งานวิจัยเผยหุ่นยนต์ยังไม่พร้อมแทนที่ครูในอนาคตอันใกล้แต่ช่วยเร่งการเรียนรู้ของเด็กๆ ได้

มีการตีพิมพ์งานวิจัยที่ชื่อ “Social Robots for Education: A Review” ซึ่งนักวิจัยได้ศึกษาว่าการใช้หุ่นยนต์ในการสอนให้ผลดีเรื่องเฉพาะด้าน เช่น เลขจำนวนเฉพาะ หรือ คำศัพท์ แต่ด้วยข้อจำกัดของเทคโนโลยีปัจจุบันด้าน Speech Recognition และการปฏิสัมพันธ์ด้านสังคมทำให้หุ่นยนต์นั้นยังไม่สามารถกลายเป็นครูได้ในอนาคตอันใกล้แต่อาจเป็นผู้ช่วยสอนเพื่อเร่งการเรียนรู้ของเด็กได้

Credit: ShutterStock.com

Tony Belpaeme ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัย Plymouth และ Ghent หัวหน้าผู้ศึกษางานวิจัยและมีประสบการณ์ด้าน Social Robotic มากว่า 2 ทศวรรษได้กล่าวว่า “เมื่อไม่กี่ปีมานี้นักวิทยาศาสตร์มีการสร้างหุ่นยนต์สำหรับงานในห้องเรียน สาเหตุเพราะงบประมาณด้านการสอนมีอย่างจำกัดและความต้องการเพื่อสอนส่วนตัวมีมากขึ้นจึงเกิดโซลูชันดังกล่าว” อย่างไรก็ตามสำหรับตอนนี้สิ่งที่จะเป็นไปได้สำหรับการใช้งานหุ่นยนต์ Belpaeme กล่าวว่า “Social Robot อาจกลายเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างพื้นฐานการศึกษาเหมือน กระดาษ กระดานดำ หรือแท็บแล็ต แต่หุ่นยนต์สามารถช่วยเหลือและแก้ปัญหานักเรียนกรณีที่มีทรัพยากรอย่างจำกัด” และยังเสริมว่า “หุ่นยนต์จะช่วยให้คุณครูมีเวลาไปทำสิ่งที่มนุษย์ถนัด เช่น มีความเข้าอกเข้าใจ เห็นใจ และระบบการให้รางวัล”

จากการศึกษาบทความอื่นด้าน Science Robotics กว่า 100 งานพบว่าหุ่นยนต์มีประสิทธิภาพในการเพิ่มผลลัพธ์อาจเพราะความสามารถทางกายภาพ นอกจากนี้ด้วยข้อจำกัดของเทคโนโลยีอย่าง Speech Recognition ในตอนนี้ยังไม่ดีพอที่หุ่นยนต์จะเข้าใจการพูดเปล่งเสียงของเด็กได้ อีกความท้าทายหนึ่งของการใช้หุ่นยนต์ในหลักสูตรคือการบริหารจัดระเบียบเพราะอาจนำไปสู่ความเสี่ยงในความเป็นจริง เช่น เด็กบางคนอาจได้รับความช่วยเหลือจากหุ่นยนต์มากเกินความจำเป็น ทั้งๆ ที่ปัญหาไม่ได้ยาก

เช่นกันเมื่อพูดถึงด้านจริยธรรมทางผู้เขียนงานวิจัยได้สรุปว่า “เราอยากฝากอนาคตด้านการศึกษาของลูกหลานเราไว้ในกำมือของเครื่องจักรมากแค่ไหนกัน จริงอยู่ที่โดยรวมผู้เรียนได้ผลลัพธ์ในเชิงบวกแต่ผู้ปกครองและคณะผู้สอนควรจะมีทัศนะคติอย่างระมัดระวัง ถึงแม้ว่ามีหลายงานที่กล่าวว่าการใช้งานหุ่นยนต์นั้นให้ผลดีงามด้านการสอนในหัวข้อเฉพาะด้าน แต่ว่าก็ยังมีข้อจำกัดด้านเทคนิคและบริหารจัดการ แต่ห้องเรียนในอนาคตอาจมีการใช้ผู้ช่วยโดยหุ่นยนต์จริงๆ ก็เป็นได้”

ที่มา : https://cacm.acm.org/careers/230384-robots-will-never-replace-teachers-but-can-boost-childrens-education/fulltext

About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

MFEC ชวน เจาะลึก 3 ผลิตภัณฑ์ AI จาก Tencent Cloud: TokenHub, WorkBuddy และ CodeBuddy — องค์กรไทยควรเริ่มต้นจากตัวไหน? [Guest Post]

TokenHub = แพลตฟอร์มแบบรวมศูนย์ ที่รวบรวม LLM หลายตัวไว้ด้วยกัน เข้าถึงได้ผ่าน API เดียว และคิดค่าบริการตามจำนวนโทเค็นที่ใช้งานจริง WorkBuddy = AI Agent บนเดสก์ท็อปที่สั่งงานได้ผ่านแอปแชทที่มีอยู่แล้ว …

AIS Business พลิกมุมคิด ยกระดับ IT องค์กรยุคใหม่ ตอบรับเทรนด์ AI Shift ด้วย IT Infrastructure ที่พร้อมรองรับ AI ได้อย่างมั่นใจ

ท่ามกลางความร้อนแรงของเทคโนโลยี AI ที่เปิดตัวใหม่ไม่เว้นวัน ทำให้ธุรกิจองค์กรทั่วโลกรวมถึงไทยนั้นต่างตื่นตัวเป็นอย่างมากกับกระแสการมาของ AI ที่เริ่มสามารถนำมาใช้งานจริงได้ในภาคธุรกิจองค์กรยิ่งกว่าที่เคย