Ransomware มัลแวร์เรียกค่าไถ่แพร่กระจายสู่พื้นที่ใหม่ๆ [Official News]

trend_micro_logo

แม้ว่าจะมีการตรวจพบมัลแวร์เรียกค่าไถ่แบบเข้ารหัสข้อมูล (Crypto-Ransomware) อย่างกว้างขวางในบางภูมิภาค เช่น ทวีปอเมริกาเหนือ และยุโรป ก็ยังพบว่ามีการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของกรณีคล้ายกันในภูมิภาคอื่นๆ ตัวอย่างเช่น มีการพบเจอ Critroni หรือ Curve-Tor-Bitcoin (CTB) Locker ซึ่งเป็นมัลแวร์ crypto-locker รุ่นเก่า ในทวีปเอเชีย ถึงแม้ว่าจำนวนการตรวจพบในพื้นที่ใหม่ๆ เหล่านี้จะยังมีไม่มาก แต่ก็อาจเป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงการแพร่กระจายที่เพิ่มมากขึ้นของมัลแวร์เรียกค่าไถ่แบบเข้ารหัสข้อมูลในอนาคตอันใกล้

trend_micro_ransomware_1

Ransomware หรือมัลแวร์เรียกค่าไถ่แบบเข้ารหัสข้อมูลคืออะไร?

Ransomware เป็นมัลแวร์ชนิดหนึ่งที่มีพฤติกรรมไม่เหมือนกับมัลแวร์อื่นๆ Ransomware นี้จะทำการเข้าหรือล็อกไฟล์เอกสารหรือข้อมูลในเครื่อง (เรียกว่า CryptoLocker) ของผู้ใช้ด้วยรหัส ซึ่งจะส่งผลให้ผู้ใช้ไม่สามารถเข้าถึงไฟล์หรือคอมพิวเตอร์ได้ จากนั้นก็จะส่งข้อความ “เรียกค่าไถ่” ไปยังเจ้าของข้อมูลนั้นๆ เพื่อให้เจ้าของข้อมูลโอนเงินให้แก่ผู้ควบคุมมัลแวร์เพื่อแลกกับการถอดรหัสเพื่อกู้ข้อมูลคืนมา มัลแวร์ชนิดนี้จะมากับอีเมล์ที่มีไฟล์แนบที่มีชื่อ TOR, Invoice และอื่นๆ ซึ่งถ้าผู้ใช้งานเผลอ/พลาดไปเปิดไฟล์นั้นเข้า มัลแวร์ชนิดนี้ก็จะทำการ encrypted files ของเครื่องนั้นทันที

ขั้นตอนการทำงานของมัลแวร์ที่ผู้ควบคุมมัลแวร์ส่งมาหลอกล่อให้ทำการเปิดไฟล์
ขั้นตอนการทำงานของมัลแวร์ที่ผู้ควบคุมมัลแวร์ส่งมาหลอกล่อให้ทำการเปิดไฟล์
ภาพตัวอย่างอีเมล์ขยะที่แนบมัลแวร์มาเป็นซิปไฟล์ภายใต้การหลอกล่อว่าเป็น Invoice
ภาพตัวอย่างอีเมล์ขยะที่แนบมัลแวร์มาเป็นซิปไฟล์ภายใต้การหลอกล่อว่าเป็น Invoice
ภาพตัวอย่างการ ‘เรียกค่าไถ่’ ที่ผู้ควบคุมมัลแวร์ CBT-Locker ได้เรียกร้องถึง 630 ดอลล่าร์สหรัฐในการถอดรหัสเพื่อกู้คืนข้อมูล
ภาพตัวอย่างการ ‘เรียกค่าไถ่’ ที่ผู้ควบคุมมัลแวร์ CBT-Locker ได้เรียกร้องถึง 630 ดอลล่าร์สหรัฐในการถอดรหัสเพื่อกู้คืนข้อมูล

Ransomware เป็นมัลแวร์ที่มีหลายสายพันธุ์ และจัดเป็น Zero-day การจะกำจัดนั้นจะต้องได้ตัวอย่างของสายพันธุ์ที่ได้ระบบได้รับการแพร่กระจายมา โดยการกำจัดจะต้องออกแพทเทิร์นในการกำจัดแบบ 1 แพทเทิร์น : 1 สายพันธุ์ หากเป็นสายพันธุ์ที่ทางเทรนด์ไมโครมีตัวอย่างอยู่แล้ว เพียงอัพเดทแพทเทิร์นก็จะสามารถป้องกันได้

เพิ่มเติม: Ransomware 101: มัลแวร์เรียกค่าไถ่ข้อมูลคืออะไรและทำงานอย่างไร

CTB Locker แตกต่างอย่างไรจาก Crypto-Ransomware แบบอื่นๆ?

  • Locker ทั่วไปขอให้ผู้ใช้จ่าย 3 Bitcoin (มูลค่าเท่ากับ 732.95 ดอลลาร์สหรัฐฯ)
  • ไม่จำเป็นต้องใช้อินเทอร์เน็ตในการเข้ารหัสไฟล์ สามารถทำงานได้แม้กระทั่งในกรณีที่ไม่มีการเชื่อมต่อ
  • ยอมถอดรหัส 5 ไฟล์ให้ฟรี
  • ยืดกำหนดเส้นตายในการจ่ายค่าไถ่สำหรับไฟล์ที่ถูกเข้ารหัส
  • เปิดโอกาสให้เหยื่อเลือกภาษาสำหรับข้อความเรียกค่าไถ่

ผู้ใช้ติดมัลแวร์ CTB Locker ได้อย่างไร?

  • เหยื่อได้รับสแปมเมล์ที่มีมัลแวร์แฝงอยู่
  • มัลแวร์ดังกล่าวดาวน์โหลด CTB Locker
  • CBT Locker เข้ารหัสไฟล์ของเหยื่อ
  • เหยื่อได้รับข้อความระบุยอดค่าไถ่และกำหนดเส้นตายสำหรับการจ่ายค่าไถ่
  • จากนั้นเหยื่อจะต้องจ่ายเงิน Bitcoin ผ่านทาง TOR

ผลกระทบจาก CTB Locker ในภูมิภาคใหม่ๆ

ด้านล่างนี้คือรายชื่อประเทศที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด นอกเหนือจากสหรัฐฯ และยุโรป ตะวันออกกลาง และแอฟริกา (EMEA) สาเหตุของปัญหาแตกต่างกันไป แต่โดยมากแล้ว เกิดจากนิสัยการท่องเว็บที่ไม่เหมาะสม และไม่ได้ติดตั้งโซลูชั่นรักษาความปลอดภัยที่มีประสิทธิภาพและทันสมัย

  • อินเดีย
  • ไทย
  • อินโดนีเซีย
  • ไต้หวัน
  • เวียดนาม
  • มาเลเซีย
  • ฟิลิปปินส์
  • ออสเตรเลีย
  • ฮ่องกง
  • เกาหลีใต้
  • สิงคโปร์
  • นิวซีแลนด์

ในกรณีที่ผู้ใช้ติดมัลแวร์ CTB Locker แล้ว จะยังคงสามารถกู้คืนข้อมูลได้หรือไม่?

แม้ว่ามัลแวร์จะอ้างว่าจะถอดรหัสไฟล์ข้อมูลคืนให้หลังจากที่ได้รับเงิน แต่ในความเป็นจริงแล้ว มีโอกาสน้อยมากที่จะได้รับข้อมูลกลับคืน แม้ว่าผู้ใช้จะยอมจ่ายค่าไถ่ให้ก็ตาม วิธีที่ดีที่สุดก็คือ การป้องกัน Ransomware ประเภทนี้เสียแต่เนิ่นๆ

ผู้ใช้จะสามารถหลีกเลี่ยงการติดมัลแวร์ CTB Locker ได้อย่างไร?

ผู้ใช้สามารถดำเนินการดังนี้:

  • หลีกเลี่ยงการคลิกลิงค์ที่น่าสงสัย
  • แบ็คอัพข้อมูลสำคัญ
  • ตรวจสอบชื่อผู้ส่งอีเมล
  • ตรวจสอบเนื้อหาและไฟล์แนบในอีเมล์อย่างรอบคอบ
  • อัพเดตซอฟต์แวร์ให้ทันสมัย

“เราตรวจพบมัลแวร์ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง รวมถึงพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปของมัลแวร์เรียกค่าไถ่ข้อมูล และเราได้พัฒนาโซลูชั่นใหม่ๆ เพื่อรับมือกับมัลแวร์เหล่านี้ การแพร่ระบาดของมัลแวร์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ใหม่ๆ ในตอนนี้แสดงให้เห็นว่า มัลแวร์ชนิดนี้ก่อให้เกิดผลกระทบเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง เราจึงขอแนะนำให้ทุกคนใช้ความระมัดระวังอย่างสูงสุด” — พอล โอลิเวเรีย ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารเทคนิคของ TrendLabs


About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

Google เปิดตัว Android 12L สำหรับ Tablet หรือมือถือที่พับหน้าจอได้

Google ได้ประกาศเปิดตัว Android 12L สำหรับ Tablet หรือโทรศัพท์มือถือที่พับหน้าจอได้

เปิดตัว Raspberry Pi Zero 2 W ประสิทธิภาพดีขึ้น 5 เท่า

เปิดตัว Raspberry Pi Zero 2 W ประสิทธิภาพดีขึ้น 5 เท่า ราคาเพียง 15 เหรียญ