บริษัทชั้นนำขนาดใหญ่ในประเทศไทย มีแนวโน้มการเกิดอาชญากรรมทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้นในปีหน้า

รายงานดังกล่าวเป็นไปตาม รายงานความปลอดภัยโลก ฉบับแรกที่เผยแพร่โดย G4S โดยการวิจัยในครั้งนี้ มีพนักงานระดับหัวหน้าเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย (CSO) จำนวน 1,775 คนในกว่า 30 ประเทศ จากบริษัทขนาดใหญ่ระดับโลกที่มีรายได้รวมมากกว่า 20 ล้านล้านดอลลาร์ ในการเข้าร่วมการวิจัย 

โดยมีอัตราที่สูงกว่าประเทศอื่นๆ ทั่วโลก นอกเหนือจากประเทศสหรัฐอเมริกา

ผลการตอบแบบสำรวจในประเทศไทยคาดการณ์ว่า ภัยคุกคามที่เกิดจากอาชญากรรมทางเศรษฐกิจจะเพิ่มขึ้นจากปัจจุบันที่ 46% เป็น 65% ในปีหน้า ซึ่งถือได้ว่าประเทศไทย มีภัยคุกคามทางเศรษฐกิจเพิ่มสูงขึ้นเป็นอันดับสองของโลก โดยในปีหน้า ค่าเฉลี่ยในระดับภูมิภาคอยู่ที่ 51% และค่าเฉลี่ยทั่วโลกอยู่ที่ 49%

ภาวะความไม่สงบทางเศรษฐกิจนั้น คาดว่าจะเป็นปัญหาด้านความปลอดภัยในอันดับต้นๆ ที่ส่งผลกระทบต่อความเสี่ยงควบคู่ไปกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในปีหน้า ตามที่ระบุโดยผู้เข้าร่วมงานวิจัยจำนวน 54%

สำหรับภัยคุกคามภายนอกที่มีผลกระทบมากที่สุดในปีหน้า คาดว่าจะเป็นการขโมยทรัพย์สินทางกายภาพของบริษัท โดย 39% ขององค์กรภาคประชาสังคม (Civil Society Organization: CSO) กล่าวว่า สถานการณ์ดังกล่าวน่ากังวลเป็นอย่างมาก เนื่องจากแนวโน้มปัญหาก่ออาชญากรรมในไทยสูงกว่าประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค ทั้งนี้เมื่อเปรียบเทียบแล้ว ค่าเฉลี่ยของภูมิภาคอยู่ที่ 24% และค่าเฉลี่ยทั่วโลกอยู่ที่ 23% 

ส่วนการโจรกรรมทรัพย์สินทางปัญญา ยังถือเป็นภัยคุกคามที่ส่งผลกระทบทั้งภายในและภายนอกของประเทศไทยมากกว่าประเทศอื่นๆ ในแถบภูมิภาค  โดย 46%  ยังระบุว่า ปัญหาดังกล่าวเป็นภัยคุกคามภายในอย่างแท้จริง ซึ่งสูงแซงหน้าค่าเฉลี่ยระดับภูมิภาคที่ 29% และค่าเฉลี่ยทั่วโลกถึง 27%

คุณณัฐณิชา สุวรรณศักดิ์สิน กรรมการผู้จัดการ จี4เอส ประเทศไทย กล่าวว่า

งานวิจัยฉบับนี้ เน้นย้ำถึงความกังวลและปัญหาที่เราพบในประเทศไทย ซึ่งอัตราค่าครองชีพที่สูงขึ้น อาจเป็นปัจจัยที่ก่อให้เกิดเหตุการณ์ความเสี่ยงด้านความปลอดภัย อย่างปัญหาการโจรกรรม อย่างไรก็ตามบริษัทต่างๆ ต่างกระตือรือร้นในการพัฒนาและนำเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาปรับใช้ในการป้องกันและรับมือกับภัยคุกคามดังกล่าว

โดยองค์กรภาคประชาสังคม (CSO ) มองว่าภาวะสงครามหรือความไม่มั่นคงทางการเมืองเป็นอันตรายต่อความมั่นคงในปีหน้า คาดว่าจะเพิ่มสูงขึ้นจาก 15% เป็น 43% และคาดว่าเหตุการณ์ภาวะความไม่สงบในสังคมจะเพิ่มสูงขึ้นจาก 14% เป็น 31% เช่นเดียวกัน 

บริษัทต่างๆ ในภูมิภาคอื่นของประเทศไทยยังกล่าวด้วยว่า อาชญากรรมที่มีความรุนแรง คือภัยคุกคามต่อความมั่นคงอย่างแท้จริงในปีหน้า

คุณซานเจย์ เวอร์มา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารจี4เอส ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า:

 “เอเชียแปซิฟิกเป็นภูมิภาคที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในการขับเคลื่อนธุรกิจที่ใหญ่ที่สุดของโลก ในขณะเดียวกันก็เป็นศูนย์กลางของความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มมากขึ้น 

ซึ่งในปีหน้าจะเป็นปีแห่งความท้าทาย โดยภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกนี้คาดว่าจะได้รับผลกระทบอย่างหนักจากเหตุการณ์ความไม่สงบทางเศรษฐกิจ ในฐานะผู้นำด้านความปลอดภัย เราตระหนักและให้ความสำคัญกับการเตรียมพร้อมด้านความปลอดภัยอย่างเข้มงวด ในขณะที่แถบภูมิภาคกำลังฟื้นตัวหลังเหตุการณ์โรคระบาดครั้งใหญ่ โดยคาดว่าจะมีอัตราการเติบโตที่ดีขึ้นในปี .. 2566”

หัวข้อสำคัญอื่นๆ ที่น่าสนใจจากรายงานความมั่นคงด้านความปลอดภัยโลกในประเทศไทย มีดังต่อไปนี้ :

  • บริษัทส่วนใหญ่ยังกล่าวอีกว่า การละเมิดลิขสิทธิ์ เป็นภัยคุกคามภายนอกที่เป็นปัญหาใหญ่กว่าประเทศอื่นๆ ในแถบภูมิภาค ถึง 39% จากปีก่อน โดยที่ค่าเฉลี่ยของภูมิภาคอยู่ที่ 26% และค่าเฉลี่ยทั่วโลกอยู่ที่ 19% 
  • บริษัทส่วนใหญ่ยังกล่าวอีกว่า การเข้าถึงข้อมูลของบริษัทหรือเครือข่ายอินเทอร์เน็ตโดยที่ไม่ได้รับอนุญาต ว่าเป็นภัยคุกคามภายในของประเทศไทยที่ใหญ่กว่าประเทศอื่นๆ ในแถบภูมิภาคถึง 46% จากปีที่ผ่านมา ค่าเฉลี่ยของภูมิภาคอยู่ที่ 37% และค่าเฉลี่ยทั่วโลกอยู่ที่ 31% 
  • บริษัทส่วนใหญ่ยังกล่าวอีกว่า  การละเมิดลิขสิทธิ์ เป็นภัยคุกคามภายในที่เป็นปัญหาใหญ่กว่าประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคจากปีที่แล้วถึง 41% ค่าเฉลี่ยของภูมิภาคคือ 30% และค่าเฉลี่ยทั่วโลกคือ 27% 

ทิศทางอนาคตของข้อมูลเชิงลึกด้านความปลอดภัย

  • ประเทศในอันดับต้นๆ ของภูมิภาคกล่าวว่าพวกเขาจะใช้  ระบบ AI อัตโนมัติด้านความปลอดภัยที่ขับเคลื่อนด้วยการเชื่อมต่อเทคโนโลยี (AI-powered security automation and orchestration) ในอีกห้าปีข้างหน้า อยู่ที่ 61%
  • ประเทศในลำดับรองลงมาของแต่ละภูมิภาค กล่าวว่าพวกเขาจะใช้ ระบบเฝ้าระวังและติดตามที่ขับเคลื่อนด้วย AI (AI-powered surveillance and monitoring systems ) ในอีกห้าปีข้างหน้า อยู่ที่ 57%
  • โดยประเทศที่อยู่ในอันดับต้นๆ ในภูมิภาค แสดงความพร้อมที่จะใช้ เทคโนโลยีบล็อกเชนและการประมวลผลและจัดเก็บข้อมูลแบบกระจายศูนย์ (Distributed Ledger Technology หรือย่อว่า DLT)  ในอีกห้าปีข้างหน้า มากถึง 50%

About chanphen

Check Also

PDPC เดินหน้าผนึกกำลังเครือข่าย DPO กว่า 3,700 หน่วยงานทั่วประเทศยกระดับตามมติ ครม.ทันที [PR]

สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) หรือ PDPC เดินหน้าขับเคลื่อนมาตรการยกระดับการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์เพื่อคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชน โดยผนึกกำลังเครือข่ายเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือ DPO กว่า 3,700 หน่วยงาน ทั้งภาครัฐและเอกชนทั่วประเทศ เร่งดำเนินการรีเซ็ต Username และ …

Alibaba Cloud ขอเชิญร่วมงานสัมมนา Qwen Conference Thailand 2026 [4 ก.ย. 2026 – 13.00น.]

Alibaba Cloud ขอเรียนเชิญ CAIO, CTO, CIO, CDO, AI Leader, IT Manager, AI Engineer, Data Engineer และทุกท่านที่สนใจเข้าร่วมงานสัมมนา Qwen Conference Thailand 2026 เพื่อร่วมเรียนรู้ถึงแนวโน้มล่าสุดในการประยุกต์ใช้งาน AI สำหรับภาคธุรกิจองค์กร พร้อมแนะนำเครื่องมือ AI ชั้นนำที่ครอบคลุมทั้ง Agentic AI, Video AI, Agentic Coding AI และ AI Production Platform พร้อมกรณีศึกษาการใช้งานจริง ให้ธุรกิจนำไปพร้อมใช้งานต่อยอดได้ทันที งานสัมมนานี้จะจัดขึ้นในวันศุกร์ที่ 4 กันยายน 2026 เวลา 13.00น. - 18.00น. ณ โรงแรม Centara Grand, Central World โดยผู้ที่สนใจสามารถตรวจสอบรายละเอียด กำหนดการ และลงทะเบียนเข้าร่วมงานโดยไม่มีค่าใช้จ่ายได้ดังนี้