Meta เปิดตัว Llama 3.2 เตรียมแข่ง OpenAI, Anthropic

จากงาน Meta Connect วันนี้ ทาง Meta ได้ปล่อยโมเดล Llama 3.2 ออกมาอย่างเป็นทางการ โดยถือว่าเป็น โมเดล Multimodal ที่เป็น Open Source ตัวแรกของบริษัทที่สามารถเข้าใจได้ทั้งภาพและข้อความที่มีความสามารถเทียบเคียงกับโมเดลของ Anthropic และ OpenAI แล้วด้วย

สำหรับ Llama 3.2 ที่ปล่อยออกมาครั้งนี้จะมีหลากหลายขนาด คือขนาดเล็ก (11B พารามิเตอร์) และขนาดกลาง (90B พารามิเตอร์) และขนาดเบา (Lightweight) ที่รองรับเฉพาะข้อความเท่านั้น (1B และ 3B พารามิเตอร์) ที่สามารถเข้ากับอุปกรณ์โทรศัพท์มือถือหรือว่า Edge ต่าง ๆ ได้ด้วย

โดย Llama 3.2 นั้นจะมี Context Window ยาว 128.000 Token เท่ากับตัวก่อนหน้า ซึ่งนั่นหมายความว่าผู้ใช้งานจะสามารถใส่ Input ข้อความได้มากเทียบเท่ากับหน้าหนังสือหลักร้อยหน้าเช่นกัน 

Llama 3.2 ขนาดเล็กและกลางนี้สามารถสนับสนุนการจัดการภาพได้ในหลากหลาย Use Case รวมทั้งยังสามารถเข้าใจแผนภาพ (Chart) หรือว่ากราฟ (Graph) ต่าง ๆ ภาพคำบรรยาย หรือว่าการระบุไปยังวัตถุจากรายละเอียดที่เป็นภาษธรรมชาติได้ด้วย 

ที่น่าสนใจ Meta เผยว่า Llama 3.2 นี้สามารถแข่งขันกับ Claude 3 Haiku ของ Anthropic และ GPT4o-mini ของ OpenAI ในการรู้จำภาพและงานความเข้าใจในภาพต่าง ๆ ได้แล้ว

“นี่คือ Open-Source Multimodal Model ตัวแรกของพวกเรา มันจะทำให้เกิดแอปพลิเคชันอีกมากมาย ที่จะต้องใช้ความเข้าใจในด้านภาพ” CEO แห่ง Mark Zuckerburg กล่าว

ครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่มีการปล่อยโมเดล Llama ออกมาในหลากหลายรุ่น ที่จะทำให้นักพัฒนาระบบสามารถทำงานร่วมกับโมเดลได้ในหลากหลายทรัพยากร เช่น บน On-Premises หรือว่ารันบนอุปกรณ์มือถือ พีซี หรือว่าบน Node ตัวเอง ซึ่งจะสามารถใช้งานได้อย่างยืดหยุ่นมากขึ้น 

และด้วยโมเดล Open Source ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นเรื่อย ๆ และสามารถใช้งานได้ในหลากหลายอุปกรณ์มากยิ่งขึ้น คำกล่าวที่ว่า “AI is the new electricity” คงไม่ไกลเกินจริงแน่นอน

สำหรับใครที่สนใจอยากดาวน์โหลด Llama 3.2 ไปใช้งานสามารถดาวน์โหลดได้ที่ Hugging Face

ที่มา: https://venturebeat.com/ai/meta-llama-3-2-vision-models-to-rival-anthropic-openai/

About chatchai

Tech Writer แห่ง TechTalk Thai ที่สนใจในทุกนวัตกรรมและเทคโนโลยี

Check Also

Elastic 9.4 ออกแล้ว

Elastic ได้ออกมาประกาศเปิดตัว Elastic 9.4 อย่างเป็นทางการ โดยเพิ่มความสามารถในการตรวจสอบการทำงานของ Context Engineering, Application และ Infrastructure เพิ่มเติม, เสริม AI ในการรักษาความมั่นคงปลอดภัย และเพิ่มความสามารถอื่นๆ อีกมากมาย ดังนี้

VMware เปิดตัว VCF 9.1 ยกระดับ Private Cloud เพิ่มความคุ้มค่าและความปลอดภัย ตอบโจทย์ยุค AI

VMware ได้ประกาศเปิดตัว VMware Cloud Foundation หรือ VCF 9.1 อย่างเป็นทางการ หวังยกระดับ Private Cloud ให้เป็นแพลตฟอร์มที่บริหารจัดการได้ง่าย คุ้มค่าต่อการลงทุน และมาพร้อมกับระบบรักษาความปลอดภัยที่แข็งแกร่งตั้งแต่ระดับโครงสร้างพื้นฐาน …