ผลทดสอบ HPCG ระบุ K Computer ของญี่ปุ่นมีพลังประมวลผลเป็นอันดับ 1 ของโลกในบรรดา Supercomputer

การทดสอบประสิทธิภาพของ Supercomputer ด้วย High Performance Conjugate Gradients (HPCG) Benchmark นั้นได้เปิดเผยลดการทดสอบล่าสุดในงาน SC16 และ K Computer ที่ติดตั้งอยู่ที่ RIKEN ในญี่ปุ่นนั้นก็คว้าอันดับหนึ่งไปได้ และขับเคี่ยวกับจีนอย่างเข้มข้น โดยมีรายการของ Supercomputer ประสิทธิภาพสูงสุดในโลกดังนี้

k-computer_system_en
Credit: http://www.aics.riken.jp/en/k-computer/system
  • K Computer (603 Teraflops) ญี่ปุ่น
  • Tianhe-2 (580 Teraflops) จีน
  • Oakforest-PACS (386 Teraflops) ญี่ปุ่น
  • TaihuLight (371 Teraflops) จีน
  • Cori (356 Teraflops) สหรัฐอเมริกา

การทดสอบ HPCG นี้ให้ผลการทดสอบที่ต่างจาก HPL เพราะวิธีกการที่ใช้ในการทดสอบนั้นต่างกัน โดย HPL นั้นจะใช้ Linpack ซึ่งเน้นการชี้วัดประสิทธิภาพของ Floating Point เป็นหหลักในการประมวลผลทางด้าน Linear Algebra แต่ HPCG นี้จะเน้นการทดสอบการทำ Sparse Matrix Multiplication, Global Collective และ Vector Update ซึ่งเป็นการทำงานอีกรูปแบบที่มักพบได้ในการใช้งาน Supercomputer และใช้พลังประมวลผผลในระดับที่สูงกว่า HPL รวมถึงมีการรับส่งข้อมูลในปริมาณที่มากกว่าอย่างเห็นได้ชัด จนหน่วยความจำนั้นกลายเป็นคอขวดของระบบไป

ด้วยเหตุนี้ก็ทำให้การทดสอบ HPCG นั้นยังไม่มีระบบ Supercomputer ใดบนโลกที่ก้าวผ่านกำแพงระดับ 1 Petaflops ไปได้เลย ในขณะที่อีกประเด็นที่น่าสนใจนั้นก็คือการที่สองประเทศที่ขับเคี่ยวกันอย่างหนักทางด้าน Supercomputer ในเวลานี้ก็ได้กลายเป็นญี่ปุ่นกับจีนไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

ที่มา: https://www.top500.org/news/k-computer-comes-out-on-top-in-hpcg-supercomputing-benchmark/

About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

Alibaba Cloud รุกขยายโครงสร้างพื้นฐานระดับโลก และพอร์ตโฟลิโอ AI เร่งยกระดับการใช้ AI ในองค์กร [PR]

Alibaba Cloud (อาลีบาบา คลาวด์) ผู้ให้บริการด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI ชั้นนำระดับโลกและหน่วยธุรกิจหลักด้านอินเทลลิเจนซ์ของอาลีบาบา กรุ๊ป ประกาศแผนล่าสุดในการขยายโครงสร้างพื้นฐานทั่วโลก ณ งาน Apsara Conference 2026 พร้อมเปิดตัวชุดความสามารถด้าน …

ปลดล็อก Disaster Recovery แบบเดิม ด้วย IBM FlashSystem และ Storage Defender ที่เพิ่มความต่อเนื่องให้ธุรกิจในยุค Ransomware โจมตีทุกทิศทาง

ปัจจุบันโจทย์สำคัญของผู้นำองค์กรและทีมไอทีไม่ได้อยู่ที่ว่าระบบจะตกเป็นเป้าหมายการโจมตีทางไซเบอร์หรือไม่ แต่คำถามจริง ๆ คือเมื่อเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้น องค์กรจะสามารถกู้คืนระบบสำคัญให้กลับมาดำเนินธุรกิจต่อได้รวดเร็วเพียงใด ท่ามกลางสมรภูมิ Ransomware ที่มีความซับซ้อนขึ้นทุกวัน ผลกระทบจาก Downtime ไม่ได้ประเมินกันแค่ชั่วโมงการทำงานที่เสียไป แต่คือความเสียหายทางการเงินและชื่อเสียงทางธุรกิจที่ประเมินค่าได้ยาก