[PR] 33 ปี อินทัช ร่วมพัฒนาประเทศไทยสู่สังคมแห่งอนาคต เชื่อมโยงความต้องการของคนไทยเข้ากับเทคโนโลยีที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

ในยุคแห่งเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล โลกมีการพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว ความเจริญด้านการสื่อสารและเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวัน รวมไปถึงการเติบโตทางธุรกิจ การค้า การบริการ และการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศทำให้รูปแบบการใช้ชีวิต การเข้าถึงข้อมูล และความต้องการของผู้คนเปลี่ยนไป

นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2526 บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด ( มหาชน ) บริษัทบริหารสินทรัพย์ชั้นนำของประเทศ ได้เล็งเห็นถึงการเสริมสร้างโครงสร้างด้านการสื่อสารและโทรคมนาคม สื่อ เทคโนโลยีสารสนเทศ และดิจิตอลคอนเทนต์ที่แข็งแกร่งให้กับประเทศไทย เพื่อเป็นฟันเฟืองในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและภาคธุรกิจ รวมไปถึงเชื่อมโยงความต้องการของคนไทยเข้ากับเทคโนโลยีที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น ผ่านการบริหารงานอย่างมืออาชีพ ตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี มีความรับผิดชอบต่อสังคม รวมถึงสร้างมูลค่าและการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่มอย่างเป็นธรรมโดยเสมอมา จนได้รับประกาศนียบัตร “Certificate of ESG100 Company” เป็นปีที่สองติดต่อกัน จากสถาบันไทยพัฒน์ หน่วยงานด้านการพัฒนาฐานข้อมูลความยั่งยืนของธุรกิจในประเทศไทย ว่าเป็นบริษัทจดทะเบียนที่มีการดำเนินงานโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ( Environmental, Social and Governance: ESG )

intouch-33rd-infographic

ปัจจุบัน การลงทุนของอินทัชประกอบด้วย ธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคมไร้สาย ดำเนินงานภายใต้บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด ( มหาชน ) ธุรกิจดาวเทียมและธุรกิจต่างประเทศ ดำเนินงานภายใต้บริษัท ไทยคม จำกัด ( มหาชน ) และบริษัท ซีเอส ล็อกซอินโฟ จำกัด ( มหาชน ) รวมไปถึงธุรกิจอื่น ๆ อาทิ ไฮ ช็อปปิ้ง และโครงการ อินเว้นท์ ( InVent ) เป็นต้น

การลงทุนพัฒนาเพื่อเชื่อมโยงความต้องการของคนไทยเข้ากับเทคโนโลยีที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

“เมื่อเทียบกับสมัยก่อน ชีวิตประจำวันของเราในปัจจุบันมีการส่งผ่านข้อมูลที่มีขนาดและจำนวนมหาศาล อินทัชจึงต้องพร้อมตอบโจทย์ด้านการเชื่อมต่อการสื่อสารของประเทศไทยในยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม” – นายฟิลิป เชียง ชอง แทน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด ( มหาชน )

ปัจจุบัน เราได้ก้าวเข้าสู่โลกไร้พรมแดนที่การติดต่อสื่อสารกับผู้คนทั่วโลกเป็นไปได้อย่างสะดวกสบาย อินทัช ได้มีการลงทุนในธุรกิจโทรคมนาคมของไทยเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานนี้อย่างต่อเนื่อง จากก้าวแรกที่บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด ( มหาชน ) ( เอไอเอส ) ได้รับอนุญาตจากองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย หรือ บริษัท ทีโอที จำกัด ( มหาชน ) ในปัจจุบัน ให้ดำเนินการติดตั้งและให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบเซลลูลาร์ 900 จนกลายเป็นผู้นำธุรกิจการสื่อสารไร้สายชั้นนำที่ให้บริการระบบ 2G 3G จนมาถึงบริการ 4G แก่ผู้ใช้บริการ 42 ล้านเลขหมายในปัจจุบัน[1] ทำให้ผู้ใช้บริการสามารถรับส่งข้อมูลจำนวนมหาศาลได้อย่างอิสระ

อีกหนึ่งโครงสร้างพื้นฐานที่มีส่วนสำคัญในการสนับสนุนโครงข่ายด้านการติดต่อสื่อสารของประเทศไทย คือ ดาวเทียมสื่อสาร ของบริษัท ไทยคม จำกัด ( มหาชน ) ที่ได้รับสัมปทานภายใต้กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการดำเนินโครงการดาวเทียมสื่อสารแห่งชาติ เมื่อปี พ.ศ. 2534 ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ พระราชทานนามดาวเทียมสื่อสารแห่งชาติดวงแรกอย่างเป็นทางการว่า ”ไทยคม” ( “THAICOM” ) มาจากคำว่า Thai Communications หรือ ไทยคมนาคม เพื่อเป็นสัญญลักษณ์การเชื่อมโยงประเทศไทยกับเทคโนโลยีสื่อสารสมัยใหม่ โดยไม่นานมานี้ไทยคมได้ตอกย้ำความสำเร็จไปอีกขั้นกับการปล่อยดาวเทียมไทยคม 8 ขึ้นสู่วงโคจรสำเร็จในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2559

การช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยไปข้างหน้าผ่านการสนับสนุนความคิดสร้างสรรค์

การนำเทคโนโลยีและดิจิตอลมาสร้างมูลค่าให้ธุรกิจจะช่วยยกระดับเศรษฐกิจให้แก่ประเทศไทยเป็นอย่างมาก อินทัช เล็งเห็นความสำคัญของการสนับสนุนกลุ่มผู้ประกอบการด้านไอที หรือ สตาร์ทอัพที่เกิดจากไอเดียสร้างสรรค์ และการนำเทคโนโลยีมาต่อยอดให้เกิดประโยชน์

นายฟิลิป กล่าวว่า “การเฟ้นหาช่องทางหรือโอกาสในการสร้างสรรค์ธุรกิจแบบใหม่ ๆ เพื่อตอบโจทย์และสร้างความสะดวกสบายให้กับผู้บริโภคเป็นเรื่องที่น่าสนใจและท้าทายในเวลาเดียวกัน เพราะเราอยู่ในธุรกิจที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วอยู่ตลอดเวลา”

ในปี พ.ศ. 2555 โครงการอินเว้นท์ ( InVent ) จึงถือกำเนิดขึ้น โดยเป็นโครงการที่จัดตั้งขึ้นเพื่อร่วมลงทุนกับกลุ่มนักธุรกิจที่ดำเนินงานแบบคิดนอกกรอบ และช่วยเพิ่มขีดการแข่งขันทางธุรกิจในประเทศไทยให้ก้าวไกลสู่เวทีโลก การลงทุนของอินเว้นท์เน้นลงทุนในธุรกิจที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคในแง่มุมที่หลากหลายกันออกไป อาทิ ด้านคอมเมิร์ซ ด้านสุขภาพ ด้านบันเทิง หรือ ด้านไลฟ์สไตล์ที่มีการลงทุนกับบริษัทที่คุ้นเคยกันดีอย่างบริษัท อุ๊คบี จำกัด ( OOKBEE ) ซึ่งให้บริการด้านแอพพลิเคชั่นและแพลตฟอร์มสิ่งตีพิมพ์ดิจิตอล หรือ บริษัท วงใน มีเดีย จำกัด ผู้พัฒนาเว็บไซต์และแอพพลิเคชั่นรีวิวร้านอาหารและไลฟ์สไตล์ในชื่อ Wongnai และ Wongnai Beauty

การมุ่งตอบสนองพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภคยุคใหม่ผ่านช่องทางธุรกิจที่หลากหลาย

จากสถิติการใช้งานอินเตอร์เน็ตของปี พ.ศ. 2558 แสดงให้เห็นว่า Gen Y ( ช่วงอายุ 18-35 ปี ) มีการใช้งานอินเตอร์เน็ตสูงถึง 54.2 ชั่วโมงต่อสัปดาห์หรือเกือบ 8 ชั่วโมงต่อหนึ่งวัน[2] อินทัชและบริษัทที่อินทัชเข้าลงทุนเล็งเห็นถึงพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปจึงได้สร้างสรรค์การทำธุรกิจผ่านช่องทางออนไลน์ที่สามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคผ่านการส่งมอบความสะดวกสบายและรวดเร็ว อาทิ บริการ mPay จากเอไอเอสที่ทำให้ผู้ใช้งานสามารถทำธุรกรรมทางการเงินบนมือถือแบบครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นการโอนหรือถอนเงิน ซื้อสินค้า จ่ายบิล ผ่านช่องทางออนไลน์

“เราทำธุรกิจผ่านมุมมองของลูกค้าเป็นสำคัญ ธุรกิจที่เราทำจึงต้องสอดรับกับพฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่ และผสานการสื่อสารในทุกช่องทางเข้าด้วยกัน” นายฟิลิป กล่าว

เมื่อปี พ.ศ. 2558 อินทัชได้เริ่มธุรกิจโฮมช็อปปิ้งในประเทศไทยด้วยการร่วมลงทุนกับบริษัท ฮุนได โฮมช็อปปิ้ง เน็ตเวิร์ค คอร์ปอเรชั่น ( ฮุนได โฮมช็อปปิ้ง ) จากประเทศเกาหลีใต้ เพื่อสร้าง “บริษัท ไฮ ช็อปปิ้ง จำกัด” นำเสนอขายสินค้าและการถ่ายทำที่ทันสมัยผ่านการใช้ดิจิตอลคอนเทนต์ให้เกิดประโยชน์ โดยใช้สื่อจากหลายช่องทาง เช่น ทีวี โทรศัพท์มือถือและอินเตอร์เน็ต พร้อมผนึกการใช้โครงข่ายของกลุ่มอินทัชทุกด้านประกอบกันไม่ว่าจะเป็นด้านโทรคมนาคม ดาวเทียม อินเตอร์เน็ต บรอดแบนด์ความเร็วสูง

กิจกรรมเพื่อสังคม สำหรับรากฐานที่มั่นคงของประเทศไทย

อินทัชยังให้ความสำคัญกับการพัฒนา ส่งเสริมสังคมและชุมชน ด้วยการดำเนินกิจกรรมผ่านโครงการต่าง ๆ ภายใต้แนวคิด “คนไทยแข็งแรง ประเทศไทยแข็งแรง” เพราะเชื่อว่าการพัฒนาคน คือ การพัฒนารากฐานของประเทศให้เข้มแข็งในอนาคต ทั้งนี้ โครงการต่าง ๆ สามารถสร้างประโยชน์ให้กับชุมชนและสังคมเป็นอย่างดี ด้วยการดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมโดยมีเป้าหมายการพัฒนาใน 3 ด้าน คือ การพัฒนาศักยภาพความคิดสร้างสรรค์ของเยาวชน การพัฒนาคุณภาพชีวิตและสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน การส่งเสริมจิตสาธารณะของพนักงานในการช่วยเหลือสังคม และการสนับสนุนงานสาธารณกุศล

“โครงการปลูกข้าวเพื่อสุขภาพโดยอินทัช” ส่งเสริมการปลูกข้าวที่มีคุณค่าทางโภชนาการและไม่ใช้สารเคมี มุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของชาวนาตามหลักการพึ่งพาตนเอง อันจะนำไปสู่ความเข้มแข็งและเศรษฐกิจที่ดีขึ้นของชุมชน “โครงการจินตนาการ สืบสาน วรรณกรรมไทยกับอินทัช รณรงค์ให้เยาวชนไทยรักการอ่าน เชิดชู และสืบสานภาษาและวรรณกรรมไทย มรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของไทยให้คงอยู่ พร้อมใช้จินตนาการถ่ายทอดสิ่งที่อ่านออกมาเป็นภาพวาด ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจของบริษัทในการพัฒนาด้านความคิด สติปัญญาแก่เยาวชนไทยที่จะเติบโตมาเพื่อเป็นฟันเฟืองสำคัญในการนำพาประเทศให้เจริญก้าวหน้าต่อไป “โครงการกลุ่มอินทัชสร้างโอกาสทางการศึกษา” มอบทุนการศึกษาแก่นักเรียนที่มีความประพฤติดี ตั้งใจเรียน และขาดแคลนทุนทรัพย์ รวมทั้งทุนสนับสนุนครูผู้สอน และทุนสนับสนุนโรงเรียน นอกจากนี้ อินทัชยังร่วมสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลในการส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีของนักเรียนด้อยโอกาสในถิ่นทุรกันดาร ได้แก่ โรงเรียนในเขตจังหวัดน่าน และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเจ้าหน้าที่ผู้พิทักษ์ป่า เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง จังหวัดอุทัยธานี

อินทัชมีความมุ่งมั่นในการเป็นองค์กรที่สร้างสรรค์สิ่งที่ดีที่สุดแก่คนไทยมาตลอดระยะเวลา 33 ปีที่ผ่านมา และจะยังคงก้าวต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง ในการเป็นบริษัทบริหารสินทรัพย์ชั้นนำที่คนไทยให้ความไว้วางใจ ให้สมดังที่คุณฟิลิป เชียง ชอง แทน กล่าวไว้ว่า ลูกค้าเลือกเรา เพราะเขาเห็นสิ่งที่ดีในตัวเรา ดังนั้นเราต้องคิดเสมอว่าความสำเร็จของอินทัช คือการพัฒนาประเทศไทย เพราะอินทัชคือธุรกิจของคนไทย เพื่อคนไทย อย่างแท้จริง

 

เกี่ยวกับ อินทัช

บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด ( มหาชน ) หรือ อินทัช เป็นบริษัทบริหารสินทรัพย์ชั้นนำของประเทศไทย ลงทุนในธุรกิจโทรคมนาคม สื่อ เทคโนโลยีสารสนเทศ และดิจิตอลคอนเทนต์ เพื่อเชื่อมโยงความต้องการของคนไทยเข้ากับเทคโนโลยีที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ด้วยการบริหารงานอย่างมืออาชีพ ตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี มีความรับผิดชอบต่อสังคม รวมถึงสร้างมูลค่าและการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่มอย่างเป็นธรรม ผลจากความมุ่งมั่นพัฒนาทำให้ อินทัช ได้รับรางวัลและการรับรองต่าง ๆ มากมาย อาทิ รางวัล “สุดยอดหุ้นขวัญใจมหาชน” และ “หุ้นขวัญใจมหาชนกลุ่มเทคโนโลยี” สามปีซ้อน จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ร่วมกับหนังสือพิมพ์ข่าวหุ้นธุรกิจ รางวัล “ผู้บริหารสูงสุดยอดเยี่ยม” ( Best CEO Awards ) และรางวัลบริษัทจดทะเบียนด้านผลการดำเนินงานยอดเยี่ยม ( Best Company Performance Awards ) ในกลุ่มที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดสูงกว่า 100,000 ล้านบาท จากงาน SET AWARDS 2015 รวมไปถึงรางวัลระดับภูมิภาคอย่าง ASEAN Corporate Governance Awards 2015 และรางวัล Asian Excellence Recognition Awards 2015 จัดโดยนิตยสาร Corporate Governance Asia เมื่อไม่นานมานี้ อินทัช ยังได้รับรางวัล “นักลงทุนสัมพันธ์ยอดเยี่ยม” ( Best Investor Relation Award ) ประจำปี 2558/2559 จาก สมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน ( Investment Analysts Association หรือ IAA ) และ รางวัล “Investor’s Choice Award” จากสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย เป็นเวลา 4 ปีติดต่อกัน อีกด้วย

ปัจจุบันการลงทุนของอินทัชประกอบด้วย ธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคมไร้สาย ดำเนินงานภายใต้บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด ( มหาชน ) ธุรกิจดาวเทียมและธุรกิจต่างประเทศ ดำเนินงานภายใต้บริษัท ไทยคม จำกัด ( มหาชน ) บริษัท ซีเอส ล็อกซอินโฟ จำกัด ( มหาชน ) รวมไปถึงธุรกิจอื่น ๆ อาทิ ไฮ ช็อปปิ้ง และโครงการ อินเว้นท์ ( InVent ) เป็นต้น ผู้สนใจสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

www.intouchcompany.com

www.facebook.com/intouchcompany

http://www.twitter.com/philipctan

[1] ข้อมูล: คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. ไตรมาสที่ 1 ปี พ.ศ. 2558

[2] ข้อมูล: สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ ETDA


About TechTalkThai_PR

Check Also

[PR] 3 เทคโนโลยียกระดับอุตสาหกรรมค้าปลีกพร้อมสร้างประสบการณ์ลูกค้า โดยอะโดบี

ภายในปี 2565 อุตสาหกรรมค้าปลีกจะเป็นหนึ่งในห้าอุตสาหกรรมที่เติบโตรวดเร็วที่สุดทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และมีความเป็นไปได้อย่างมากว่าไอโอที (IoT) จะกลายมาเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะถูกนำมาใช้ขับเคลื่อนธุรกิจของผู้ค้าปลีกทั่วโลก อย่างไรก็ดีสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับผู้ค้าปลีกคือ การสรรหากลยุทธ์มาสร้างความน่าสนใจดึงดูดสายตาลูกค้าพร้อมกับรักษาฐานลูกค้าในเวลาที่ตลาดมีการแข่งขันสูงเช่นทุกวันนี้

[PR]หัวเว่ย คิกออฟโครงการทดสอบ 5G Testbed จัดสัมมนาฝึกอบรมความเป็นผู้นำทางธุรกิจ เตรียมความพร้อมภาครัฐและเอกชนไทย

กรุงเทพฯ/ 28 มกราคม 2562 – หัวเว่ย ผู้นำด้านโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร โชว์ความพร้อมการทดสอบเทคโนโลยี 5G เตรียมเปิดการทดสอบการใช้งาน (Testbed) ของหัวเว่ย ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ …