เสริมความแกร่งและความยั่งยืนให้ IT Infrastructure – เทรนด์ EcoStruxure IT สำหรับยุค Cloud และ Data Center

ในยุคที่ Cloud และ Data Center เติบโตอย่างรวดเร็ว องค์กรต้องการโซลูชันที่ช่วยทำให้การบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐานด้านไอที มีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดความเสี่ยง มีความมั่นคงปลอดภัย และความยั่งยืนให้กับโครงสร้างพื้นฐานด้านไอที Schneider Electric ได้มาอัปเดตเทรนด์สำคัญของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล พร้อมแนะนำโซลูชัน EcoStruxure IT ที่จะช่วยให้องค์กรสามารถติดตามระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านไอที ได้แบบเรียลไทม์ บริหารจัดการแบบอัจฉริยะ ยกระดับประสิทธิภาพและความยั่งยืนในการดำเนินงานสำหรับอนาคต

จากคำกล่าวข้างต้น คงปฏิเสธไม่ได้ว่า “เทคโนโลยี” ได้กลายเป็นหัวใจหลักที่สูบฉีดให้ทุกธุรกิจเดินหน้า แต่เบื้องหลังความฉลาดล้ำของ AI, Cloud และ Data Center ที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด กลับซ่อนความท้าทายในการบริหารจัดการ “โครงสร้างพื้นฐาน” ที่หลายองค์กรอาจยังตั้งรับไม่ทัน

ในบทความนี้ Schneider Electric มาเจาะลึกถึงเบื้องหลังของโลกดิจิทัลเหล่านี้ พร้อมเปิดมุมมองว่าองค์กรควรปรับโครงสร้างพื้นฐานอย่างไรให้ “แกร่ง” และ “ยั่งยืน” ในเวลาเดียวกัน

ปัจจุบัน ธุรกิจ Data Center ไม่ได้จำกัดอยู่แค่บริษัทยักษ์ใหญ่ (Hyper-scale) หรือผู้ให้บริการเช่าพื้นที่ (Colocation) เท่านั้น แต่รวมถึงองค์กรทั่วไปที่มี Data Center หรือห้อง Server เป็นของตัวเอง เพราะไม่ใช่ทุกอย่างที่จะเอาไปฝากไว้บน Cloud ได้ โดยเฉพาะเมื่อเกิดเทรนด์การรัน AI โมเดลภายในองค์กร (Inference AI) เพื่อรักษาความลับของข้อมูลให้เป็นไปตามกฎระเบียบ

ความท้าทายที่โครงสร้างพื้นฐานต้องเผชิญในยุคนี้

  1. ความกระหายพลังงานที่พุ่งทะยาน – AI Server และ Cloud ต้องการพลังงานไฟฟ้ามหาศาล จากสเกลปัจจุบันขยับไปแตะระดับ “กิกกะวัตต์ (Gigawatts)”
  2. ความร้อนสะสมระดับวิกฤต – เมื่อใช้ไฟเยอะ ความร้อนก็เพิ่มเป็นเงาตามตัว อุปกรณ์โครงสร้างพื้นฐานมีความซับซ้อนและหนาแน่นขึ้น (High Density)
  3. ความขัดแย้งกับเป้าหมายความยั่งยืน (Sustainability) – ขณะที่ระบบต้องการพลังงานมหาศาล แต่องค์กรถูกกดดันด้วยนโยบาย ESG การลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ และการจัดการพลังงานให้คุ้มค่าที่สุด

เมื่อสเกลการประมวลผลเปลี่ยนไป โครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพ (Infrastructure) ก็ต้องยกระดับตาม Schneider Electric ได้สรุปการเปลี่ยนแปลงของฮาร์ดแวร์ไว้ดังนี้:

  • ระบบไฟฟ้า (Power Infrastructure) – ต้องมีระบบเครื่องสำรองไฟ (UPS) ที่รองรับกำลังไฟสูงขึ้น เพื่อจ่ายไฟให้ Server ทำงานได้ตลอด 24 ชั่วโมงโดยไม่สะดุด
  • ระบบระบายความร้อน (Cooling Solutions) – การระบายความร้อนด้วยลม (Air Cool) แบบดั้งเดิมเริ่มเอาไม่อยู่สำหรับตู้ AI Server แบบ High Density ตลาดกำลังหันหน้าเข้าหาเทคโนโลยี “Liquid Cooling” (การระบายความร้อนด้วยของเหลว) ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการรับรองจากผู้ผลิตชิปโดยตรง
  • ขนาดตู้แร็ค (Rack Enclosure) – ตู้มาตรฐานขนาด 42U เริ่มไม่ตอบโจทย์ องค์กรเริ่มขยับไปใช้ตู้ขนาด 45U หรือ 50U พร้อมขยายอุปกรณ์จ่ายไฟในตู้ (Rack PDU) ให้รองรับการกินไฟที่ดุเดือดขึ้น

หากฮาร์ดแวร์คือกระดูกสันหลัง ซอฟต์แวร์ก็คือระบบประสาท ในยุคก่อน ซอฟต์แวร์ Data Center (Data Center Infrastructure Management: DCIM) มีไว้แค่ “มอนิเตอร์” รอให้ระบบแจ้งเตือนเมื่อมีปัญหา แต่ในยุคปัจจุบัน การทำงานเชิงรับไม่เพียงพออีกต่อไป

3 แกนหลักที่Schneider Electric มุ่งเน้นในการพัฒนาซอฟต์แวร์

  1. Resiliency (ความพร้อมใช้งานและทนทาน) – ทำอย่างไรให้ Downtime เกิดน้อยที่สุด ระบบต้องติดตามสถานะได้แบบ “เรียลไทม์” รวมถึงการให้คำแนะนำและการให้ข้อมูลวิเคราะห์เชิงลึก
  2. Security (ความมั่นคงปลอดภัย)
    • Physical Security – ควบคุมความมั่นคงปลอดภัยทางกายภาพและการเข้า-ออกพื้นที่
    • Cybersecurity – ปัจจุบันโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ล้วนเชื่อมต่อเครือข่าย เป็น IOT หากถูกแฮกเกอร์โจมตีอาจทำให้โครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ล่มได้ ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของอุปกรณ์ OT จึงสำคัญเท่ากับฝั่ง IT
  3. Sustainability (ความยั่งยืน) – ซอฟต์แวร์ต้องช่วยบริหารจัดการอัจฉริยะ ปรับแต่ง (Optimize) การใช้พลังงานให้มีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

Schneider Electric ได้นำเสนอแนวทางการบริหารจัดการผ่านแพลตฟอร์ม EcoStruxure IT ที่ผสานการทำงานระหว่าง IT และ OT (Operational Technology) เข้าด้วยกันอย่างเป็นเนื้อเดียว

ฟีเจอร์เด่นที่จะมาช่วยองค์กร

  • Unified Dashboard – หน้าจอเดียวที่มองเห็นภาพรวมทั้งหมด ทั้งระบบ IT ระบบไฟ ระบบทำความเย็น และเซ็นเซอร์สภาพแวดล้อม และข้อมูลที่จำเป็นอื่นๆ ช่วยให้ตัดสินใจได้แม่นยำและรวดเร็ว
  • Digital Twin & Simulation – สร้างแบบจำลอง 3 มิติของ Data Center เพื่อจำลองฉากทัศน์ต่างๆ หรือคำนวณการใช้พลังงานไฟฟ้า เพื่อป้องกันปัญหาและความเสี่ยงก่อนติดตั้งอุปกรณ์จริง รวมถึงสามารถช่วยทำ Capacity Planning ได้อย่างมีประสิทธิภาพและช่วยในการทำ Optimization
  • AI-Enabled Cooling – นำ AI มาใช้วิเคราะห์การทำงานของระบบทำความเย็น และสั่งการระบบทำความเย็นแบบอัตโนมัติ (Dynamic Cooling Control) ช่วยลดการใช้พลังงานส่วนเกินได้อย่างเห็นผล
  • 3rd Party Software Integration – สามารถเชื่อมต่อกับระบบซอฟต์แวร์อื่นๆ ในองค์กร เช่น ระบบ IT Service Management เพื่อให้ Workflow การทำงานเป็น Automation มากขึ้น Smart มากขึ้น
  • Augmented Reality (AR) สำหรับ Asset Management – ใช้สมาร์ทโฟนสแกนหน้าตู้แร็คเพื่อดูข้อมูลของอุปกรณ์ภายในตู้ได้ทันที ลดความ ล่าช้าและ ผิดพลาดจากมนุษย์ (Human Error) ในการจดบันทึก และ อัปเดตข้อมูลของ Asset ให้ตรงกับความเป็นจริง

Schneider Electric ได้ฝากข้อคิดในการเลือกพาร์ทเนอร์เพื่อเสริมความแกร่งให้ Data Center ว่าควรพิจารณาจาก 4 แกนหลัก ดังนี้

  1. Comprehensive Solutions – มีโซลูชันครบวงจรตั้งแต่ฮาร์ดแวร์สำหรับโครงสร้างพื้นฐาน ไปจนถึงซอฟต์แวร์บริหารจัดการแบบ End‑to‑end
  2. Cybersecurity Commitment – มีความโปร่งใส และ ให้ความสำคัญกับมาตรฐานความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ โดยโซลูชันได้รับ Certify จากมาตรฐานระดับสากล เช่น IEC 62443, ISO 27001 
  3. Global Expertise and Support – มีทีมวิศวกรที่มีประสบการณ์และเครือข่ายการช่วยเหลือระดับโลกที่เชื่อถือได้
  4. Innovation and Sustainability – มีทีมนักวิจัย (R&D) ที่ไม่หยุดนิ่งในการสร้างสรรค์เทคโนโลยีเพื่อตอบโจทย์เทคโนโลยีความต้องการของลูกค้าใหม่ๆรวมถึงเรื่องความยั่งยืนและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

ในยุคที่ Cloud และ Data Center เติบโตอย่างรวดเร็ว การลงทุนเพียงแค่ “Server ที่แรงที่สุด” อาจไม่ใช่คำตอบเดียวอีกต่อไป หากปราศจากโครงสร้างพื้นฐานที่แกร่งพอ และซอฟต์แวร์บริหารจัดการที่ฉลาดพอ โครงการด้านไอทีขององค์กรก็อาจสะดุดลงได้ง่าย ๆ

โซลูชัน EcoStruxure IT จาก Schneider Electric แสดงให้เห็นถึงเทรนด์ของอนาคต ที่เปลี่ยนการตั้งรับให้เป็นการทำงานแบบ Proactive และ Intelligence ช่วยยกระดับโครงสร้างพื้นฐานให้องค์กรพร้อมเผชิญหน้ากับความท้าทาย ทั้งในมิติของความพร้อมใช้งาน ความมั่นคงปลอดภัย และความยั่งยืนได้อย่างแท้จริง

ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโซลูชันและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ Schneider Electric เพื่อออกแบบโครงสร้างพื้นฐานที่ยั่งยืนและพร้อมรับอนาคต 

ติดตามเนื้อหาฉบับเต็มได้จากวีดีโอย้อนหลังงาน TTT Virtual Summit: Enterprise Tech & AI Trends 2026 หัวข้อ เสริมความแกร่งและความยั่งยืนให้ IT Infrastructure – เทรนด์ EcoStruxure IT สำหรับยุค Cloud และ Data Center โดยคุณสัณห์ ชูสังข์ EcoStruxure IT Account Manager – Indochina and Pacific จาก Schneider Electric

About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

Elastic 9.4 ออกแล้ว

Elastic ได้ออกมาประกาศเปิดตัว Elastic 9.4 อย่างเป็นทางการ โดยเพิ่มความสามารถในการตรวจสอบการทำงานของ Context Engineering, Application และ Infrastructure เพิ่มเติม, เสริม AI ในการรักษาความมั่นคงปลอดภัย และเพิ่มความสามารถอื่นๆ อีกมากมาย ดังนี้

Extreme Networks เปิดตัว Wi-Fi 7 AP รุ่นใหม่ พร้อม Agentic AI สำหรับบริหารจัดการระบบเครือข่ายแบบอัตโนมัติ

Extreme Networks ได้ออกมาประกาศถึงอัปเดตครั้งใหญ่ โดยเปิดตัว Wi-Fi 7 Access Point รุ่นใหม่ล่าสุด 5 รุ่น พร้อมนวัตกรรมใหม่ในการบริหารจัดการระบบเครือข่ายด้วย AI Agent เพื่อดูแลรักษาระบบเครือข่ายขององค์กรให้ทำงานได้อย่างต่อเนื่องโดยอัตโนมัติ