ยิบอินซอย เน็กซ์ – จุฬาฯ ลงนาม MOU ด้าน ESG ผสาน Innovation Platform และ AI ขับเคลื่อน ESG สู่การปฏิบัติจริง [PR]

บริษัท ยิบอินซอย เน็กซ์ จำกัด และคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยภาควิชาสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (Memorandum of Understanding: MOU) ในรูปแบบ  Academic Partnerships เพื่อพัฒนาและขับเคลื่อน ESG Innovation Platform ที่ผสานเทคโนโลยีดิจิทัลขั้นสูงและปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ากับองค์ความรู้เชิงวิชาการอย่างเป็นระบบ มุ่งยกระดับการบริหารจัดการ ESG ขององค์กรไทยจากกรอบเชิงนโยบายสู่การปฏิบัติจริงอย่างมีประสิทธิภาพ วัดผลได้ และขยายผลได้ในระดับอุตสาหกรรม

พิธีลงนามจัดขึ้น ณ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยมีคุณสุภัค ลายเลิศ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ยิบอินซอย เน็กซ์ จำกัด ร่วมลงนามกับ รองศาสตราจารย์ ดร.วิทยา วัณณสุโภประสิทธิ์ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สะท้อนความมุ่งมั่นร่วมกันในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้าน ESG ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี (Technology-enabled ESG Infrastructure) เพื่อรองรับทั้งภาคธุรกิจและยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศในระยะยาว

ความร่วมมือครั้งนี้มุ่งพัฒนาแพลตฟอร์มและโซลูชัน ESG ที่ใช้ประโยชน์จาก AI, Data Analytics และระบบดิจิทัล เพื่อสนับสนุนการเก็บรวบรวม วิเคราะห์ และรายงานข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และ   ธรรมาภิบาลอย่างแม่นยำ โปร่งใส และสอดคล้องกับมาตรฐานสากล พร้อมรองรับข้อกำหนดด้านกฎระเบียบที่มีแนวโน้มเข้มงวดขึ้นทั้งในระดับประเทศและระดับนานาชาติ

ภายใต้กรอบความร่วมมือแบบไม่ผูกขาด (Non-exclusive Partnership) ทั้งสองฝ่ายจะร่วมกันพัฒนา นำเสนอ และให้บริการ ESG Solutions แก่หน่วยงานภาครัฐ และองค์กรภาคเอกชน เพื่อยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้าน ESG ของประเทศ และสนับสนุนการขับเคลื่อนนโยบายการพัฒนาอย่างยั่งยืนในระดับชาติอย่างเป็นรูปธรรม โดยกำหนดบทบาทและความรับผิดชอบของแต่ละฝ่ายอย่างชัดเจน และยึดความต้องการของผู้ใช้บริการเป็นศูนย์กลาง

บริษัท ยิบอินซอย เน็กซ์ จำกัด จะรับผิดชอบด้านการออกแบบ พัฒนา และติดตั้งแพลตฟอร์มเทคโนโลยี ตลอดจนการประยุกต์ใช้ AI เพื่อยกระดับกระบวนการบริหารจัดการ ESG ในเชิงปฏิบัติ ขณะที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจะสนับสนุนองค์ความรู้เชิงลึกด้านมาตรฐาน กฎหมาย นโยบายสาธารณะ และแนวปฏิบัติที่สอดคล้องกับกรอบ ESG ระดับสากล พร้อมทั้งถ่ายทอดองค์ความรู้และเสริมสร้างศักยภาพบุคลากรในภาครัฐและภาคธุรกิจอย่างเป็นระบบ

คุณสุภัค ลายเลิศ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ยิบอินซอย เน็กซ์ จำกัด  กล่าวว่า “บริษัท     ยิบอินซอย เน็กซ์ จำกัด ขับเคลื่อน ESG ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม เราเชื่อว่า ESG ในยุคใหม่ต้องเป็นระบบที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลแบบ Real-time และ AI เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ของผู้บริหาร ความร่วมมือกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยครั้งนี้จึงเป็นก้าวสำคัญในการสร้างแพลตฟอร์ม ESG ที่มีมาตรฐานระดับสากล และสามารถขยายผลได้ทั้งในภาคธุรกิจและระดับประเทศ เรามุ่งพัฒนา ESG Innovation Platform ที่ผสาน Data, AI และ Digital Architecture เข้าด้วยกัน เพื่อให้องค์กรสามารถบริหารจัดการ ESG ได้อย่างเป็นระบบ ตรวจสอบได้ และพร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลงของกฎระเบียบในอนาคต เราเชื่อว่าแพลตฟอร์มลักษณะนี้จะเป็นรากฐานสำคัญของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลและเศรษฐกิจสีเขียวของประเทศไทย”

รองศาสตราจารย์ ดร.วิทยา วัณณสุโภประสิทธิ์ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  กล่าวเสริมว่า “จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยให้ความสำคัญกับการนำองค์ความรู้ด้าน ESG มาต่อยอดสู่การใช้งานจริง ความร่วมมือครั้งนี้เป็นตัวอย่างของการเชื่อมโยงงานวิจัยและมาตรฐานทางวิชาการเข้ากับเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อสร้างระบบที่ถูกต้องตามหลักวิชาการ และสามารถตอบโจทย์ทั้งภาคธุรกิจและนโยบายสาธารณะได้อย่างยั่งยืน”

นอกจากนี้ ความร่วมมือดังกล่าวยังครอบคลุมการสนับสนุนงานวิจัยและนวัตกรรมด้าน ESG ที่สามารถต่อยอดเชิงพาณิชย์ได้จริง สร้างระบบนิเวศ (Ecosystem) ขององค์ความรู้ เทคโนโลยี และพันธมิตรทางวิชาการ เพื่อผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางด้าน ESG และนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืนในภูมิภาค

About Suphasin Sueklab

Check Also

[Video] WatchGuard Webinar : Zero Trust Made Simple

ในอดีต การวางระบบ Zero Trust Architecture มักถูกมองว่าเป็น ‘ยาขม’ ของฝ่ายไอทีและองค์กรจำนวนมาก เพราะแนวคิดที่ต้อง ‘ไม่เชื่อใจใคร และต้องตรวจสอบเสมอ’ นั้น มักตามมาด้วยความซับซ้อนยุ่งเหยิงในการบริหารจัดการ ในงาน WatchGuard Webinar ครั้งนี้ท่านจะได้รับชมกับแนวทางที่ทำให้ Zero Trust …

Google ทลายเครือข่ายพร็อกซี NetNut ที่กระจายบนอุปกรณ์กว่า 2 ล้านเครื่อง

Google ได้เข้าสกัดกั้นเครือข่าย NetNut ซึ่งเป็นหนึ่งในเครือข่ายพร็อกซีที่อยู่อาศัย (residential proxy network) ที่ใหญ่ที่สุดที่ยังเปิดให้บริการอยู่ ส่งผลให้บริการที่เคยเปลี่ยนอุปกรณ์ตามบ้านเรือนกว่า 2 ล้านเครื่องทั่วโลกให้กลายเป็นจุดส่งต่อทราฟฟิกอินเทอร์เน็ตของผู้อื่นต้องหยุดชะงักลง