมออกมาไล่เรียงมาตั้งแต่ปัญหาการลบไฟล์ จนกระทั่งวันอังคารที่แล้วปล่อยแพทช์แก้ไขมาก็มีรายงานเรื่องไดร์ฟเวอร์คีย์บอร์ดและตอนนี้เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมามีผู้ใช้พบปัญหาเรื่องไดร์ฟเวอร์เสียงอีก