พบช่องโหว่ใหม่สามารถทำ DNS Amplification Attack สูงสุดถึง 1,620 เท่า

ทีมผู้เชี่ยวชาญมหาวิทยาลัยในอิสราเอลได้เปิดเผยช่องโหว่ใน DNS Server ที่ช่วยให้คนร้ายสามารถทำ DNS Amplification Attack โดยมีอัตราการขยายหรือ Amplification Factor ระหว่าง 2 ถึง 1,620 เท่า ทั้งนี้ได้ตั้งชื่อผลงานว่า ‘NXNSAttack

credit : zdnet

NXNSAttack เป็นช่องโหว่บนที่เกิดขึ้นกับ DNS Resolver แบบ Recursive (ศึกษาเพิ่มเติมได้ที่นี่) โดยได้ส่งผลกระทบกับซอฟต์แวร์ DNS ของทั้ง Lnet Labs’s Unbound, BIND, Knot Resolver และ PowerDN รวมไปถึงบริการ DNS Server จากทั้ง Google, Microsoft, Cloudflare, Amazon, Oracle (DYN), Verisign, IBM Quad9 และ ICANN สำหรับช่องโหว่ที่อ้างอิงก็แล้วแต่ Vendor ที่ได้รับผลกระทบคือ CVE-2020-8616 (BIND), CVE-2020-12662 (Unbound), CVE-2020-12667 (Knot) และ CVE-2020-10995 (PowerDNS)

ไอเดียก็คือผู้โจมตีจะส่ง Request ไปยัง DNS Resolver เป้าหมาย ซึ่งจะได้รับการตอบโดย Authoritative Server ของผู้โจมตีและบอก Resolver ว่าจะ Delegate ไปยังลิสต์ที่มี Server Name ปลอมจำนวนมาก สุดท้ายตัว DNS Resolver จะไป Query ต่อไปยัง Authoritative Server ของลิสต์ Victim.com ที่ได้รับมาตามรูป ซึ่งจากอัตราการขยายถึง 1,620 ก็จะสามารถทำให้เกิด DDoS ได้

ผู้สนใจสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้จาก NXNSAttack

ที่มา:  https://www.securityweek.com/nxnsattack-new-dns-vulnerability-allows-big-ddos-attacks และ  https://www.zdnet.com/article/nxnsattack-technique-can-be-abused-for-large-scale-ddos-attacks/

About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

PDPC เดินหน้าผนึกกำลังเครือข่าย DPO กว่า 3,700 หน่วยงานทั่วประเทศยกระดับตามมติ ครม.ทันที [PR]

สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) หรือ PDPC เดินหน้าขับเคลื่อนมาตรการยกระดับการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์เพื่อคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชน โดยผนึกกำลังเครือข่ายเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือ DPO กว่า 3,700 หน่วยงาน ทั้งภาครัฐและเอกชนทั่วประเทศ เร่งดำเนินการรีเซ็ต Username และ …

พบแคมเปญโจมตีพุ่งเป้าช่องโหว่ Critical บน VMware vCenter เตือนแค่แพตช์อย่างเดียวอาจไม่พอ

ช่องโหว่ระดับ Critical บน VMware vCenter รหัส CVE-2026-59310 กำลังถูกใช้โจมตีจริงเป็นวงกว้างทั่วโลก โดยผู้โจมตีฝังกลไกคงสถานะการเข้าถึงที่ยังทำงานต่อได้แม้ระบบจะถูกแพตช์แล้ว ผู้ดูแลระบบจึงต้องตรวจสอบร่องรอยการถูกเจาะระบบควบคู่ไปกับการติดตั้งแพตช์