Nvidia เปิดเผยว่าบริษัทได้ลงทุนมูลค่า 2 พันล้านดอลลาร์ใน Marvell Technology ซึ่งเป็นผู้ดำเนินธุรกิจออกแบบเซมิคอนดักเตอร์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ การอัดฉีดเงินสดในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของความเป็นพันธมิตรใหม่ที่จะครอบคลุมหลายส่วนของตลาดชิป

Marvell ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ในเมืองแซนตาแคลรา รัฐแคลิฟอร์เนีย เป็นผู้จัดจำหน่ายรายใหญ่สำหรับชิปในดาต้าเซ็นเตอร์ โดยบริษัทผลิตโปรเซสเซอร์ที่ปรับแต่งมาเพื่อขับเคลื่อนเครือข่ายใยแก้วนำแสงและฮาร์ดแวร์จัดเก็บข้อมูล นอกจากนี้ Marvell ยังมีหน่วยธุรกิจที่ช่วยบริษัทอื่น ๆ พัฒนา ASIC หรือวงจรรวมเฉพาะงานแบบกำหนดเอง ซึ่งหน่วยธุรกิจนี้คือจุดโฟกัสแรกของความเป็นพันธมิตรร่วมกับ Nvidia
ผู้ให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์จะเชื่อมต่อหน่วยประมวลผลกราฟิกของ Nvidia เข้ากับชิปตัวอื่น ๆ ในตู้เซิร์ฟเวอร์โดยใช้เทคโนโลยีเชื่อมต่อที่เรียกว่า NVLink ซึ่งจนถึงเมื่อไม่นานมานี้ เทคโนโลยีดังกล่าวสามารถใช้งานได้กับชิปของยักษ์ใหญ่ด้าน GPU เองเท่านั้น แต่เมื่อปีที่แล้ว Nvidia ได้เปิดตัวเทคโนโลยีที่เรียกว่า NVLink Fusion ซึ่งช่วยให้ ASIC แบบกำหนดเอง เช่น ชิปที่ผลิตโดย Marvell สามารถใช้งาน NVLink ได้
Marvell จะทำหน้าที่ “จัดหา XPU แบบกำหนดเอง และระบบเครือข่ายแบบ scale-up ที่รองรับ NVLink Fusion” ให้แก่ลูกค้าของทั้งสองบริษัทภายใต้ความร่วมมือนี้ โดยส่วนประกอบหลักของ NVLink Fusion คือ ชิปเล็ตที่บริษัทต่าง ๆ สามารถนำไปรวมเข้ากับการออกแบบโปรเซสเซอร์เฉพาะของตนเองได้ ซึ่งชิปเล็ตนี้จะช่วยให้โปรเซสเซอร์หลักสามารถเชื่อมต่อกับชิปตัวอื่น ๆ ผ่านการเชื่อมต่อแบบ NVLink
NVLink ถูกออกแบบมาเพื่อเชื่อมต่อชิปที่ติดตั้งอยู่ในเซิร์ฟเวอร์เครื่องเดียวกัน นอกจากนี้ Nvidia ยังมีเทคโนโลยีเชื่อมต่อลำดับที่สองคือ NVLink Switch ที่สามารถเคลื่อนย้ายข้อมูลข้ามเครื่องเซิร์ฟเวอร์ภายในตู้แร็คได้ โดย NVLink Fusion รองรับการเชื่อมต่อทั้งสองรูปแบบ
ความเป็นพันธมิตรระหว่าง Nvidia และ Marvell ยังขยายไปสู่ด้านอื่น ๆ โดยทั้งสองบริษัทจะร่วมมือกันในโปรเจกต์ Nvidia Aerial ซึ่งเป็นชุดโมดูลฮาร์ดแวร์และเครื่องมือซอฟต์แวร์สำหรับขับเคลื่อนเครือข่าย 5G ชุดผลิตภัณฑ์นี้เหมาะสำหรับงานต่าง ๆ เช่น การสร้างแฝดดิจิทัลของเครือข่ายผู้ให้บริการเพื่อหาโอกาสในการเพิ่มประสิทธิภาพ ในขณะเดียวกัน Nvidia จะทำงานร่วมกับ Marvell เพื่อ “พัฒนาระบบเครือข่ายระดับโลกสำหรับ AI รวมถึงโซลูชันการเชื่อมต่อด้วยแสงขั้นสูงและเทคโนโลยี Silicon Photonics”
เมื่อปีที่แล้ว Marvell ได้เข้าซื้อกิจการ Celestial AI ซึ่งเป็นสตาร์ทอัพด้านการเชื่อมต่อด้วยแสงในข้อตกลงที่มีมูลค่าสูงถึง 5.5 พันล้านดอลลาร์ การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้ทำให้บริษัทได้ครอบครอง Optical Interposer ที่สามารถใช้เชื่อมต่อชิปเล็ตของโปรเซสเซอร์เข้าด้วยกัน โดย Interposer คือแผ่นซิลิคอนรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่ทำหน้าที่เป็นชั้นฐานของโปรเซสเซอร์ ซึ่งประกอบด้วยสายไฟขนาดเล็กจิ๋วที่ขนส่งข้อมูลระหว่างชิปเล็ต
Marvell ยังเข้าแข่งในส่วนอื่น ๆ ของตลาดเครือข่ายเชิงแสง โดยจำหน่าย pluggable coherent transceiver สำหรับเครือข่ายระดับเมือง ซึ่งเป็นเครือข่ายใยแก้วนำแสงระยะไกลที่เชื่อมต่อดาต้าเซ็นเตอร์ที่อยู่ห่างไกลเข้าด้วยกัน นอกจากนี้ Marvell ยังผลิตชิปที่สามารถใช้ในการเคลื่อนย้ายแพ็กเก็ตข้อมูลระหว่างเซิร์ฟเวอร์ที่ติดตั้งอยู่ในดาต้าเซ็นเตอร์เดียวกันอีกด้วย
“ความต้องการในการสร้างโทเค็นกำลังพุ่งสูงขึ้น และโลกกำลังเร่งสร้างโรงงาน AI” Jensen Huang ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Nvidia กล่าว “ด้วยการทำงานร่วมกับ Marvell เรากำลังช่วยให้ลูกค้าสามารถใช้ประโยชน์จากระบบนิเวศโครงสร้างพื้นฐาน AI และขนาดของ Nvidia เพื่อสร้างระบบคำนวณ AI เฉพาะทางได้”
ความเป็นพันธมิตรนี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่สัปดาห์หลังจากที่ Nvidia ลงทุน 4 พันล้านดอลลาร์ในผู้ผลิตอุปกรณ์เครือข่ายเชิงแสงอีกสองราย ได้แก่ Lumentum Holdings และ Coherent ซึ่งผลิตโมดูล co-packaged optics หรือ CPO โดยเทคโนโลยีนี้จะช่วยลดจำนวนส่วนประกอบที่จำเป็นในการสร้างเครือข่ายใยแก้วนำแสงความเร็วสูง ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนในการสร้างดาต้าเซ็นเตอร์สำหรับ AI
ที่มา: https://siliconangle.com/2026/03/31/nvidia-invests-2b-marvell-part-new-interconnect-partnership/
TechTalkThai ศูนย์รวมข่าว Enterprise IT ออนไลน์แห่งแรกในประเทศไทย






