[PR] งานวิจัยล่าสุดเผย เจ้าหน้าที่บริหารทางการเงิน ( CFOs ) ต้องทบทวนการประเมินสถานภาพการเงินขององค์กรใหม่

กรุงเทพ, ประเทศไทย – 23 ธันวาคม 2558 – ผลงานวิจัยล่าสุดในหัวข้อ The Digital Finance Imperative จากสถาบัน Chartered Global Management Accountant® ( CGMA® ) พบว่าเจ้าหน้าที่บริหารทางการเงิน ( CFOs ) ต้องทบทวนวิธีการประเมินสถานภาพการเงินขององค์กรใหม่สำหรับยุคดิจิตอล เนื่องจากการศึกษาพบว่ามูลค่าขององค์กรส่วนใหญ่เกิดจากสินทรัพย์ที่จับต้องไม่ได้ อาทิเช่น ความเชื่อมั่นของลูกค้าและชื่อเสียงขององค์กร ซึ่งเจ้าหน้าที่บริหารทางการเงินเผยว่าการเข้าถึงข้อมูลเพื่อวัดมูลค่าดังกล่าวเป็นเรื่องยาก เพียง 25 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่สามารถเข้าถึงข้อมูลความเชื่อมั่นของลูกค้าได้

Credit: ShutterStock.com
Credit: ShutterStock.com

คุณริชาร์ด วอง รองประธานฝ่ายการเงิน, ลิงค์อิน ( LinkedIn ) กล่าวว่า “การเลือกมาตรฐานดัชนีวัดความสำเร็จขององค์กรที่เหมาะสมนั้นเป็นเรื่องยาก โดยองค์กรต้องเลือกดัชนีวัดความสำเร็จที่สามารถนำมาใช้ได้จริง, ส่งผลดีต่อธุรกิจ และข้อมูลมาตราฐานที่ใช้นั้นถูกต้อง ซึ่งองค์กรอาจจะเริ่มใช้ มาตรฐานชี้วัดที่ง่ายสำหรับการเริ่มต้นและพัฒนาหรือเปลี่ยนแปลงภายในหลัง โดยมุ่งเน้นในการติดตามความคืบหน้าของการทำงาน”

รายงานจากออราเคิลระบุว่าการวัดมูลค่าขององค์กรจากสินทรัพย์จับต้องไม่ได้ผ่านนวัตกรรมการชีวัดที่ทันสมัยนั้นจะช่วยส่งเสริมการเติบโตของธุรกิจอย่างแพร่หลาย สินทรัพย์ดังกล่าวได้มีบทบาทสำคัญอย่างมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ซึ่งสถาบันทางการเงินสแตนดาร์ดแอนด์พัวร์ส ( S&P500 ) เผยว่าสินทรัพย์จับต้องไม่ได้สามารถเพิ่มมูลค่าให้กับองค์กรได้ถึง 80 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้ผู้ตอบแบบสอบถามจากการสำรวจทั่วโลกเชื่อว่า สิ่งที่ช่วยผลักดันมูลค่าให้กับองค์กรประกอบด้วย ความพึงพอใจของลูกค้า 76 เปอร์เซ็นต์, ประสิทธิภาพของกระบวนการทางธุรกิจ 64 เปอร์เซ็นต์ และ ลูกค้าสัมพันธ์ 63 เปอร์เซ็นต์

แต่อย่างไรก็ตามผลสำรวจยังพบว่าขณะนี้ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินพยายามเข้าถึงข้อมูลและวิเคราะห์มูลค่าของสินทรัพย์จับต้องไม่ได้มากขึ้น เพียง 25 เปอร์เซ็นต์ ของผู้ตอบแบบสอบถามสามารถรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับความเชื่อมั่นของลูกค้าได้ และเพียง 20 เปอร์เซ็นต์ ที่สามารถเข้าถึงข้อมูลสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อองค์กร ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเพียงหนึ่งในสามของผู้ตอบแบบสอบถามที่สามารถวัดประสิทธิภาพของกระบวนการทางธุรกิจผ่านสินทรัพย์จับต้องไม่ได้

คุณรอนดี้ อึ้ง, รองประธานฝ่ายพัฒนาแอพพลิเคชั่น, ออราเคิล กล่าวว่า “การเงินมีความเสี่ยงสูงในยุคของความก้าวหน้าด้านดิจิตอล ในขณะที่เครื่องมือดิจิตอลสามารถวิเคราะห์ความต้องการเชิงลึกเพื่อสร้างความแตกต่างและความก้าวหน้าได้มากขึ้น ดังนั้นเพื่ออุดช่องโหว่ดังกล่าวการเงินควรมีโปรมแกรม cloud-based ERP และ ระบบการทำงานที่สมัย ซึ่งฝ่ายการเงินสามารถนำระบบดิจิตอลมาใช้ในการคาดการ์ณแนวทางผลกำไรให้กับองค์กรได้อีกด้วย”

นอกจากนี้ผลสำรวจเผยว่าเพียง 15 เปอร์เซ็นต์ ของผู้ตอบแบบสอบถามที่องค์กรของพวกเขากำลังพัฒนาและคิดค้นตัววัดสินทรัพย์ที่จับต้องไม่ได้
ดร.โนแอล ทาโฮ, FCMA, CGMA ผู้อำนวยการบริหาร การศึกษา, CIMA และเป็นหนึ่งในผู้เขียนรายงาน กล่าวว่า “เนื่องจากยุคแห่งดิจิตอลทำให้ธุรกิจสร้างความแตกต่างและรับการตอบที่สูงยากขึ้น การตัดสินใจเลือกแนวทางให้กับองค์กรจึงกลายเป็นสิ่งจำเป็นที่จะนำองค์กรประสบความสำเร็จ ซึ่งการเงินมีบทบาทสำคัญที่จะช่วยสร้างความมั่นใจการเลือกแนวทาง และต้องเป็นการตัดสินใจร่วมกันของทั้งองค์กรเพื่อให้มั่นใจว่า กลยุทธ์, การวิเคราะห์ และ ข้อมูลต่าง จะช่วยพัฒนาศักยภาพการทำงานได้อย่างแท้จริง”

การศึกษาวิจัยในครั้งนี้ได้สำรวจจากผู้บริหาร 744 ราย ใน 34 ประเทศ รวมถึงผู้บริหารระดับสูงจาก บริษัทชั้นนำของโลก อาทิ LinkedIn, Walmart eCommerce, Shell, และ Southwest Airlines

About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

ข้อมูลลับองค์กรธุรกิจตกอยู่ในความเสี่ยง: แคสเปอร์สกี้รายงานการโจมตีด้วยสปายแวร์เพิ่มขึ้น 18% ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ [PR]

การโจมตีด้วยสปายแวร์ที่เพิ่มขึ้นทำให้องค์กรธุรกิจในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ตกอยู่ในความเสี่ยงมากขึ้น ตามรายงานของแคสเปอร์สกี้ บริษัทด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์และความเป็นส่วนตัวทางดิจิทัลระดับโลก

Nextwave Webinar : ยุคใหม่ของ TLS/SSL Certificate 47 วัน องค์กรคุณพร้อมหรือยัง? [26 พ.ค. 2569 – 14.00 น.]

รู้หรือไม่ว่า TLS/SSL Certificate ที่องค์กรของคุณใช้งานอยู่ กำลังจะมีอายุสั้นลงอย่างต่อเนื่อง จนเหลือเพียง 47 วันภายใน 3 ปีข้างหน้า คำถามสำคัญคือ…คุณพร้อมแค่ไหน?