เตรียมพร้อมสู่ยุค Smart Manufacturing ด้วยโซลูชันเทคโนโลยี 5G จาก AIS Business

เป็นที่รู้กันว่าตอนนี้เทคโนโลยี 5G ได้กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญในการทำธุรกิจในปัจจุบันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ด้วยพัฒนาการของเทคโนโลยีที่มีความสามารถใหม่ ๆ ที่สามารถตอบสนองต่อทุกอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นความเร็วที่สูงขึ้นกว่า 20 เท่า พร้อมกับความหน่วงต่ำ (Low Latency) ระดับน้อยกว่า 20 มิลลิวินาทีที่มีความเสถียรและครอบคลุมได้ทั่วตามที่ต้องการในพื้นที่ใช้งาน รวมทั้งความสามารถในการทำ Network Slicing ที่บริหารจัดการคุณสมบัติทางเครือข่ายได้ตามความต้องการในแต่ละแอปพลิเคชัน และถ้าหากต้องการใช้งานเป็น MEC (Multi-Access Edge Computing) หรือ Private Network ในปัจจุบันทางผู้ให้บริการต่าง ๆ ก็มีโซลูชันรองรับได้ทุกรูปแบบที่ต้องการใช้งานแล้ว

ด้วยพัฒนาการของเทคโนโลยี 5G ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องนี้เอง จึงได้ทำให้ภาคอุตสาหกรรมการผลิตเริ่มปรับเปลี่ยนมาเป็นรูปแบบ Smart Manufacturing มากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเริ่มมีการปรับใช้โซลูชันใหม่ ๆ ที่ทำให้สายการผลิตมีความยืดหยุ่นมากกว่าเดิม หรือว่าสามารถตรวจสอบติดตามสถานะเครื่องจักร บำรุงรักษาได้จากระยะไกล เป็นต้น ทั้งหมดนี้คือจุดเริ่มต้นของการไปสู่ Industry 4.0 ที่กำลังจะเดินต่อไปในอนาคต และในบทความนี้เอง ทาง TechTalkThai จะขอยกกรณีศึกษาและโซลูชันที่ทาง AIS Business ได้ร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ไม่ว่าจะเป็น ZTE, OMRON, Mitsubishi Electric, TKK และ Schneider Electric สำหรับการปรับเป็น Smart Manufacturing ที่มีการใช้งานจริงแล้ว ซึ่งอาจจะทำให้ท่านผู้อ่านเกิดเป็นไอเดียในการสร้างโซลูชันใหม่ ๆ หรืออาจนำไปประยุกต์ใช้ในธุรกิจของท่านได้ไม่มากก็น้อย

เส้นทาง 5G กับ Smart Manufacturing จาก ZTE

ZTE มีความเชื่อมั่นว่าเทคโนโลยี 5G ในตลาดภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคจะนำมาซึ่งโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ ๆ ตามการขยายตัวของโครงข่าย 5G ทั่วพื้นที่ โดยมีการคาดการณ์ว่าภายใน 10 ปีข้างหน้านับจากนี้ ประเทศไทยจะก้าวไปสู่การเป็น Digital Transformation อย่างเต็มรูปแบบ หากแต่ก็ยังคงมีความท้าทายทางอุตสาหกรรมในหลากหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นความต้องการที่กระจายตัวไปในแต่ละอุตสาหกรรม ความสมดุลระหว่างความน่าเชื่อถือกับต้นทุน รวมทั้งอุปสรรคในด้านความร่วมมือกับต่างอุตสาหกรรม

ด้วยเหตุนี้ ZTE จึงได้ออกแบบระบบโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) บนเทคโนโลยี 5G เพื่อเสริมศักยภาพทางดิจิทัลให้แก่ภาคอุตสาหกรรมการผลิต โดยมุ่งเน้นในการสร้างมูลค่าในหลากหลายธุรกิจให้ตอบสนองความต้องการของตลาดและการประยุกต์ใช้งานได้จริงด้วยการขยายขีดความสามารถของเทคโนโลยีต่าง ๆ โดยตัวอย่างที่ทาง ZTE ได้ทำมาก่อนหน้านี้แล้ว ได้แก่

  • 5G + MEC Machine Vision ที่มีการใช้ระบบ AI ช่วยในงานที่ทำซ้ำ ๆ อย่างเช่นการตรวจสอบสินค้าที่ชำรุด การนับจำนวนชิ้นส่วน เป็นต้น ซึ่งช่วยให้ประหยัดเวลาและแรงงานไปได้อย่างมหาศาล อีกทั้งยังมีความแม่นยำมากกว่าเดิมด้วย
  • 5G + Natural Navigation AGV การใช้รถขนส่งอัตโนมัติแบบไร้คนขับเพื่อช่วยเรื่องการขนส่งโลจิสติกส์ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งการประยุกต์ใช้ 5G นั้นทำให้สามารถลดต้นทุนลงไปได้อย่างมาก และทำให้การขนส่งมีความยืดหยุ่น อีกทั้งลดปัญหาการชนกันลงไปได้
  • 5G + UHD Video ด้วยเทคโนโลยี 5G ที่รองรับแบนด์วิดท์ได้สูง จึงสามารถปรับปรุงประสิทธิภาพในการให้บริการจากระยะไกล (Remote Operation) ได้ดีขึ้น ซึ่งทำให้เกิดเป็นโซลูชันควบคุมจากระยะไกล หรือโซลูชันหุ่นยนต์ตรวจตราที่สามารถส่งภาพระดับ 4K HD กลับมาตรวจสอบได้
  • 5G + Cloud PLC ระบบควบคุมสายการผลิตที่สามารถปรับปรุงได้อย่างยืดหยุ่น โดยที่ Cloud PLC เพียงชุดเดียวสามารถทดแทน PLC แบบดั้งเดิมได้อย่างมาก อีกทั้งยังสะดวกในการขยายหรือปรับเปลี่ยนผ่านคลาวด์ หรือทำ Offline Simulation ได้อย่างรวดเร็ว
  • 5G + Industrial Park Platform ทำให้โรงงานสามารถมองเห็นภาพรวมที่สามารถบริหารจัดการและควบคุมได้สะดวก เนื่องด้วยโครงข่าย 5G ที่ทำให้สามารถเข้าถึงและเชื่อมต่อกับทุก ๆ อุปกรณ์ จึงทำให้สามารถนำข้อมูลไปวิเคราะห์และทำนายสิ่งที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคตและช่วยให้มนุษย์ตัดสินใจได้รวดเร็วแม่นยำยิ่งขึ้น

อีกกรณีหนึ่งที่ทาง ZTE ได้มีการทดสอบร่วมกับ AIS Business ก่อนหน้าในปีนี้ คือที่โรงงานยาวาต้า (Yawata) ผู้ผลิตลวดเชื่อมคุณภาพสูง ด้วยการใช้งาน 5G Private Network ร่วมกับ NodeEngine จึงสามารถเปลี่ยนโฉมโรงงานแบบดั้งเดิมให้กลายเป็นโรงงานอัจฉริยะที่มี Latency ต่ำกว่า 10 มิลลิวินาทีได้สำเร็จ 

OMRON กับการควบคุมสายการผลิตได้อย่างยืดหยุ่น

การผนึกกำลังกันระหว่าง OMRON กับ AIS Business นั้นถือเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่สำคัญในการทำให้เกิดโซลูชัน Smart Manufacturing ที่ครบวงจร ด้วยความเชี่ยวชาญด้านระบบ Automation ในโรงงานของ OMRON กับทาง AIS  Business ที่เชี่ยวชาญในการจัดการข้อมูลองค์กรนั้น จึงทำให้เกิดโซลูชันที่ตอบรับการเป็น Industry 4.0 ได้อย่างตรงจุด

โดยทาง OMRON สามารถจัดส่งข้อมูลจากเครื่องจักรในสายการผลิตต่าง ๆ กับเครือข่าย 5G ของ AIS ในการทำระบบวิเคราะห์ข้อมูล จึงทำให้เห็นภาพรวมของสายการผลิต รวมทั้งสามารถหา Insight บางอย่างที่เกิดขึ้นเพื่อบริหารจัดการสายการผลิตได้ดีขึ้นกว่าเดิม อีกทั้งยังสามารถนำข้อมูลไปสร้างเป็นแผนภาพเพื่อนำเสนอในระดับที่สูงขึ้นต่อไปได้อีกด้วย 

ตัวอย่าง Use Case ที่เริ่มใช้งานแล้วจริงแล้วจากความร่วมมือกันระหว่าง OMRON กับทาง AIS Business นั้นคือระบบ Layout-free Production Line ที่สายการผลิตภายในโรงงานจะไม่ถูกจำกัดตาม Layout ที่วางไว้อีกต่อไป ด้วยการใช้หุ่นยนต์ Autonomous Mobile Robot (AMR) ร่วมกับโครงข่าย 5G จึงทำให้หุ่นยนต์ AMR สามารถกำหนดปรับเปลี่ยนเส้นทางการวิ่งได้อย่างยืดหยุ่น โดยรูปแบบหนึ่งที่นำไปปรับใช้แล้วคือการลำเลียงส่งสิ่งของภายในโรงงานได้อัตโนมัติโดยที่ปราศจากมนุษย์เข้าไปแทรกแซง อีกทั้งยังสามารถตรวจสอบติดตามย้อนหลังได้หากเกิดปัญหาใด ๆ ขึ้นเนื่องจากจะมีการเก็บข้อมูลจากฝั่ง Operational Technology (OT) มาเก็บไว้ที่ฝั่ง Information Technology (IT) อยู่ตลอดนั่นเอง

Smart Remote Factory ด้วยโซลูชันจาก Mitsubishi Electric x TKK 

ด้วยสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ที่เกิดขึ้นมาอย่างยาวนาน จึงส่งผลให้ทุกธุรกิจจำเป็นที่จะต้องหาแนวทางที่ทำให้สามารถทำงานได้จากทุกหนทุกแห่ง ซึ่งในภาคอุตสาหกรรมการผลิตเรียกได้ว่ามีความท้าทายอย่างมาก ในการทำให้สามารถควบคุม บำรุงรักษา ตรวจสอบและติดตามการทำงานของเครื่องจักรได้จากระยะไกลโดยที่ไม่จำเป็นจะต้องเข้าไปที่โรงงาน

ด้วยโซลูชัน e-F@ctory จากทาง Mitsubishi Electric กับผู้เชี่ยวชาญในภาคอุตสาหกรรมการผลิตอย่าง TKK และผู้ให้บริการ 5G ที่แข็งแกร่งที่สุดของไทยอย่าง AIS Business จึงทำให้เกิดเป็นโซลูชัน Smart Manufacturing ที่สามารถยกระดับระบบอุตสาหกรรมอัตโนมัติ (Factory Automation : FA) ในการเชื่อมต่อข้อมูลจากอุปกรณ์ฝั่ง OT เข้ากับ IT ไปอีกขั้นผ่านเครือข่าย 5G ที่มีความรวดเร็วและมีศักยภาพมากยิ่งขึ้น ด้วยความร่วมมือนี้จึงทำให้เกิดโซลูชันการทำงานจากระยะไกลสำหรับภาคอุตสาหกรรมการผลิตในรูปแบบต่าง ๆ ที่สามารถใช้งานได้จริงแล้ว ดังนี้

  • Remote Monitoring การตรวจสอบสถานะสายการผลิตของเครื่องจักรได้จากระยะไกล
  • Remote Maintenance การสนับสนุนทีมงานซ่อมบำรุงในการตรวจสอบและแก้ไขกรณีเครื่องจักรทำงานผิดพลาดได้จากระยะไกล ทำให้ช่วยลดความเสี่ยงในการเข้าไปในพื้นที่ที่อันตรายได้
  • Remote Development ที่สนับสนุนการการทำงานร่วมกันระหว่างหลาย ๆ โรงงานได้จากระยะไกลโดยไม่ต้องเข้าไปที่สถานที่จริง สนับสนุนให้เกิดทำงานได้อย่างต่อเนื่องจากทุกหนทุกแห่ง
  • Remote Service การให้บริการให้คำปรึกษาบริการจากระยะไกล โดยที่ตัวพนักงานจริง ๆ ไม่จำเป็นจะต้องเข้าไปที่โรงงาน

จะเห็นได้ว่าโซลูชันแบบใหม่ที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือของทั้ง 3 องค์กรนี้สามารถตอบโจทย์กับสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ได้เป็นอย่างดี ที่ทำให้การทำงานจากระยะไกลในฝั่งภาคอุตสาหกรรมการผลิตในรูปแบบต่าง ๆ นั้นไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

Schneider Electric กับระบบบริหารจัดการพลังงาน 

เป็นที่รู้กันว่าปัญหาการขาดแคลนพลังงานนั้นคือเรื่องที่สำคัญของโลกแล้ว ณ ตอนนี้ และภาคอุตสาหกรรมการผลิตนั้นยังคงจำเป็นต้องใช้งานพลังงานอย่างมหาศาลในสายการผลิตต่าง ๆ อีกทั้งพลังงานที่ใช้ยังเป็นต้นทุนที่สำคัญอีกส่วนหนึ่งนอกเหนือจากวัตถุดิบที่ใช้ในสายการผลิตด้วย ดังนั้นการบริหารจัดการพลังงานในสายการผลิตให้มีประสิทธิภาพสูงสุดนั้นจึงเรื่องที่สำคัญอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ทาง Schneider Electric คือหนึ่งในผู้เชี่ยวชาญในการบริหารจัดการพลังงานให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดที่สามารถตรวจสอบติดตามพลังงานได้ทุกรูปแบบที่ไม่ใช่แค่พลังงานไฟฟ้าเท่านั้น และด้วยความร่วมมือกับทาง AIS Business จึงทำให้เกิดการใช้งานระบบ EcoStruxure ร่วมกับเครือข่าย 5G ที่สนับสนุนให้โซลูชันต่าง ๆ สามารถตรวจสอบและควบคุมพลังงานได้ผ่านระบบ IoT ผ่านเครือข่ายไร้สายได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็น Building Advisor, Workplace Advisor หรือ Resource Advisor นั้นสามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว

นอกจากนี้ ความร่วมมือจาก 2 องค์กรยังทำให้เกิดโซลูชันอื่น ๆ สำหรับภาคอุตสาหกรรม ที่จะทำให้สายการผลิตมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นและพร้อมใช้งานได้จริงแล้ว ได้แก่

  • Machine Advisor (MA) คือระบบแสดงผลข้อมูลที่สามารถตรวจสอบติดตามสถานะประสิทธิภาพของอุปกรณ์ โดยสามารถวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้เพื่อนำผลไปใช้ปรับปรุงให้เครื่องจักรสามารถดำเนินงานให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด 
  • Augmented Operator Advisor (AOA) คือระบบแสดงข้อมูลหรือวัตถุแบบ Real Time ซ้อนทับบนเครื่องจักร โดยเทคนิค Augmented Reality ซึ่งสามารถใช้งานบนอุปกรณ์แท็ปเล็ต ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานให้กับผู้ปฎิบัติงานได้มากขึ้น  
  • Secure Connect Advisor (SC) คือระบบบนเครื่องจักรที่สนับสนุนการเชื่อมต่อข้อมูลจากอุปกรณ์เครื่องจักรผ่านเครือข่ายไร้สาย จึงทำให้สามารถเก็บข้อมูลจากเครื่องจักรออกมาวิเคราะห์ต่อได้อย่างรวดเร็ว

บทส่งท้าย

จากโซลูชันที่เกิดขึ้นใหม่มากมายเหล่านี้ เรียกได้ว่าเป็นอีกความก้าวหน้าในการไปสู่ยุค Smart Manufacturing และ Industry 4.0 มากยิ่งขึ้นเรื่อย ๆ โดยสิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากไม่เกิดความร่วมมือระหว่าง AIS Business กับพาร์ทเนอร์มากมายเช่นนี้ ซึ่งเชื่อว่าในอนาคตอันใกล้นี้ท่านผู้อ่านคงจะได้เห็นโซลูชันและนวัตกรรมเกิดใหม่ขึ้นอีกมากมายที่จะทำให้อุตสาหกรรมการผลิตเดินหน้าไปสู่ยุค Smart Manufacturing ได้อย่างสมบูรณ์ 

ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของเทคโนโลยี 5G ของทาง AIS Business ได้เป็นอย่างดีว่ามีความพร้อมและใช้งานได้จริงแล้วในภาคอุตสาหกรรมการผลิตปัจจุบัน และสำหรับลูกค้าองค์กรที่สนใจโซลูชันใด ๆ ของ AIS Business สามารถติดต่อเจ้าหน้าที่ AIS Business ที่ดูแลองค์กรของท่านหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่อีเมล business@ais.co.th ได้เลย

About chatchai

Tech Writer แห่ง TechTalk Thai ที่สนใจในทุกนวัตกรรมและเทคโนโลยี

Check Also

ปกป้องข้อมูลสำคัญของธุรกิจองค์กร พร้อมรับมือกับ Ransomware อย่างมั่นใจ ด้วยโซลูชัน Dell PowerProtect Cyber Recovery

ในปี 2026 นี้ แนวคิดของการทำ Cyber Vault ได้กลายมาเป็นวาระใหญ่ของธุรกิจองค์กรทั่วโลก เพื่อใช้ปกป้องข้อมูลและระบบสำคัญของธุรกิจ ให้มั่นใจได้ว่าเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน หรือถูกโจมตีด้วย Ransomware แล้ว ธุรกิจจะพร้อมตอบสนอง, กู้คืนข้อมูล, กู้คืนระบบ …

SIFT ร่วมกับ Qlik และ Snowflake ขอเชิญร่วมงานสัมมนา Governed Data. Intelligent AI. AI built on Enterprise Data. [Guest Post]

เรียนรู้การสร้างองค์กรที่พร้อมสำหรับ AI ด้วยข้อมูลที่เชื่อถือได้และปลอดภัย