Pentagon ชูเทคโนโลยี AI จาก Palantir ช่วยลดเวลาตัดสินใจโจมตีทางทหารภายใต้ปฏิบัติการ Epic Fury

ท่ามกลางปฏิบัติการ Epic Fury ของสหรัฐฯ กระทรวสงคราม เปิดเผยความสำเร็จในการนำระบบ Maven Smart System ของ Palantir มาใช้งานจริงในสนามรบ โดยแพลตฟอร์มดังกล่าวสามารถรวบรวมระบบวิเคราะห์ข้อมูลที่ซับซ้อนให้จบในที่เดียว ร่นระยะเวลาในกระบวนการตัดสินใจและโจมตีเป้าหมายได้อย่างมีนัยสำคัญ

Cameron Stanley ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายดิจิทัลและ AI ของกระทรวงสงคราม กล่าวว่า Maven Smart System คือเทคโนโลยีที่พลิกโฉมการปฏิบัติการทางการทหาร จากเดิมที่เจ้าหน้าที่ต้องสลับใช้งานแพลตฟอร์มถึง 8 หรือ 9 ระบบเพื่อวิเคราะห์และระบุเป้าหมาย ปัจจุบันกระบวนการทั้งหมดจัดการได้เบ็ดเสร็จผ่านระบบเดียว

เหตุผลที่ Maven Smart System รวบขั้นตอนต่าง ๆ ได้ เพราะมีการผสานการรวมข้อมูล ระบบประมวลผล และระบบสั่งการเข้าด้วยกัน ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กองทัพอย่างก้าวกระโดด โดยมีตัวเลขที่น่าสนใจดังนี้

  • ลดจำนวนเจ้าหน้าที่ข่าวกรองที่ต้องทำหน้าที่ระบุเป้าหมายจาก 2,000 คน เหลือเพียง 20 คน
  • เพิ่มความเร็วในการตัดสินใจและลงมือปฏิบัติการแบบเรียลไทม์
  • เปิดทางให้กองทัพสามารถทำผลงานได้มากขึ้นด้วยทรัพยากรที่น้อยลง

โครงสร้างพื้นฐานของระบบนี้เริ่มต้นขึ้นในปี 2016 ภายใต้ชื่อ Project Maven (Google เคยเป็นพันธมิตรหลักแต่ถอนตัวไปในปี 2018 หลังเผชิญการประท้วงจากพนักงาน) เป้าหมายหลักคือการสร้างระบบที่เน้นไปที่ความเร็วและความแม่นยำในการตัดสินใจ นอกจากความได้เปรียบดั้งเดิม เช่น อาวุธ และเทคโนโลยี

Patrick Dods วิศวกรใน Project Maven ระบุว่า ระบบอาศัยโมเดล Computer Vision เข้ามาช่วยวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในสนามรบ การนำ AI มาคัดกรองข้อมูลปริมาณมหาศาลเปรียบเสมือนการกำจัดฟางออกจากกองฟางเพื่อหาเข็ม ช่วยให้นักวิเคราะห์ข่าวกรองสามารถระบุจุดสนใจและวางแผนปฏิบัติการระดับยุทธวิธีได้ทันท่วงที

ที่มา: https://www.theregister.com/2026/03/13/palantirs_maven_smart_system_iran/

ภาพ: https://www.war.gov/Multimedia/Photos/igphoto/2003896324/

About Veerapon Tangsiripathanawong

Check Also

การ์ทเนอร์ชี้ เม็ดเงินซอฟต์แวร์แอปพลิเคชันองค์กร 234 พันล้านดอลลาร์ เผชิญความเสี่ยงจาก Agentic AI [PR]

การ์ทเนอร์ อิงก์ บริษัทวิจัยและให้คำปรึกษาชั้นนำด้านธุรกิจและเทคโนโลยี เผยว่า Agentic AI กำลังส่งแรงกระเพื่อมไปยังโมเดลรายได้ของซอฟต์แวร์องค์กร โดยส่งผลให้เม็ดเงินการใช้จ่ายด้านแอปพลิเคชันองค์กรมากถึง 234 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต้องเผชิญกับความเสี่ยงจากภาวะ Agentic Arbitrage ช่วงเวลาระหว่างปัจจุบันไปจนถึงปี พ.ศ. …

Nvidia เปิดตัวโมเดล Cosmos 3 Edge ดัน Physical AI ในญี่ปุ่น

Nvidia ได้เปิดตัว Cosmos 3 Edge ซึ่งเป็นเวิลด์โมเดลขนาดกะทัดรัดที่สร้างขึ้นเพื่อประมวลผลการใช้เหตุผลเชิงภาพและการควบคุมหุ่นยนต์โดยตรงบนอุปกรณ์เอดจ์ควบคู่ไปกับการประกาศความร่วมมือครั้งใหม่ที่จะช่วยผลักดันแพลตฟอร์ม AI เชิงกายภาพให้เข้าสู่ภาคอุตสาหกรรมหุ่นยนต์และการผลิตของประเทศญี่ปุ่นได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น