Nvidia ปิดดีลซื้อหุ้น Intel มูลค่า 5 พันล้านดอลลาร์ เสริมความร่วมมือพัฒนาชิป

Nvidia ประกาศปิดดีลซื้อหุ้น Intel มูลค่า 5 พันล้านดอลลาร์ผ่าน private placement พร้อมขยายความร่วมมือด้านวิศวกรรมในการพัฒนา CPU และ GPU ร่วมกัน

Credit: NVIDIA

Nvidia เปิดเผยว่าได้ดำเนินการซื้อหุ้น Intel จำนวน 214.7 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วน 4.4% ในราคาหุ้นละ 23.28 ดอลลาร์ ซึ่งต่ำกว่าราคาปิดตลาดก่อนประกาศดีลประมาณ 5% โดยบริษัทเคยประกาศแผนการลงทุนนี้ไว้ตั้งแต่เดือนกันยายนที่ผ่านมา

ดีลนี้เป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่างสองบริษัท โดยโปรเจกต์แรกจะเป็นการพัฒนา CPU ของ Intel ให้ทำงานร่วมกับ GPU ของ Nvidia ได้อย่างมีประสิทธิภาพผ่านเทคโนโลยี NVLink ซึ่งเป็น interconnect ที่สามารถส่งผ่านข้อมูลได้สูงถึง 1.8 terabits ต่อวินาที เร็วกว่า PCIe 5.0 ที่ใช้กันทั่วไปถึง 10 เท่า นอกจากนี้ Intel ยังมีแผนเปิดตัว System-on-Chip สำหรับตลาด consumer ที่จะรวม chiplet จาก desktop CPU ของ Nvidia เข้าไปด้วย

ก่อนหน้านี้มีรายงานว่า Nvidia เคยทดสอบกระบวนการผลิต Intel 18A เพื่อพิจารณาใช้ผลิต GPU แต่ได้หยุดการทดสอบไปแล้ว เนื่องจากปัญหา yield ของกระบวนการผลิตที่คาดว่าจะถึงระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมได้ในปี 2027 อย่างไรก็ตาม Apple ยังคงทดสอบกระบวนการนี้อยู่ และมีรายงานว่าโอกาสที่ Intel จะได้สัญญาผลิตชิป M-series ให้ Apple นั้น “ดีขึ้นอย่างมาก” ปัจจุบันหุ้น Intel ซื้อขายอยู่ในราคาที่สูงกว่าราคาที่ Nvidia ซื้อไว้กว่า 50%

ที่มา: https://siliconangle.com/2025/12/29/nvidia-finalizes-5b-purchase-intel-shares/

About เด็กฝึกงาน TechTalkThai หมายเลข 1

นักเขียนผู้มีความสนใจใน Enterprise IT ด้วยประสบการณ์กว่า 10 ปีในไทย ปัจจุบันใช้ชีวิตอยู่ที่สหรัฐอเมริกา แต่ยังคงมุ่งมั่นในการแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ด้านเทคโนโลยีให้กับทุกคน

Check Also

Linux Foundation เตรียมเปิดตัว Agent Name Service มาตรฐานระบุตัวตน AI Agent บนโครงสร้าง DNS

Linux Foundation ประกาศความตั้งใจเปิดตัว Agent Name Service (ANS) มาตรฐาน open source ที่ต่อยอดจากโครงสร้าง Domain Name System (DNS) …

IBM FlashSystem : พลิกโฉมการจัดการ Storage ด้วย Agentic AI และพร้อมตรวจจับ Ransomware ได้ใน 60 วินาที

เมื่อธุรกิจเปลี่ยนโฉมสู่การแข่งขันด้วยความเร็ว ระบบ IT จึงถูกท้าทายให้ต้องเป็น ตัวแบก ไม่ใช่ ตัวถ่วง แม้วันนี้เราจะปลดล็อกศักยภาพในการพัฒนาแอปพลิเคชันได้รวดเร็วอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน แต่ก็ต้องแลกมาด้วยความเสี่ยงที่สูงขึ้น โดยเฉพาะภัยร้ายอย่าง Ransomware ที่พุ่งเป้าทำลายปราการด่านสุดท้ายอย่าง Backup Data อีกทั้งยังมีความกดดันด้านงบประมาณที่ทำให้องค์กรต้องขบคิดอย่างหนัก …