[Guest Post] การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก (data analytic) และภาคส่วนธุรกิจต่างๆในประเทศไทย

บทความโดย Nick Lim, General Manager, APJ, TIBCO Software 

Nick Lim, General Manager, APJ, TIBCO Software

 

1. ความต้องการการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก (data analytic) ในประเทศไทยเป็นอย่างไรและทำไมการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก (Data analytic) ถึงมีความสำคัญกับธุรกิจ

ประเทศไทยได้มาถึงจุดที่จะต้องเปลี่ยนแปลงไปสู่การเป็นตลาดที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลเพื่อสร้างโอกาสใหม่ๆ ในการดำเนินธุรกิจ การใช้ประโยชน์จากข้อมูลเชิงลึกจะช่วยให้องค์กรต่างๆ สามารถตัดสินใจได้อย่างครอบคลุมและรอบด้าน นอกจากนี้ยังสามารถเพิ่มความได้เปรียบด้านการแข่งขันในการแสวงหาธุรกิจใหม่ๆ  พร้อมการบริการลูกค้าที่ดียิ่งขึ้น ปรับปรุงประสิทธิภาพของกระบวนการทำงาน และการลดต้นทุนดำเนินงาน

ในฐานะที่ประเทศไทยมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นลำดับที่ 2 ในอาเซียน ไทยได้เปลี่ยนผ่านจากที่มุ่งเน้นเศรษฐกิจอุตสาหกรรมไปสู่เศรษฐกิจดิจิทัลที่สอดคล้องกับนโยบายไทยแลนด์ 4.0 การผลักดันให้ภาคเศรษฐกิจหลักปรับตัวสู่ความสมัยใหม่และความเป็นดิจิทัลเป็นก้าวสำคัญที่จะทำให้ประเทศไทยไปสู่เศรษฐกิจดิจิทัล โดยมุ่งเน้นเทคโนโลยีที่สำคัญ ได้แก่ ระบบ Big Data ระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ (Robotic Process Automation) เทคโนโลยีคลาวด์ (Cloud) การให้บริการด้านซอฟท์แวร์ (SaaS) ระบบ IoT และอุปกรณ์อัจฉริยะ (Smart Devices) เช่น กล้องวงจรปิดและบลูทูธ นอกจากนี้ยังมีโครงการ เช่น ประเทศไทยอัจฉริยะ (Smart Thailand) และเมืองอัจฉริยะ (Smart City) ที่เป็นส่วนหนึ่งของแนวทางพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของชาติ (National ICT framework) ทั้งหมดนี้ล้วนมุ่งสู่การพัฒนารูปแบบทางเศรษฐกิจที่อยู่บนพื้นฐานของนวัตกรรม ความคิดสร้างสรรค์ การบริการคุณภาพสูง และเทคโนโลยีใหม่ๆ ซึ่งจะยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในสังคม

ในภาคเอกชน การที่บริษัทสัญชาติไทยต่างริเริ่มเสนอสิ่งที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่จะสร้างให้บริษัทเหล่านั้นเป็นผู้นำและผู้บุกเบิกทางด้านข้อมูล ตลาดของกระบวนการวิเคราะห์ข้อมูล (data analytics) นั้นยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น ความรู้ความเข้าใจด้านการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกยังคงต้องใช้เวลาในการสั่งสมและเติบโตเพื่อให้ทัดเทียมกับตลาดที่ก้าวหน้า เช่นสหรัฐอเมริกา เราได้เห็นกรณีที่องค์กรต่างลงทุนอย่างหนักในเทคโนโลยีบางอย่างโดยที่ไม่ได้ศึกษาข้อมูลที่มีอยู่จริงเสียก่อน

แม้การนำเทคโนโลยีดิจิทัลสมัยใหม่มาใช้อย่างรวดเร็วนั้นเป็นพัฒนาการเชิงบวก แต่การเปลี่ยนแปลงด้วยเทคโนโลยีเหล่านั้นก็ได้สร้างความท้าทายใหม่ๆ ขึ้นมาด้วยเช่นกัน ด้วยลักษณะงานที่เปลี่ยนแปลงไป องค์กรต่าง ๆ ได้กำหนดยุทธศาสตร์ในการปรับทักษะและเพิ่มทักษะให้กับพนักงานเพื่อเตรียมความพร้อมเพื่อปรับตัวให้เข้ากับเศรษฐกิจดิจิทัล ในปัจจุบัน แม้จะมีการดำเนินการของแผนการแก้ไขช่องว่างทางทักษะภายในองค์กร แต่ก็ยังคงมีความท้าทายที่เพิ่มมากขึ้นในการค้นหาผู้ที่มีความสามารถเฉพาะในแต่ละอุตสาหกรรม การสำรวจการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลในประเทศไทยของบริษัท Deloitte ในปี 2020 ระบุว่า นักวิเคราะห์ข้อมูลและนักวิทยาศาสตร์ข้อมูลจะมีบทบาทที่สำคัญที่สุด พร้อมกันนั้นก็จะเผชิญความท้าทายมากที่สุดด้วยเช่นกันในการสรรหาบุคคลากรในแต่ละภาคส่วนของประเทศไทย ทั้งนี้องค์กรต่างๆ ยังคงพยายามที่จะเพิ่มบทบาททางด้านการพัฒนาซอฟต์แวร์และแอปพลิเคชันรวมถึงระบบอัตโนมัติและการออกแบบประสบการณ์ผู้ใช้งานอีกด้วย

หากปราศจากบุคลากรที่เหมาะสม การใช้เทคโนโลยีเพียงอย่างเดียวก็คงไม่สามารถสร้างผลลัพธ์ที่องค์กรต่างๆ ต้องการในการเปลี่ยนแปลงไปสู่ความเป็นดิจิทัลได้ ความสามารถของบุคคลากรที่แข็งแกร่งประกอบกับเทคโนโลยีอันล้ำสมัยเป็นส่วนประกอบสำคัญที่ขาดไม่ได้สำหรับองค์กรเพื่อแข่งขันและเติบโตในยุคดิจิทัลนี้ ในขณะที่ประเทศไทยกำลังเตรียมการสำหรับอนาคตแห่งดิจิทัล องค์กรธุรกิจต่างก็กำลังปรับเปลี่ยนกระบวนการและปรับปรุงด้านประสบการณ์ของลูกค้า ดังนั้นกระบวนการวิเคราะห์ข้อมูลจะกลายเป็นแกนกลางของความคิดริเริ่มและโครงการต่างๆ ในการก่อร่างพื้นฐานทางดิจิทัลของประเทศ เสริมสร้างการรวมกันทางดิจิทัล และก้าวไปสู่ความเป็นผู้นำทางดิจิทัลระดับโลก

 

2. ทำไมการใช้กระบวนการวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytics) ถึงสำคัญในภาคธุรกิจต่างๆ

ธุรกิจในหลายภาคส่วนและอุตสาหกรรมต่างๆกำลังเร่งค้นหาข้อมูลเชิงลึกจากข้อมูลที่ใช้เวลาในการรวบรวมหลายปีในองค์กร นอกจากนี้ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ภูมิทัศน์ธุรกิจได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก มีการแข่งขันที่สูงขึ้นรวมทั้งมีผู้เล่นรายใหม่และบริษัทสตาร์ทอัพเกิดขึ้นในตลาดอย่างรวดเร็ว องค์กรต่างๆ จึงต้องการใช้ประโยชน์จากข้อมูลของตนเองในการพัฒนาความได้เปรียบในการแข่งขัน ธุรกิจจำนวนมากต่างกำลังปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อค้นหารูปแบบทางเศรษฐกิจรูปแบบใหม่หรือพัฒนาการให้บริการลูกค้าและความพึงพอใจของลูกค้า

กระบวนการวิเคราะห์ข้อมูล (Data analytics) นั้นจะทำให้องค์กรสามารถตรวจสอบข้อมูลในอดีตได้ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลแบบไม่มีโครงสร้างหรือแบบมีโครงสร้างเพื่อนำไปสู่การเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกแบบมีคุณภาพในรูปแบบเรียลไทม์ และยังสามารถระบุรูปแบบการแจ้งข้อมูล หรือในบางกรณี ก็สามารถตัดสินใจได้เองซึ่งจะสามารถสร้างกระบวนการเชื่อมโยงข้อมูลเข้ากับการดำเนินการได้ ด้วยโซลูชั่นที่สนับสนุนกระบวนการวิเคราะห์แบบ End-To-End ตั้งแต่การเข้าถึง การจัดเตรียมและการวิเคราะห์ข้อมูล ไปจนถึงการดำเนินการวิเคราะห์เชิงลึกและตรวจสอบผลลัพธ์ ส่งผลให้องค์กรที่สามารถปรับเปลี่ยนธุรกิจของตนให้เป็นดิจิทัลได้จะกลายเป็นองค์กรแห่งนวัตกรรม และสามารถมองเห็นภาพในอนาคตเพื่อใช้ในการตัดสินใจได้มากขึ้น

นอกเหนือจากการวัดผล KPI แบบดั้งเดิม กระบวนการวิเคราะห์ข้อมูลจะช่วยให้องค์กรสามารถตรวจพบรูปแบบที่ซ่อนอยู่ในข้อมูล และยังช่วยระบุแนวโน้มรวมถึงความต้องการของตลาดในระหว่างที่กำลังหาคำตอบว่า เหตุใดผลิตภัณฑ์หรือสินค้าบางชนิดสามารถทำตลาดได้ดีในขณะที่บางชนิดไม่สามารถทำได้ การตัดสินใจที่สำคัญทางธุรกิจควรจะเป็นการตัดสินใจบนพื้นฐานของข้อมูล เช่น การขยายตลาด การเพิ่มชนิดของผลิตภัณฑ์หรือการบริการ นโยบายการตั้งราคา และการดูแลลูกค้า อีกทั้งด้วยการใช้กระบวนการวิเคราะห์ข้อมูล ธุรกิจต่างๆ จะสามารถเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกที่แสดงให้เห็นว่าพวกเข้ากำลังมุ่งหน้าไปในทิศทางที่ถูกต้องหรือต้องเปลี่ยนทิศทางในการประกอบธุรกิจ

 

3. ภาคธุรกิจใดบ้างในประเทศไทยที่ตอบรับการเปลี่ยนแปลงไปสู่ความเป็นดิจิทัลและการใช้การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกแล้วบ้าง?

เมื่อเปรียบเทียบกันระหว่างธุรกิจภาคส่วนต่างๆ ในประเทศ กลุ่มสถาบันการเงินถือเป็นผู้นำในการแข่งขันด้านการเปลี่ยนแปลงไปสู่ความเป็นดิจิทัล องค์กรในภาคการเงินได้ปรับใช้เทคโนโลยีและตอบรับการเปลี่ยนแปลงได้เร็วกว่าองค์กรใด ๆ ในภาคส่วนอื่น ๆ อย่างไรก็ตามองค์กรในภาคอุตสาหกรรมอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็น อุตสาหกรรมโทรคมนาคม อุตสาหกรรมน้ำมันและแก๊สธรรมชาติ อุตสาหกรรมค้าปลีก อุตสาหกรรมขนส่งและอุตสาหกรรมการผลิตต่างกำลังอยู่ในกระบวนการปรับใช้และพัฒนาแพลตฟอร์มกระบวนการวิเคราะห์ข้อมูลของตนเองอยู่ ถึงแม้ว่าภาคอุตสาหกรรมจะตระหนักรู้ถึงการปรับเปลี่ยนไปสู่ความเป็นดิจิทัลนั้นเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้แต่การปรับใช้เทคโนโลยีดิจิทัลยังคงเป็นไปด้วยความเชื่องช้า  อย่างไรก็ตามจากการระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 ภาคธุรกิจของประเทศไทยส่วนมากต่างต้องเร่งดำเนินการตามแผนการปรับเปลี่ยนไปสู่ความเป็นดิจิทัลเพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น โดยเศรษฐกิจดิจิทัลนั้นได้รับการคาดการณ์ว่าจะมีขนาด 25 % ของผลิตภัณฑ์มวลรวมของไทย ภายในปี 2570 จากการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคเนื่องจากโรคระบาด รัฐบาลมุ่งหวังที่จะเพิ่มความรวดเร็วในการเปลี่ยนแปลงไปสู่ความเป็นดิจิทัลเพื่อสนับสนุนให้มีการทำธุรกรรมออนไลน์เพิ่มขึ้น การจ่ายเงินด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงการทำงานและการเรียนทางไกล ยิ่งไปกว่านั้นเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับคลื่นแห่งการดิสรัปต์ลูกต่อไป การลงทุนในผลิตภัณฑ์และการบริการดิจิทัล เช่น สุขภาพ การศึกษา การเกษตร และการผลิตควรจะต้องเพิ่มสูงขึ้น

 

4. ผลิตภัณฑ์ของ TIBCO จะสามารถช่วยเหลือธุรกิจท้องถิ่นด้วยบริการและโซลูชั่นเฉพาะอุตสาหกรรมได้อย่างไร?

TIBCO นั้นสามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์และโซลูชันอันหลากหลายที่สามารถช่วยธุรกิจท้องถิ่นในประเทศไทยให้ประสบความสำเร็จในเป้าหมายการปรับใช้กระบวนการวิเคราะห์ข้อมูลได้ โดยบริษัทมี Use Case ต่าง ๆ ที่ชัดเจนและมีเรื่องเล่าของความสำเร็จมากมายจากหลายภาคธุรกิจและลูกค้าจำนวนหนึ่งที่สามารถสนับสนุนคำกล่าวข้างต้นได้

กลุ่มผลิตภัณฑ์ของเราครอบคลุมโซลูชันหลัก ๆ อยู่ 3 ประเภท ได้แก่ การเชื่อมต่อ (Connect) การผสานรวม (Unify) และการคาดการณ์ (Predict) ด้วยโซลูชันเฉพาะอุตสาหกรรมของ TIBCO เราสามารถให้ความช่วยเหลือบริษัทในประเทศไทยเพื่อให้ประสบความสำเร็จตามเป้าหมายการเปลี่ยนแปลงไปสู่ความเป็นดิจิทัลและยังเน้นยำถึงความคิดริเริ่มที่ขับเคลื่อนด้วยคุณค่าในการที่จะพัฒนาประสบการณ์ลูกค้าและเพิ่มความมีประสิทธิภาพของการดำเนินงานพร้อมกับสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ ไปด้วยกัน  

ตัวอย่างเช่น ในภาคอุสาหกรรมการบริการทางการเงิน เราได้สนับสนุนธนาคารและบริษัทให้บริการทางการเงินในการเพิ่มความสามารถในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ ๆ อย่างรวดเร็วเพื่อเป็นการเร่งการพัฒนาการมอบประสบการณ์ดิจิทัลให้กับลูกค้า ตัวอย่างที่สำคัญคือ กสิกร บิซิเนสแอนด์เทคโนโลยี กรุ๊ป (KBTG) ซึ่งเป็นสถาบันการเงินของไทยที่ TIBCO ได้เข้าไปสนับสนุนในเส้นทางแห่งการเป็นธนาคารดิจิทัลแห่งอนาคต

องค์กรจำนวนมากในอุตสาหกรรมการบินต่างหันมาใช้เครื่องมือติดตาม เช่น การรายงานข้อมูลแบบ 360 (360 Digital Dashboard) เพื่อติดตามเมตริกซ์และข้อมูลสำคัญที่เกี่ยวข้องธุรกิจของตนเอง เนื่องจากการเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้องแม่นยำและเรียลไทม์เป็นเรื่องสำคัญสำหรับสายการบินในการตัดสินใจที่รวดเร็วและขับเคลื่อนด้วยข้อมูล

ด้วยแหล่งข้อมูลที่กระจัดกระจายไปตามหน่วยและระบบต่างๆ การเชื่อมโยงข้อมูลจึงกลายเป็นกระบวนการที่สำคัญสำหรับธุรกิจเพื่อให้ได้รับประโยชน์สูงสุดจากข้อมูลของตนเอง ภาคส่วนที่สำคัญ เช่น สาธารณูปโภค น้ำมันและแก๊สธรรมชาติ และโทรคมนาคม กำลังใช้ประโยชน์จากวิทยาศาสตร์ข้อมูลและแพลตฟอร์มการวิเคราะห์เชิงลึกรวมถึงความสามารถของ Data-as-a-Service (DaaS) สำหรับการผสานรวมและการเชื่อมโยงข้อมูล

 

 

 

 

About Maylada

Check Also

Elastic 9.4 ออกแล้ว

Elastic ได้ออกมาประกาศเปิดตัว Elastic 9.4 อย่างเป็นทางการ โดยเพิ่มความสามารถในการตรวจสอบการทำงานของ Context Engineering, Application และ Infrastructure เพิ่มเติม, เสริม AI ในการรักษาความมั่นคงปลอดภัย และเพิ่มความสามารถอื่นๆ อีกมากมาย ดังนี้

Extreme Networks เปิดตัว Wi-Fi 7 AP รุ่นใหม่ พร้อม Agentic AI สำหรับบริหารจัดการระบบเครือข่ายแบบอัตโนมัติ

Extreme Networks ได้ออกมาประกาศถึงอัปเดตครั้งใหญ่ โดยเปิดตัว Wi-Fi 7 Access Point รุ่นใหม่ล่าสุด 5 รุ่น พร้อมนวัตกรรมใหม่ในการบริหารจัดการระบบเครือข่ายด้วย AI Agent เพื่อดูแลรักษาระบบเครือข่ายขององค์กรให้ทำงานได้อย่างต่อเนื่องโดยอัตโนมัติ