เลือกใช้งาน RPA อย่างไร ให้ได้ประโยชน์สูงสุด

ปัจจุบันมี RPA อยู่หลากหลายแบรนด์ในตลาด และมีวิธีการเลือกใช้งาน RPA อย่างไร เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับองค์กรของท่าน และยังคงสามารถทำงานร่วมกับ Application อื่นๆได้ทุกรูปแบบ เพื่อให้การดำเนินธุรกิจเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด

RPA หรือ Robotic Process Automationเป็นเครื่องมือที่ทำงานในลักษณะ Business Automation โดยมีคำสั่งต่างๆให้เลือกใช้งาน โดยผู้ใช้สามารถนำคำสั่งเหล่านั้นมาประกอบกันเพื่อให้เกิดกระบวนการทำงานที่เลียนแบบการทำงานของมนุษย์ เช่น เปิด Web Browser, กรอกข้อมูล, รับ-ส่ง e-mail เป็นต้น ด้วยคุณสมบัติดังกล่าว ทำให้การใช้งาน RPA ไม่จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนขั้นตอนการทำงานเดิม และยังคงสามารถทำงานร่วมกับ Application ได้ทุกรูปแบบ

ปัจจุบันมี RPA อยู่หลากหลายแบรนด์ในตลาด ในบทความนี้เราจะมาแนะนำทุกท่านว่าควรจะมีวิธีการเลือกใช้งาน RPA อย่างไร เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับองค์กรของท่าน

  • Low-Code Capabilities : สำหรับการสร้าง Workflow หรือชุดคำสั่งของ RPA เพื่อให้ทำงานตามขั้นตอนที่เราต้องการโดยไม่จำเป็นต้องเขียน Code โดยเครื่องมือที่เป็นลักษณะ Low-Code อาจอยู่ในรูปของชุดคำสั่งสำเร็จรูปลักษะ Drag & Drop หรือ Screen Record ซึ่งจะสามารถทำให้ผู้ใช้ทั่วไป หรือ Business User สามารถพัฒนาชุดคำสั่งได้ด้วยตัวเองโดยไม่จำกัดจำนวนผู้ใช้งาน
  • Attended vs. Unattended Bot : รองรับการทำงานของ Bot ทั้ง 2 รูปแบบ ตามลักษณะการทำงานที่เหมาะสม เช่น งานในลักษณะ On-Demand ที่ผู้ใช้งานต้องเป็นคนสั่ง จะเหมาะสำหรับ Attended Bot ส่วนงานที่จะต้องมีการ Trigger จาก Event ต่างๆ จะเหมาะสำหรับ Unattended Bot เป็นต้น
    • ตัวอย่างลักษณะงานของ Attended Bot : การดึงค่าอัตราแลกเปลี่ยนจากเว็บไซต์ธนาคาร โดยพนักงานฝ่ายบัญชี, การเปรียบเทียบข้อมูลการเงิน (Reconciliation) โดยพนักงานฝ่ายการเงิน, การดึง Report โดยพนักงานฝ่าย Operation เป็นต้น
    • ตัวอย่างลักษณะงานของ Unattended Bot : การสร้างใบ Purchase Order เมื่อได้รับ Purchase Request จากระบบ, การดึง Attachment File เก็บใน Share Folder เมื่อได้รับ e-mail เข้ามาจากฝ่ายจัดซื้อ เป็นต้น
  • AI Functionalities : สามารถทำความเข้าใจภาษามนุษย์ (Natural Language Processing Extractors) เพื่อให้สามารถแยกแยะข้อมูลต่างๆออกมาจากข้อความได้ เช่น ชื่อลูกค้า, ที่อยู่, เบอร์โทรศัพท์ เป็นต้น ความถึงรองรับการพัฒนาโมเดลต่างๆ เพื่อให้สามารถใช้งานร่วมกับ RPA ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • Unlimited OCR : OCR หรือ Optical Character Recognition เป็นเทคโนโลยีที่ใช้ในการแปลงรูปภาพให้เป็นข้อความ โดยเป็นเครื่องมือที่มักทำงานร่วมกับ RPA เพื่อให้ได้ข้อมูลที่อยู่ในรูปแบบของ Structure Data เพื่อให้ RPA นำไปใช้งานต่อยัง Application ปลายทาง การมี OCR อยู่ในชุดคำสั่งจึงทำให้ผู้ใช้ไม่ต้องมองหา 3rd party มาใช้งาน รวมถึงการลดค่าใช้จ่ายในแง่ของ Licensing ได้อีกด้วย
  • Chatbot Integrated : การมี Chatbot Build-in มาให้ในชุดคำสั่งจะทำให้ผู้ใช้สามารถใช้งาน RPA ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ตัวอย่างเช่น การนำ chat bot ไปใช้ในลักษณะ virtual Assistant โดยรับข้อมูลเบื้องต้นจากผู้ใช้ และส่งข้อมูลเหล่านั้นใน RPA นำไปใช้งานต่อตาม Workflow ที่กำหนดไว้ เป็นต้น
  • Concurrent Execution : เป็นความสามารถที่ bot หลายๆตัวสามารถทำงานพร้อมกันได้บนเครื่องเดียว ด้วยคุณสมบัติดังกล่าวสามารถทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายในส่วนของ Hardware, Virtual Machine, Operating System รวมถึงการดูแลรักษาต่างๆ  ตัวอย่างเช่น Bot 100 ตัว โดยปกติจะต้องใช้เครื่องทั้งหมด 100 เครื่อง แต่ด้วยคุณสมบัติดังกล่าว ทำให้ใช้เครื่องเหลือเพียงแค่ 7 เครื่องเท่านั้น (กรณีที่ 1 เครื่อง run bot ได้สูงสุด 15 ตัว)
  • Scalability : RPA ที่ดีควรจะต้องรองรับการขยายการทำงาน ในอนาคตหากมีการใช้งาน Robot เพิ่มมากขึ้น ผู้ใช้งานควรจะสามารถขยายจำนวนของ Robot ได้ตามความต้องการ ทั้ง Attended และ Unattended Bot โดยไม่ส่งผลกระทบกับงานที่ทำอยู่
  • Flexible Deployment : รองรับการทำงานทั้งบน Cloud และ On-Premise
  • Flexible Licensing : มีโมลเดลการขายหลากหลายรูปแบบตามความต้องการของลูกค้า เช่น การเช่าใช้รายปี (Subscription) หรือการซื้อขาด (Perpetual) เป็นต้น

ทั้งนี้สำหรับผู้ที่สนใจสามารติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

บริษัท คอมพิวเตอร์ยูเนี่ยน จำกัด

โทร 02 311 6881 #7156 หรือ email : cu_mkt@cu.co.th

เขียนบทความโดย คุณอนุกูล คงสกูล
Presales Software Specialist
บริษัท คอมพิวเตอร์ยูเนี่ยน จำกัด


About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

Microsoft แจกฟรี เอกสารภาษาไทย “เตรียมความพร้อมสำหรับการทำงานแบบ Hybrid Work ไม่ยากอย่างที่คิด”

Hybrid Work เป็นหัวข้อที่ถูกปฏิบัติใช้จริงภาคบังคับให้อย่างแพร่หลายจากสถานการณ์ของการแพร่ระบบจากโคโรน่าไวรัส แม้ว่าปัจจุบันผู้คนจะกลับมาใช้ชีวิตเข้าออฟฟิศกันเกือบปกติแล้วก็ตาม ที่สิ่งที่ต่างออกไปคือความรู้สึกและพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปแล้ว เพราะมีผู้คนมากมายได้สัมผัสถึงคุณภาพชีวิตในอีกรูปแบบหนึ่งและหลายคนก็ชอบเสียด้วย เมื่อพฤติกรรมการทำงานเปลี่ยนไปตัวองค์กรเองก็ต้องมองหากลยุทธ์เพื่อรับมือกับวิธีการปฏิบัติงานที่เกิดขึ้นด้วย ซึ่งแต่ละคนก็ตีความบริบทการทำ Hybrid Work ต่างกัน อนึ่ง Microsoft เองที่เป็นผู้ให้บริการซอฟต์แวร์ระดับองค์กรมาอย่างยาวนานที่มีประสบการณ์ช่วยเหลือธุรกิจมากมาย จึงได้แจกเอกสารฟรีเพื่อเป็นแนวทางเชิงความคิด …

รวมวิดีโองานสัมมนา NCSA Virtual Summit #1 – 2023 Cybersecurity & Privacy Trends

สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.)​ ร่วมกับ TechTalkThai จัดงานสัมมนา “NCSA Virtual Summit #1” ภายใต้ธีม 2023 Cybersecurity & Privacy Trends …