Google Maps ใช้ Machine Learning ช่วยคาดการณ์ความยากในการหาที่จอดรถตามสถานที่ต่างๆ

ก่อนหน้านี้ Google ได้เผยฟีเจอร์ใหม่ ระบบช่วยคาดการณ์ความยากในการหาที่จอดรถตามสถานที่ต่างๆใน Google Maps ล่าสุดได้เผยข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้ Machine Learning สำหรับฟีเจอร์นี้เพิ่มเติมแล้ว

ฟีเจอร์นี้ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถคาดการณ์ความยากในการหาที่จอดรถของสถานที่ที่กำลังจะไปถึงได้ โดยความยากของระบบนี้อยู่ที่ไม่มีระบบที่สามารถตรวจสอบได้แบบ Real-time โดยมีความไม่แน่นอนซึ่งเกิดจากช่วงเวลาและการจัด Event ต่างๆในสถานที่ใกล้เคียง ซึ่งที่จอดรถในสถานที่ต่างๆ โดยเฉพาะจุด Free Parking นั้น แทบไม่สามารถคาดเดาได้ว่าจะมีที่จอดรถว่างเหลือเท่าไหร่ หรือบางสถานที่ที่มีระบบแสดงจำนวนที่จอดรถว่างก็อาจมีการนับจำนวนผิดพลาดได้ เนื่องจากอาจมีผู้จอดรถผิดกฏหรือได้ออกจากจุดจอดรถไปก่อนเวลาแล้ว

เพื่อแก้ไขปัญหาเหล่านี้ Google ได้ใช้วิธีการ Crowdsourcing และ Machine Learning เข้ามาช่วยในการทำนาย สำหรับ Machine Learning ได้ใช้ 3 โมเดลหลัก จากโมเดลที่ได้เลือกขึ้นมากว่า 20 โมเดล ดังนี้

  • Ground Truth Data – ใช้หลักการถามผู้ที่ได้เข้าไปจอดรถในที่แห่งนั้น แต่จะไม่ได้ถามตรงๆว่าที่แห่งนั้นจอดรถยากหรือไม่ เนื่องจากแต่ละคนมีเกณฑ์ความยากไม่เท่ากัน แต่จะถามทางอ้อมแทน เช่น ใช้เวลาในการหาที่จอดรถนานเท่าไหร่? ส่งผลมีผู้ที่ตอบคำถามมามากกว่า 1 แสนครั้ง ซึ่งนับว่าเป็นข้อมูลที่มีความแมนยำระดับสูง
  • Model Features – ใช้ข้อมูลจาก Live Traffic, Popular Times และ Visit Durations เข้ามาประกอบกัน โดย Google จะมีข้อมูลเหล่านี้อยู่แล้ว เช่น ช่วงเวลาที่คนส่วนใหญ่มาสถานที่แห่งนี้ในแต่ละวัน (Popular Times) และเวลาที่ใช้ไปกับสถานที่แห่งนี้ (Visit Durations) ซึ่งหากนำมาประกอบกับข้อมูลก่อนหน้านี้จะช่วยให้สามารถคาดเดาได้ระดับหนึ่ง
  • Model Selection & Training – Google ใช้ Logistic Regression Model  เนื่องจากสามารถทำความเข้าใจได้ง่าย และไม่ได้รับผลกระทบจาก Noise ที่เกิดจากข้อมูลมากนัก และให้ผลลัพท์ที่สามารถทำความเข้าใจได้ง่าย เช่น “Limited Parking” หรือ “Easy”

ซึ่งในช่วงแรกที่เปิดให้ใช้งานฟีเจอร์นี้ สังเกตได้ว่าหากความยากในการหาที่จอดรถอยู่ในเกณฑ์ที่ยาก จะทำให้ผู้ใช้งานเลือกสลับไปใช้งานบริการขนส่งสาธารณะแทนมากขึ้น โดย Google จะคอยฟังเสียงตอบรับจากผู้ใช้งานและคอยปรับปรุงฟีเจอร์นี้อยู่เสมอ และในอนาคตอาจจะทำระบบคอยแนะนำสถานที่จอดรถให้ผู้ใช้งานโดยอัตโนมัติ

ปัจจุบันฟีเจอร์นี้เปิดให้ใช้งานเฉพาะเมืองใหญ่ๆในสหรัฐอเมริกาเท่านั้น ได้แก่ San Francisco, Seattle, Miami, Atlanta, Boston, Charlotte, Chicago, Detroit, Los Angeles, Minneapolis/St. Paul, New York City, Orlando, Philadelphia, Pittsburgh, San Diego, St. Louis, Tampa, Washington, DC, Cleveland, Dallas/Fort Worth, Denver, Houston, Phoenix, Portland และ Sacrament

ที่มา : https://research.googleblog.com/2017/02/using-machine-learning-to-predict.html

About เด็กฝึกงาน TechTalkThai หมายเลข 1

นักเขียนผู้มีความสนใจใน Enterprise IT ด้วยประสบการณ์กว่า 10 ปีในไทย ปัจจุบันใช้ชีวิตอยู่ที่สหรัฐอเมริกา แต่ยังคงมุ่งมั่นในการแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ด้านเทคโนโลยีให้กับทุกคน

Check Also

IBM จับมือ OpenAI รุกตลาด Enterprise AI ผสานโมเดลล่าสุดเข้ากับบริการให้คำปรึกษา

IBM ร่วมมือกับ OpenAI นำโมเดลและเครื่องมือเกี่ยวกับ AI เพิ่มประสิทธิภาพ IBM Consulting เพื่อให้บริการให้คำปรึกษากับลูกค้าองค์กรได้ดีขึ้น ความร่วมมือครั้งนี้เปิดช่องทางให้ OpenAI สามารถเจาะตลาดบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลกได้มากขึ้น ภายใต้ดีลนี้ทั้งสองบริษัทจะร่วมกันทำตลาดและพัฒนาโซลูชัน AI เฉพาะทางสำหรับอุตสาหกรรมการเงินการธนาคาร …

Alibaba Cloud ขอเชิญร่วมงานสัมมนา Qwen Conference Thailand 2026 [4 ก.ย. 2026 – 13.00น.]

Alibaba Cloud ขอเรียนเชิญ CAIO, CTO, CIO, CDO, AI Leader, IT Manager, AI Engineer, Data Engineer และทุกท่านที่สนใจเข้าร่วมงานสัมมนา Qwen Conference Thailand 2026 เพื่อร่วมเรียนรู้ถึงแนวโน้มล่าสุดในการประยุกต์ใช้งาน AI สำหรับภาคธุรกิจองค์กร พร้อมแนะนำเครื่องมือ AI ชั้นนำที่ครอบคลุมทั้ง Agentic AI, Video AI, Agentic Coding AI และ AI Production Platform พร้อมกรณีศึกษาการใช้งานจริง ให้ธุรกิจนำไปพร้อมใช้งานต่อยอดได้ทันที งานสัมมนานี้จะจัดขึ้นในวันศุกร์ที่ 4 กันยายน 2026 เวลา 13.00น. - 18.00น. ณ โรงแรม Centara Grand, Central World โดยผู้ที่สนใจสามารถตรวจสอบรายละเอียด กำหนดการ และลงทะเบียนเข้าร่วมงานโดยไม่มีค่าใช้จ่ายได้ดังนี้