รู้จักมาตรฐานสาย LAN แบบ Category 8 ความเร็ว 25/40Gbps กับวิธีการทดสอบสาย Cat 8

ในอนาคตอันใกล้นี้ การนำระบบเครือข่ายความเร็ว 25/40Gbps มาใช้งานภายใน Data Center ขององค์กรจะเริ่มเป็นที่แพร่หลายมากขึ้นจากการมาของสาย LAN แบบ Category 8 หรือ Cat 8 ที่ช่วยลดต้นทุนให้กับการเดินระบบเครือข่ายความเร็วสูงภายใน Data Center ได้ บทความนี้เราจะมาทำความรู้จักกับมาตรฐาน Category 8 และแนวทางการในการตรวจสอบการทำงานของสาย Cat 8 ว่าสามารถทำงานได้ถูกต้องหรือไม่กันครับ

 

ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับสาย Category 8 / Cat 8 – ใช้งานใน Data Center เป็นหลัก

Credit: Fluke Networks

 

สำหรับสาย Cat 8 นี้ถูกออกแบบมาให้สามารถทำงานได้ตามมาตรฐาน 25G/40GBASE-T เพื่อรองรับการเชื่อมต่อระบบเครือข่ายที่ความเร็วสูงสุด 40Gbps ได้ที่ระยะ 30 เมตร และรองรับการทำ Autonegotiation ปรับความเร็วลงไปเหลือ 25Gbps ได้ โดยมีหัวเชื่อมต่อหลักเป็น RJ45 และอาจมีหัวเชื่อมต่อในรูปแบบอื่นได้ในอนาคต

Cat 8 นี้จะรองรับสัญญาณย่านความถี่ 1.6GHz ไปจนถึง 2GHz และแบ่งสายออกเป็น 2 Class ได้แก่ Class I (Cat 8.1) ที่สามารถทำงานร่วมกับ Cat 6A ได้อย่างสมบูรณ์ และ Class II (Cat 8.2) ที่สามารถทำงานร่วมกับ Cat 7A ได้

ด้วยระยะสูงสุด 30 เมตรที่ความเร็ว 40Gbps นี้ ทำให้ Cat 8 นั้นถูกวางตัวเอาไว้เป็นสาย LAN สำหรับเชื่อมต่อภายใน Data Center โดยเฉพาะ ซึ่งนอกจากสาย Cat 8 นี้จะมีราคาที่ถูกว่า Fiber แล้ว Cat 8 ก็ยังช่วยประหยัดพลังงานได้ในระยะยาว ซึ่งถือเป็นจุดเด่นหลักที่ถือว่าน่าสนใจมากสำหรับการนำไปใช้งานภายใน Data Center ที่ต้องมีการทำงานตลอด 24 ชั่วโมง โดยในอนาคต Cat 8 เองก็อาจถูกนำไปใช้งานในกรณีอื่นๆ ที่ต้องการการเชื่อมต่อเครือข่ายความเร็วสูงในระยะทางที่ไม่ไกลนักเพิ่มเติมอีกก็เป็นได้

มาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับ Cat 8 ในปัจจุบันนี้มี IEEE 802.3bq 25G/40GBASE-T, ANSI/TIA-568-C.2-1, ANSI/TIA-1152-A และภายนในปี 2017 นี้ก็คาดว่าจะมี ISO/IEC เพิ่มเติมเข้ามาอีก

 

Fluke Networks เปิดตัว DSX-8000 อุปกรณ์ทดสอบการทำงานของสาย LAN ที่รองรับสูงสุดถึง Category 8 / Cat 8

Credit: Fluke Networks

 

เนื่องจากประเด็นทางเทคนิคของ Cat 8 นั้นมีจุดที่แตกต่างกับเทคโนโลยีก่อนหน้าค่อนข้างมาก Fluke Networks จึงต้องทำการพัฒนาอุปกรณ์ตรวจสอบสายรุ่นใหม่ล่าสุด DSX-8000 ที่รองรับการตรวจสอบการทำงานของสาย LAN ที่เป็น Copper ได้ทั้งหมดจนถึง Cat 8 สำหรับรองรับต่อความต้องการระยะยาวในอนาคต

Fluke Networks DSX-8000 นี้สามารถตรวจสอบคุณภาพของสาย LAN ได้อย่างรวดเร็วที่สุดในตลาด โดยใช้เวลาเพียง 8 วินาทีสำหรับการทดสอบสาย Cat 6A และใช้เวลาเพียง 16 วินาทีสำหรับการทดสอบสาย Cat 8 โดยรองรับสัญญาณความถี่สูงสุดได้ถึง 2 GHz และยังสามารถตรวจสอบมาตรฐาน ANSI/TIA-1153-A Level 2G ซึ่งสามารถทำได้ยากบน Cat 8 ได้ในตัว

นอกจากนี้ Fluke Networks DSX-8000 ก็ยังได้เสริมความสามารถในการทดสอบสาย LAN ให้ตอบโจทย์ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น เช่นการรองรับการทดสอบ Resistance Unbalance สำหรับกรณีที่ต้องการใช้งาน Power over Ethernet (PoE) ให้ได้มีประสิทธิภาพสูง และการวัด TCL/ELTCL Balance สำหรับการตรวจสอบสาย 10GBase-T โดยเฉพาะอีกด้วย

ผู้ที่สนใจเทคโนโลยีระบบตรวจสอบการทำงานของสาย LAN จาก Fluke Networks สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมและเยี่ยมชมผลิตภัณฑ์ต่างๆ ได้ทันทีที่ http://www.flukenetworks.com/ หรือติดต่อทีมงานของ Fluke Networks ได้ทันทีที่ apacmarketing@flukenetworks.com เลยครับ

 

Fluke Networks แจกฟรี Whitepaper อธิบายพื้นฐานของ Category 8 / Cat 8 และวิธีการตรวจสอบเบื้องต้นฉบับภาษาไทย

สำหรับผู้ที่สนใจรายละเอียดเชิงลึกเพิ่มเติมเกี่ยวกับเทคโนโลยี Category 8 / Cat 8 และแนวทางการในการตรวจสอบการทำงานของสายเหล่านี้ สามารถกรอกแบบฟอร์มดังต่อไปนี้เพื่อโหลด Whitepaper ได้ฟรีๆ ทันที

About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

GenAI Trustworthy ในองค์กรของคุณหน้าตาเป็นอย่างไร?

หลายปีที่ล่วงเลยมาทุกท่านคงเคยได้สัมผัสกับ Generative AI มาแล้ว ไม่ว่าจะเป็น ChatGPT, Gemini และอื่นๆ ซึ่งหลังจากการเปิดตัวแบบที่ผู้คนทั่วไปได้สัมผัส หัวข้อเกี่ยวกับการนำมาใช้ในองค์กรก็ตามมาอย่างขมีขมัน แต่ประสบการณ์ของ AI ในระดับองค์กรนั้นต่างยังไม่มีบทสรุปที่ชัดเจน ซึ่งคงเริ่มผ่านหูผ่านตาเรื่อง AI …

4 ปัจจัยสำคัญเตรียมความพร้อมด้าน AI ยกระดับธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน [PR]

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา AI กลายเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญของการขับเคลื่อนธุรกิจ องค์กรจำนวนมากเริ่มมองหาโอกาสในการนำ AI เข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ยกระดับประสบการณ์ลูกค้า และสนับสนุนการตัดสินใจให้รวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม แม้หลายองค์กรจะเริ่มทดลองใช้ AI แล้ว แต่ไม่น้อยเช่นกันที่หลายโครงการยังคงอยู่ในช่วงทดลองใช้งาน หรืออยู่ในขั้นพิสูจน์แนวคิด และยังไม่สามารถขยายผลไปสู่การใช้งานจริงในระดับองค์กรได้ …