ระบบประมวลผลใหม่ใช้แนวคิดเลียนแบบสมอง คิดเลขได้เร็วกว่า CPU ถึง 1,960 เท่า

ปีนี้เป็นปีที่มีงานวิจัยทางด้านหน่วยประมวลผลที่จะมาทดแทน CPU หลากหลายมาก และหนึ่งในงานวิจัยลักษณะนี้ก็คือการสร้าง Neuromophic Chip ที่ใช้แสงเลียนแบบการส่งสัญญาณประสาทภายในสมองจาก Princeton University ที่สามารถประมวลผลทางคณิตศาสตร์ได้เร็วกว่า CPU ทั่วไปถึง 1,960 เท่า

Credit: ShutterStock.com
Credit: ShutterStock.com

ทีมวิจัยจาก Princeton University นี้เป็นนักวิจัยกลุ่มแรกของโลกที่สามารถสร้าง Integrated Silicon Photonic Neuromorphic Chip ได้สำเร็จ และหน่วยประมวลผลพลังแสงนี้ก็ประกอบไปด้วย 49 Circular Node เพื่อทำงานร่วมกันเสมือนกับเซลล์ประสาทที่สื่อสารกันด้วยแสงในย่านความถี่ต่างๆ กัน และส่งคำตอบออกมาเป็นเลเซอร์

จากการทดสอบประสิทธิภาพของหน่วยประมวลผลนี้พบว่า การคำนวน Differential Equation นั้นสามารถทำงานได้เร็วกว่า CPU ทั่วไปถึง 1,960 เท่า และทางทีมวิจัยก็เชื่อว่าแนวคิด Optical Computing นี้จะสามารถเป็นอนาคตของวงการหน่วยประมวลผลในอนาคตได้เนื่องจากความง่ายในการประยุกต์นำไปใช้งานในการประมวลผลต่างๆ รวมถึงยังอาจกลายเป็นเบื้องหลังของการประมวลผลทางด้าน Machine Learninng ในอนาคตได้อีกด้วย

ผู้ที่สนใจอยากศึกษาข้อมูลฉบับเต็ม สามารถอ่านได้ที่ https://arxiv.org/abs/1611.02272 นะครับ

ที่มา: http://futurism.com/computing-at-light-speed-the-worlds-first-photonic-neural-network-has-arrived/

About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

ข้อมูลลับองค์กรธุรกิจตกอยู่ในความเสี่ยง: แคสเปอร์สกี้รายงานการโจมตีด้วยสปายแวร์เพิ่มขึ้น 18% ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ [PR]

การโจมตีด้วยสปายแวร์ที่เพิ่มขึ้นทำให้องค์กรธุรกิจในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ตกอยู่ในความเสี่ยงมากขึ้น ตามรายงานของแคสเปอร์สกี้ บริษัทด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์และความเป็นส่วนตัวทางดิจิทัลระดับโลก

เมื่อ Downtime ไม่ใช่ทางเลือก: สร้าง Hybrid Infrastructure ที่มั่นคงและยืดหยุ่นด้วย IBM Power, IBM PowerVS และอัจฉริยภาพจาก IBM Concert [Guest Post]

ในยุคที่ทุกวินาทีของธุรกิจหมายถึงโอกาสและรายได้ โครงสร้างพื้นฐานด้านไอที (IT Infrastructure) จึงไม่ใช่เพียงแค่เครื่องมือรองรับการทำงานอีกต่อไป แต่คือ “กระดูกสันหลัง” ขององค์กรที่ต้องทั้งแข็งแกร่งและยืดหยุ่น เมื่อความพร้อมของระบบเชื่อมโยงโดยตรงกับรายได้และความเชื่อมั่นของลูกค้า องค์กรจึงไม่สามารถยอมรับ Downtime ได้อีกต่อไป ความท้าทายสำคัญคือการรักษาความเสถียรของระบบ Mission-Critical ควบคู่ไปกับการรองรับนวัตกรรมใหม่ๆ …