Breaking News

Google Chrome เตรียมระบุเว็บไซต์ที่ไม่ใช้ HTTPS ว่า “ไม่มั่นคงปลอดภัย”

google_logo_2

เพื่อสนับสนุนให้เว็บไซต์เพิ่มการเข้ารหัสข้อมูลและปกป้องผู้ใช้มากขึ้น Google เตรียมแปะคำว่า “ไม่มั่นคงปลอดภัย” บนเว็บไซต์ที่เป็น HTTP เฉยๆ ไม่ใช่ HTTPS

Google ออกมาประกาศแผนการระบุคำว่า “ไม่มั่นคงปลอดภัย” บนเว็บไซต์ที่ไม่ใช้ HTTPS สำหรับผู้ใช้ Chrome เวอร์ชัน 56 ที่จะเริ่มให้บริการในเดือนมกราคม 2017 ที่จะถึงนี้ โดยจะแสดงข้อความแจ้งเตือนคำว่า “Not Secure” ด้านหน้า HTTP URL ตรง Address Bar ด้านบน โดยเริ่มต้นจากเว็บไซต์ที่มีการส่งข้อมูลรหัสผ่านหรือหมายเลขบัตรเครดิตแบบไม่เข้ารหัสเสียก่อน

google_chrome_56_1

จากนั้น การแจ้งเตือนดังกล่าวจะขยายผลครอบคลุมถึงการใช้งานในโหมด Incognito ด้วย และสุดท้าย Google จะทำการแสดงข้อความแจ้งเตือนว่า “Not Secure” บนเว็บไซต์ที่ใช้ HTTP เฉยๆ ทั้งหมด โดยจะเป็นข้อความสีแดงพร้อมเครื่องหมายตกใจที่ระบุว่าการเข้าถึงเว็บไซต์เหล่านี้มีความเสี่ยง

google_chrome_56_2

การสื่อสารหรือรับส่งข้อมูลสำคัญผ่าน HTTP ถือเป็นการกระทำที่อันตรายมาก เนื่องจากข้อมูลอาจถูกดักฟังผ่านทางการโจมตีแบบ Man-in-the-Middle บนระบบเครือข่ายไร้สายสาธารณะ หรือเราท์เตอร์ที่ถูกแฮ็คได้ เป็นต้น

จากการสำรวจของ Google พบว่า ครึ่งหนึ่งของเว็บไซต์ที่ถูกเข้าถึงโดย Google Chrome ไม่ได้ใช้ HTTPS ทาง Google จึงพยายามผลักดันให้ทั้งผู้ใช้และผู้ให้บริการหันมาใช้ HTTPS มากขึ้นโดยการใช้กลไกการแจ้งเตือนตามที่ได้กล่าวไป รวมไปถึงทำการจัดอันดับผลการค้นหาโดยให้เว็บไซต์ที่ใช้ HTTPS มีตำแหน่งที่ดีกว่าเว็บไซต์ HTTP ปกติ

ที่มา: http://www.csoonline.com/article/3118331/security/google-chrome-to-start-marking-http-connections-as-insecure.html



About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

พบปัญหาแพตช์ IE Zero-day มีบั๊กกระทบ Printer

เมื่อวันที่ 17 มกราคมที่ผ่านมาได้มีการเปิดเผยช่องโหว่ Zero-day บน IE ซึ่งต่อมาได้มีแพตช์แต่ล่าสุดมีรายงานจากผู้ใช้งานว่าส่งผลกระทบกับ Printer ด้วย

แฮ็กเกอร์ใช้ช่องโหว่ Zero-day บน Antivirus แฮ็ก Mitsubishi Electric

จากรายงานเมื่อสัปดาห์ก่อนหลังมีการเปิดเผยว่า Mitsubishi Electric ถูกแฮ็ก มีความคืบหน้าพบว่าคนร้ายได้อาศัยช่องโหว่ Zero-day ของ Trend Micro OfficeScan เพื่อขโมยข้อมูล