JFrog เพิ่มความสามารถการทำงานร่วมกับ GitHub และรองรับ NVidia NIM

JFrog ผู้ให้บริการโซลูชันสำหรับ DevOps ได้ประกาศเพิ่มระดับการทำงานร่วมกับ GitHub มากยิ่งขึ้น รวมถึงการรองรับ Nvidia NIM และติดตามการทำงานใน Production ด้วย JFrog Runtime Security

อันที่จริงแล้ว JFrog ได้มีความร่วมมือกับ GitHub มาก่อนหน้าแล้ว โดยความเก่งของทั้งสองคือ JFrog มองเรื่องของ Binary แต่ GitHub รู้เรื่องของซอร์สโค้ด ซึ่งการประกาศครั้งใหม่คือการที่ผู้ใช้งาน GitHub Advanced Security จะสามารถเข้าถึง JFrog Advanced Security และ JFrog Curation ที่ช่วยให้เกิดการติดตามว่าแพ็กเกจโอเพ่นซอร์สใดถูกใช้โดยนักพัฒนา นอกจากนี้ JFrog ยังกำลังกาลายเป็นส่วนหนึ่งของ GitHub Copilot ที่ผู้ใช้จะสามารถถามเกี่ยวกับ แพลตฟอร์ม JFrog ได้ผ่าน IDE

การทำงานขององค์กรในโปรเจ็กต์ AI เกี่ยวกับการพัฒนาโมเดลต่างๆก็อยู่ในขอบเขตของ DevOps และหัวข้อการจัดการซอฟต์แวร์เช่นกันซึ่ง NIM ได้มีความสำคัญต่องานขึ้นเรื่อยๆ ด้วยเหตุนี้เอง JFrog จึงนำตัวเข้ามาเพื่อช่วยให้สามารถจัดการความมั่นคงปลอดภัยได้ โดยพร้อมตั้งแต่การสแกนและติดตามความมั่นคงปลอดภัย รวมถึงระบบ Registry ของตนที่เรียกว่า Artifactory นั่นเอง

JFrog Runtime Security เป็นความสามารถใหม่ที่ทำให้ผู้ใช้ทราบถึงระบบ Production ณ ขณะใช้งาน โดยสามารถติดตามได้ว่าซอร์สโค้ดกลายไปเป็นไบนารีอย่างไร เพื่อให้เข้าถึงช่องโหว่ ที่เดิมที JFrog ได้ช่วยเก็บไบนารีเหล่านั้นสำหรับงาน Production ไว้อย่างปลอดภัยอยู่แล้ว แต่นี่คือการเข้าไปติดตามลึกขึ้นอีกขั้นหนึ่ง

ที่มา : https://techcrunch.com/2024/09/10/jfrog-deepens-its-partnership-with-github-launches-runtime-security-service/

About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

DCSS ชู Integration Platform ผสาน Observability และ Zero Trust ขับเคลื่อน Modern Enterprise [Guest Post]

สรุปงาน “Future-Ready Integration Platform for Modern Enterprise” โดย บริษัท ดีซีเอสเอส (ประเทศไทย) จำกัด ที่มาพร้อมการบริการด้านIT พลัง Centralized …

Bitdefender MDR: ผสมผสาน ‘ บุคลากร, กระบวนการ และ เทคโนโลยี’ เพื่อปกป้องระบบธุรกิจสำคัญตลอด 24/7

การโจมตีไซเบอร์ในปัจจุบันมักเกิดขึ้นนอกเวลาทำการ อาจเป็นกลางดึกหรือวันหยุด ซึ่งเป็นช่วงที่ทีมไอทีส่วนใหญ่ไม่ได้เฝ้าระวัง ปัญหาจึงไม่ได้อยู่ที่คุณภาพของเทคโนโลยีป้องกันภัย แต่อยู่ที่ว่ามี บุคลากรคอยตรวจสอบและตอบสนองต่อสัญญาณเตือนตลอดเวลาหรือไม่ Bitdefender Managed Detection and Response (MDR) จึงถูกออกแบบมาเพื่อเติมเต็มช่องว่างนี้ ด้วยการรวมทีมผู้เชี่ยวชาญที่เฝ้าระวังตลอด 24 …