Breaking News

รู้จักกับ Rittal Edge Data Center อีกทางเลือกในการลงทุน Data Center ที่คุ้มค่า โดย Kanoksin Export Import

เมื่อการประมวลผลข้อมูลนั้นได้กลายเป็นหนึ่งในกระบวนการสำคัญในการทำ Digital Transformation ของหลายธุรกิจในโครงการทางด้าน Big Data, IoT และ AI ความต้องการของระบบ Edge Data Center ก็ได้เติบโตเป็นเงาตามตัว บทความนี้เราจะพาทุกท่านไปรู้จักกับแนวคิดของ Edge Data Center พร้อมแนะนำโซลูชัน Edge Data Center จาก Rittal และ Kanoksin ที่ได้จัดเทคโนโลยีต่างๆ ที่จำเป็นและเหมาะสมกับการใช้งานในสภาพแวดล้อมของประเทศไทยโดยเฉพาะมาให้เลือกใช้งานกัน

Edge Data Center หรือ Micro Data Center คืออะไร? และจะเข้ามามีบทบาทอย่างไรต่อธุรกิจองค์กร?

เดิมทีนั้นการลงทุนสร้าง Data Center ถือเป็นงานใหญ่ที่มีค่าใช้จ่ายสูง และมีการดูแลรักษาที่ซับซ้อน ทำให้ทันทีที่แนวคิดของ Cloud เกิดขึ้นมานั้น เหล่าธุรกิจองค์กรต่างก็เปิดรับและนำมาใช้งานกันอย่างรวดเร็ว เนื่องจาก Cloud นั้นช่วยแก้ปัญหาที่เคยมีแต่เดิมของ Data Center ไปได้

อย่างไรก็ดี เมื่อเทคโนโลยีเริ่มพัฒนาต่อไปและแนวโน้มใหม่ๆ ก็เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการรวบรวมข้อมูลปริมาณมหาศาลเพื่อนำมาทำการประมวลผลอย่าง Big Data, การนำอุปกรณ์ Internet of Things (IoT) เข้ามาเสริมในผลิตภัณฑ์หรือกระบวนการต่างๆ ของธุรกิจ, การนำพลังประมวลผลมหาศาลที่มีมาประมวลผลข้อมูลเพื่อสร้างระบบ AI และอื่นๆ อีกมากมาย การใช้ Cloud เพียงอย่างเดียวจึงไม่สามารถตอบโจทย์ภาคธุรกิจได้เพียงพออีกต่อไป

ระหว่างนั้นเอง แนวคิดของ Micro Data Center ที่หลายๆ คนอาจจะคุ้นเคยในฐานะของตู้ Rack ที่มีความสามารถเทียบเคียงได้กับห้อง Data Center เพื่อให้การใช้งานอุปกรณ์ IT ที่เดิมที่เคยต้องติดตั้งใช้งานภายในห้อง Data Center เท่านั้น สามารถย้ายมาติดตั้งในตู้ Rack แบบ Micro Data Center นี้แล้วเริ่มใช้งานได้ทันทีก็กำลังกลายเป็นที่นิยม เพราะด้วยเทคโนโลยีประมวลผลในยุคนั้นที่ถือว่าระบบมีประสิทธิภาพที่สูงขึ้นเป็นอย่างมาก แต่สามารถติดตั้งใช้งานได้ภายในพื้นที่บนตู้ Rack เพียงแค่ไม่กี่ U เท่านั้น ก็ทำให้หลายองค์กรหันมาใช้ Micro Data Center แทนการสร้าง Data Center จริงสำหรับธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง ไปจนถึงสาขาของธุรกิจองค์กรขนาดใหญ่

Micro Data Center นี้เองได้วิวัฒนาการจนกลายมาเป็น Edge Data Center ในปัจจุบันนี้ จากการที่โครงการทางด้าน Big Data, IoT และ AI จำนวนมากนั้นต้องการระบบประมวลผลที่มีประสิทธิภาพสูงมากให้กระจายอยู่ตามที่ต่างๆ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ผลิตข้อมูลปริมาณมหาศาล และต้องการให้การประมวลผลเกิดขึ้นได้แบบ Real-time ตัวอย่างเช่น ระบบควบคุมเครื่องจักรในโรงงานผลิตอัตโนมัติที่มีการรวบรวมข้อมูลปริมาณมหาศาลจาก Sensor และกล้องที่ติดเอาไว้ในสายการผลิต, ระบบ Face Detection เพื่อวิเคราะห์และรู้จำใบหน้าภายในห้างสรรพสินค้าหรือในสนามบิน และอื่นๆ อีกมากมาย Micro Data Center จึงถูกนำไปติดตั้งแบบกระจายตัว และทำงานร่วมกับ Cloud กลายเป็น Edge Data Center อย่างในปัจจุบันนี้

ด้วยเหตุนี้เอง Edge Data Center จึงกลายเป็นโซลูชันที่มีความอเนกประสงค์เป็นอย่างมาก สามารถใช้งานแบบเดี่ยวๆ เพื่อทดแทน Data Center ขนาดเล็กก็ได้ หรือสามารถใช้ร่วมกับ Data Center หรือบริการ Cloud ที่มีอยู่เพื่อรองรับระบบแบบ Distributed System ก็ได้ โดยคุณสมบัติเบื้องต้นของ Edge Data Center นั้นจะมีดังนี้

  1. มีลักษณะเป็นตู้ Rack มาตรฐานที่สามารถติดตั้งอุปกรณ์ IT ต่างๆ ให้พร้อมใช้งานได้
  2. มีระบบจัดการระบายความร้อนภายในตัว
  3. มีระบบไฟฟ้าภายในตัว
  4. มีระบบตรวจสอบการทำงาน, บริหารจัดการ และควบคุมด้านความปลอดภัยในตัว
  5. เป็นโซลูชันสำเร็จรูปที่ผ่านการออกแบบและทดสอบมาแล้ว พร้อมให้ผู้ใช้งานเลือกปรับเปลี่ยนส่วนประกอบต่างๆ ได้ตามต้องการ

Rittal Edge Data Center: ทางเลือกใหม่ในการลงทุน Data Center ที่ง่าย, เร็ว และคุ้มค่า

Credit: Rittal

Rittal ในฐานะของผู้นำทางด้านเทคโนโลยีสำหรับ Data Center นั้น ก็ได้มีการพัฒนาโซลูชันทางด้าน Micro Data Center และ Edge Data Center ขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ธุรกิจองค์กรทั่วโลกที่ต้องการระบบ Data Center สำเร็จรูปที่พร้อมใช้งานแต่ยังคงมีความสามารถที่เทียบเคียงได้กับ Data Center ขนาดใหญ่ จึงสามารถมั่นใจว่าระบบ IT ที่มีความสำคัญสูงและมีราคาแพงของธุรกิจองค์กรที่ลงทุนไปนั้น จะทำงานได้อย่างราบรื่นมั่นคง และไม่เสียหายง่ายๆ จากปัจจัยภายนอกอย่างแน่นอน

Rittal Edge Data Center นี้เป็นระบบแบบ Preconfigured ที่ได้รวมเอาทั้ง Rack, ระบบไฟฟ้า, ระบบระบายความร้อน, ระบบ Monitoring, ระบบรักษาความปลอดภัยเข้าไว้ด้วยกัน พร้อมออกแบบให้การดูแลรักษาหรือแก้ไขปัญหาเป็นไปได้อย่างง่ายดาย และมีบริการจากทาง Rittal คอยช่วยเหลือแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น

Credit: Rittal

ด้วยการออกแบบให้ระบบ Edge Data Center นี้มีระบบระบายความร้อนภายในตัว ดังนั้นการติดตั้งใช้งานจึงไม่จำเป็นต้องเดินระบบระบายอากาศจากภายนอกมาเชื่อมต่อ อีกทั้งยังสามารถช่วยประหยัดพลังงานลงไปได้มากถึง 30% ด้วยระบบระบายความร้อนที่เป็นระบบปิด แยกลมร้อนและลมเย็นออกจากกันทำให้การบริหารจัดการอุณหภูมิเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยตัว Rack เองนั้นก็ยังผ่านมาตรฐาน IP55 อีกด้วย

อีกจุดหนึ่งที่น่าสนใจนั้นก็คือการออกแบบระบบ Edge Data Center ให้เป็นแบบ Modular รองรับการเพิ่มขยายแบบ Scale-Out ได้เพื่อรองรับการเติบโตขึ้นของระบบ IT ในอนาคตที่อาจต้องมีการเพิ่มพื้นที่จัดเก็บข้อมูล, เพิ่งหน่วยประมวลผล หรือรองรับ Application ใหม่ๆ เพิ่มเติมในแต่ละพื้นที่ได้อย่างง่ายดาย โดยนอกจาก Rittal จะออกแบบให้ระบบเหล่านี้สามารถเชื่ือมต่อกันข้ามตู้ Rack ได้และเปิดให้ผู้ใช้งานเลือกเริ่มต้นกับระบบตั้งแต่ขนาด 1-6 Rack ได้ตั้งแต่เริ่มแล้ว ระบบโดยรวมก็ยังถูกออกแบบมาให้ใช้พื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ดังนั้นจึงประหยัดพื้นที่กว่าการใช้งาน Data Center ทั่วๆ ไปลงไปได้สูงสุดถึง 50% เลยทีเดียว และยังสามารถย้ายตำแหน่งติดตั้งระบบในภายหลังได้ง่ายอีกด้วย

Credit: Rittal

ในแง่ของความมั่นคงทนทานนั้น Rittal Edge Data Center สามารถรองรับการทำ Redundancy ให้กับ Power และ Cooling ได้ถึงระดับ N+N เลยทีเดียว รวมถึงยังมีระบบ Fire Detection & Suppression ในตัว และเลือกใช้ระบบรักษาความปลอดภัยได้หลากหลาย ดังนั้นหากระบบที่ใช้งานต้องการความมั่นคงทนทานสูง หรือมีข้อกำหนดทางด้านการทำ Audit และ Compliance ก็สามารถออกแบบให้เหมาะสมกับความต้องการเหล่านี้ได้

Rittal ออกแบบโซลูชัน Edge Data Center สำหรับตอบโจทย์ธุรกิจองค์กรไทยโดยเฉพาะ พร้อมให้เลือกนำไปใช้งานได้ทันที

สำหรับการใช้งานเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของธุรกิจไทยนั้น ทาง Rittal ได้ร่วมมือกับ Kanoksin Import Export เพื่อนำเสนอโซลูชัน Edge Data Center ที่เหมาะสมต่อสภาพแวดล้อมในเมืองไทยมาโดยเฉพาะ เพื่อให้ธุรกิจไทยนั้นมีทางเลือกในการลงทุนระบบ Edge Data Center ที่สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด คุ้มค่าสูงสุด และมีทีมพร้อมให้บริการทั่วไทยได้แล้ววันนี้

โซลูชันที่ออกแบบมาสำหรับธุรกิจไทยนี้จะแบ่งออกเป็น 5 ขนาดหลักๆ ด้วยกัน โดยสามารถเริ่มต้นได้ตั้งแต่ Edge Data Center ขนาดเล็กสุดที่มีความสูงเพียงแค่ 24U ไปจนถึงระบบ Rack คู่ที่มีความสูงให้พร้อมใช้งานถึง 84U และมีระบบระบายความร้อนตั้งแต่ขนาด 1.7kW จนถึง 12kW ให้เลือกใช้งาน

ระบบ Rack นี้จะมีมาตรฐาน IP55 ลดโอกาสที่ฝุ่นต่างๆ จะเข้าไปสร้างความเสียหายให้กับอุปกรณ์ภายใน มีการแยกลมร้อนลมเย็นเพื่อการระบายอากาศที่มีประสิทธิภาพ, มีระบบ Monitoring ให้ติดตามการทำงานของอุปกรณ์และระบบต่างๆ ภายใน Edge Data Center ได้ ทั้งหมดนี้ทีมงาน Rittal และ Kanoksin จะร่วมมือกันติดตั้งให้กับลูกค้าผู้ใช้งานถึงที่ และสามารถเข้ามาให้บริการ Onsite แก้ไขปัญหาที่พบเจอในระหว่างการใช้งานได้

สำหรับธุรกิจที่ต้องการใช้งาน Edge Data Center ติดตั้งกระจายตัวในหลายพื้นที่ Rittal Edge Data Center นี้ก็มีระบบ Multi-Site Control ให้ใช้เพื่อให้การติดตามการทำงานของ Edge Data Center ที่ติดตั้งในแต่ละแหล่งนั้นเป็นไปได้จากศูนย์กลางอย่างง่ายดาย พร้อมระบบ Alerting ที่จะช่วยแจ้งปัญหาที่เกิดขึ้นให้ทราบได้แบบ Real-time

รุ่นต่างๆ ที่มีให้เลือกใช้งานได้ในปัจจุบัน มีดังนี้

สำหรับผู้ที่ต้องการรายละเอียดฉบับเต็ม สามารถโหลดเอกสาร Datasheet ได้ที่ https://dl.techtalkthai.com/Kanoksin_Edge%20DC%20Solution.pdf ทันที

ตัวอย่างการใช้งานจริงของ Edge Data Center ในประเทศไทย

Kanoksin และ Rittal นั้นได้มีประสบการณ์ในการนำเทคโนโลยี Edge Data Center นี้เข้ามาช่วยตอบโจทย์ความต้องการของธุรกิจไทยหลากหลายแห่ง โดยกรณีศึกษาที่น่าสนใจนั้นก็มีไม่น้อยทีเดียว

สำหรับกรณีตัวอย่างแรกนั้นก็คือสำหรับธุรกิจแห่งหนึ่งที่มีหลายสาขา โดยแต่ละสาขานั้นมีพื้นที่จำกัด การสร้าง Data Center ในสาขาเหล่านี้เพื่อรองรับระบบ IT โดยเฉพาะนั้นนอกจากจะมีค่าใช้จ่ายในการลงทุนที่สูงแล้ว ค่าใช้จ่ายซึ่งเป็นค่าเช่าสถานที่ในแต่ละสาขาเองก็มีราคาต่อตารางเมตรที่สูงมากด้วยเช่นกันหากสาขานั้นอยู่ในใจกลางเมือง

Edge Data Center สามารถตอบโจทย์นี้ได้เป็นอย่างดีด้วยการใช้พื้นที่ติดตั้งที่น้อยไม่ต่างจากการติดตั้งตู้ Rack ทั่วๆ ไปเท่านั้น แต่สามารถรองรับระบบ IT ทั้งหมดได้ และไม่ต้องมีขั้นตอนที่ซับซ้อนอย่า่งเช่นการเดินท่อแอร์ อีกทั้งหากสาขาใดต้องการเคลื่อนย้ายจุดติดตั้ง ก็สามารถทำได้อย่างง่ายดายอีกด้วย

กรณีตัวอย่างถัดมาที่เป็นตัวอย่างงานของทาง Kanoksin และ Rittal นั้นก็คือกรณีของโรงเรียนแห่งหนึ่งที่ถึงแม้ระบบ IT นั้นจะจำเป็นต่อการบริหารจัดการการเรียนการสอน แต่งบประมาณลงทุนในการสร้างและดูแลรักษา Data Center นั้นกลับไม่มากนัก Edge Data Center จึงกลายเป็นทางเลือกของโรงเรียนนี้ ด้วยเทคโนโลยีและมาตรฐานต่างๆ ที่วางใจได้ภายในระบบ Edge Data Center ก็ทำให้ระบบ Server สำคัญของโรงเรียนนั้นไม่ต้องประสบปัญหาด้านการควบคุมความชื้นและอุณหภูมิภายใน Data Center ดังที่ต้องเคยเจออย่างในอดีตที่ผ่านมาอีกต่อไป

สำหรับกรณีตัวอย่างสุดท้ายนั้น ก็คือโรงพยาบาลแห่งหนึ่งซึ่งเดิมทีเคยมีห้อง Data Center ขนาดใหญ่มาก่อน แต่พอถึงรอบการลงทุนระบบ IT ใหม่นั้น ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ก็ทำให้จำนวนของอุปกรณ์และพื้นที่ที่ต้องใช้ติดตั้งนั้นน้อยลงมาก จากเดิมที่เคยออกแบบเอาไว้ว่าต้องใช้มากถึง 15 Rack ก็สามารถลดลงด้วยการใช้ระบบ Edge Data Center ขนาดเพียงแค่ 6 Rack เท่านั้น ทำให้โรงพยาบาลแห่งนี้เปลี่ยนมาใช้ Edge Data Center แทน และมีแผนที่จะเพิ่มขยายในอนาคตอีกด้วย

ลองเริ่มต้นออกแบบ Edge Data Center แรกของคุณแบบจัดเต็มทุกความสามารถได้ด้วยตัวเอง

เพื่อให้เห็นภาพกันมากขึ้นและช่วยให้การตัดสินใจลงทุนใน Edge Data Center เป็นไปได้อย่างง่ายดายยิ่งขึ้น ทาง Rittal จึงได้พัฒนาระบบ Edge Data Center Configurator เอาไว้ให้ผู้ที่สนใจนั้นได้เข้าไปใช้งานฟรีอยู่ที่ https://www.rittal.com/com-en/content/en/support/software/ausw_hlen/edge_data_center_configurator/without_marginal_column.jsp

Edge Data Center Configurator นี้จะเปิดให้เราสามารถเลือกออกแบบ Edge Data Center ที่ตรงกับความต้องการของเราได้ ตั้งแต่การเลือกจำนวน Rack และ U ที่ต้องการใช้งาน, การเลือกขนาดของ Cooling Output ในแต่ละ Rack ให้เหมาะสมกับ Workload ของระบบ, การเลือกขนาดความกว้างและความลึกของ Rack ให้เหมาะสมกับอุปกรณ์ที่เราต้องการนำมาติดตั้งใช้งาน, ระดับของ Redundancy ในแต่ละ Rack ให้เหมาะสมกับความทนทานในระดับที่ต้องการ ไปจนถึงระบบ Security และ Monitoring พื้นฐานที่ครอบคลุมทั้ง PDU Metered, การวัดอุณหภูมิและความชื้น, ระบบ Access Control, ประตูอัตโนมัติ, ระบบ Fire Detection และ UPS เรียกได้ว่าครบทุกอย่างที่จำเป็นต่อ Data Center ขนาดใหญ่สำหรับการใช้งานในระดับธุรกิจองค์กรขนาดใหญ่เลย

เมื่อเลือกสิ่งที่ต้องการเสร็จเรียบร้อยแล้ว เราก็สามารถใส่รายละเอียดของเราเพื่อให้ระบบทำการส่งข้อมูลของการกำหนดค่าต่างๆ, Part List ที่ต้องใช้ และใบเสนอราคามาให้เราเพื่อทำการประเมินต่อไปได้ทันที

จะเห็นได้ว่าแนวทางของ Edge Data Center นี้ไม่เพียงแต่จะทำให้การติดตั้งใช้งานง่ายเท่านั้น แต่ความง่ายนี้เกิดขึ้นตั้งแต่ขั้นตอนของการขอข้อมูล, ขอราคา และการตัดสินใจแล้ว อีกทั้งการที่ Hardware ทั้งหมดถูกคัดสรรและทดสอบมาเป็นอย่างดี ก็ทำให้การเลือกใช้ Hardware เหล่านี้เป็นไปได้อย่างมั่นใจ และง่ายต่อการดูแลรักษาจากการที่ระบบทั้งหมดใช้งาน Hardware รูปแบบเดียวกันด้วยในระยะยาว

เลือกลงทุนกับระบบ Data Center อย่างไรให้คุ้มค่าที่สุด? ปรึกษา Kanoksin ได้ทันที

Kanoksin Import Export เป็นบริษัทไทยที่มีประสบการณ์ด้านการวางระบบ Data Center สำหรับธุรกิจองค์กรไทยมาอย่างยาวนาน และมีทีมงานที่มากด้วยประสบการณ์ในระบบและมาตรฐานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับ Data Center อย่างครบถ้วน ซึ่งทีมงาน Kanoksin เองก็พร้อมให้คำปรึกษาและเปรียบเทียบทางเลือกต่างๆ แก่เหล่าธุรกิจองค์กรไทย ว่าในความต้องการแต่ละรูปแบบนั้น ควรออกแบบ Data Center อย่างไรให้เหมาะสมและคุ้มค่าที่สุดในระยะยาวภายใต้งบประมาณที่ต้องการ

มารู้จักกับเรา Kanoksin (กนกสิน) และ RITTAL (ริททัล)

RITTAL (ริททัล) คือ บริษัทชั้นนำจากประเทศเยอรมัน ผู้นำด้าน Data Center ที่เข้ามาทำการตลาดในประเทศไทย Solution ที่น่าสนใจ คือ Edge Data Center ที่ช่วยลดค่าทรัพยากรในการออกแบบเพื่อสร้าง Data Center ทำให้ธุรกิจขนาดเล็กจนถึงองค์กรขนาดใหญ่สามารถรองรับตามมาตรฐาน Data Center พร้อม Containment และ Container สำหรับห้อง Data Center แบบครบวงจร โดย RITTAL ได้จับมือกับ KANOKSIN EXPORT IMPORT ร่วมกันขับเคลื่อน Solution ให้ตอบโจทย์กับองค์กรธุรกิจไทยมากที่สุด

ผู้ที่สนใจผลิตภัณฑ์ หรือ Solution ของ Kanoksin หรือ Rittal สามารถติดต่อได้ที่
Email: PSD@kanoksin.com
เบอร์ติดต่อ 02-079-8000 ต่อ 245, 253 หรือ 084-360-1221 (แคท)
Website: http://www.kanoksin.com/Product, https://www.rittal.com

หากสนใจผลิตภัณฑ์ของเรา สามารถกรอกข้อมูลที่ https://forms.gle/AnBxafqYK2URAGgj9 เพื่อให้ทีมงาน Kanoksin ทำการติดต่อกลับได้ทันที



About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

Palo Alto Networks อัปเดตความสามารถให้ Prisma เน้น Security สำหรับ DevOps โดยเฉพาะ

Palo Alto Networks ได้ประกาศเพิ่มความสามารถหลายประการให้แก่ Cloud Native Security Platform (Prisma) ของตน ที่ตอบโจทย์ทีม DevOps ขององค์กรโดยเฉพาะ

ใช้ Smartphone หรือ Tablet ทำงานจากที่บ้านแทน PC ทำอย่างไรได้บ้าง?

ในภาวะที่หลายๆ ธุรกิจกำลังพิจารณาหาทางออกในการใช้นโยบาย Work from Home ให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยที่พนักงานยังคงทำงานได้เต็มที่เสมือนมาทำงานที่ออฟฟิศอยู่ และเกิดการสั่งซื้อ PC/Notebook เพิ่มท่ามกลางภาวะที่ผู้ผลิตยังไม่สามารถเดินกำลังการผลิตได้ดีนักจนบางแบรนด์สินค้าเริ่มขาด Stock กันไปแล้ว ทางเลือกหนึ่งนอกเหนือจากการให้พนักงานทำงานผ่าน Notebook ที่สามารถพกพาไปทำงานที่บ้านนั้น ก็คือการใช้ Smartphone หรือ Tablet ทำงานแทน Notebook อย่างเต็มที่ 100% ไปเลยนั่นเอง ในบทความนี้เราจะพาไปพิจารณาทางเลือกแต่ละทางที่เป็นไปได้กันครับ