Mitel ประกาศเข้าซื้อกิจการของ Polycom มูลค่า 1,960 ล้านเหรียญ หรือราวๆ 68,600 ล้านบาท

หลังจากที่เป็นข่าวลือมานาน ในที่สุดทาง Mitel ก็ออกมายืนยันการเข้าซื้อกิจการของ Polycom แล้วด้วยมูลค่า 1,960 ล้านเหรียญ หรือราวๆ 68,600 ล้านบาทไทย ทำให้ปัจจุบันนี้ Mitel มีพนักงานจำนวนมากถึง 7,700 คนทั่วโลก และขึ้นเป็นอันดับต้นๆ ในตลาด Communication & Collaboration อย่างรวดเร็วดังต่อไปนี้

Credit: ShutterStock.com
Credit: ShutterStock.com
  • เป็นอันดับ 1 ทางด้านระบบ Cloud Communications สำหรับธุรกิจ
  • เป็นอันดับ 1 ทางด้านระบบ IP/PBX ใน Europe
  • เป็นอันดับ 1 ทางด้านระบบ Conference Phone
  • เป็นอันดับ 1 สำหรับอุปกรณ์ที่รองรับ Open SIP
  • เป็นอันดับ 2 ทางด้านระบบ Video Conferencing
  • เป็นอันดับ 2 สำหรับการติดตั้งอุปกรณ์ Audio
  • มีลูกค้าใน Fortune 500 รวมกว่า 82%
  • มีผลิตภัณฑ์ที่ทำงานร่วมกับระบบของ Microsoft ได้เป็นจำนวนมาก
  • ติดตั้งระบบสื่อสารบน Mobile ให้แก่ 47 จาก 50 บริษัทชั้นนำทั่วโลก
  • มีสิทธิบัตรกว่า 2,100 ฉบับในครอบครอง และกำลังจดเพิ่มอีก 500 ฉบับ
  • มีพนักงานทั่วโลกกว่า 7,700 คน

ก็ถือเป็นการจับมือของยักษ์ใหญ่อีกคู่ในตลาดนี้ ซึ่งเป็นตลาดที่ต้องดิ้นรนเป็นอย่างมากหลังการมาของ Smartphone นะครับ โดยรวมแล้วถือว่าน่าสนใจมากว่าหลังจากการรวมบริษัทและเทคโนโลยีเข้าด้วยกันแล้ว ระบบ Communication & Collaboration สำหรับองค์กรจะมีอะไรใหม่ๆ มานำเสนอในอุตสาหกรรมนี้บ้าง

ที่มา: http://www.polycom.com/company/news/press-releases/2016/20160415.html

About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

Huawei เปิดตัวสถาปัตยกรรมชิปใหม่ แก้ปัญหาคว่ำบาตรและข้อจำกัด Moore’s Law

Huawei Technologies ยักษ์ใหญ่ด้านอิเล็กทรอนิกส์จากจีนได้เปิดตัวเฟรมเวิร์กการออกแบบชิปใหม่ ซึ่งบริษัทระบุว่าจะช่วยลดช่องว่างในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์กับผู้นำระดับโลกอย่าง TSMC และ Nvidia ได้

Stripe ยกระดับระบบชำระเงินสู่โครงสร้างพื้นฐานสำหรับ Machine-to-Machine รับยุค Agentic AI

Stripe เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ 288 รายการ พร้อมส่งแผนพลิกโฉมระบบชำระเงินจากเดิมที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานในการทำธุรกรรมสำหรับมนุษย์ ให้กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สามารถตั้งโปรแกรมได้และทำงานอย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับธุรกกรรมแบบ Machine-to-Machine ถือเป็นการปูทางเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจแบบ Agentic AI อย่างเต็มรูปแบบ