Gartner เผย 3 เทรนด์เทคโนโลยี ที่จะส่งผลกระทบต่อทั้งโลกไปอีก 10 ปี

Gartner ได้ออกมาวิเคราะห์ถึงเทคโนโลยี 3 กลุ่มหลักๆ จากเทคโนโลยีใหม่ๆ ทั้งสิ้น 2,000 รายการ ที่จะส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจทั่วโลกในการก้าวไปสู่การเป็น Digital Business ในอีก 10 ปีนับถัดจากนี้

Credit: Gartner

 

การวิเคราะห์แนวโน้มครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ต่อยอดขึ้นมาจาก Hype Cycle for Emerging Technologies 2017 ที่ได้ทำการวิเคราะห์ถึงเทคโนโลยีที่กำลังเป็นที่สนใจของภาคธุรกิจในปี 2017 นี้ และจัดกลุ่มออกมาด้วยกันได้ 3 กลุ่ม ได้แก่

1. AI Everywhere

Gartner ได้ยกให้ Artificial Intelligence (AI) เป็นเทคโนโลยีที่จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงภาคธุรกิจมากที่สุดในอีก 10 ปีนับถัดจากนี้ ด้วยการพัฒนาอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีด้านการประมวลผล, ปริมาณข้อมูลที่เพิ่มขึ้นอย่างไร้ขีดจำกัด, ความก้าวหน้าแบบก้าวกระโดดของเทคโนโลยี Deep Neural Networks ซึ่งทั้งหมดนี้จะทำให้องค์กรสามารถนำ AI ไปใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นด้วยการประยุกต์นำข้อมูลต่างๆ มาใช้สร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ และแก้ปัญหาใหม่ๆ ที่ยังไม่เคยเจอมาก่อนกันได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น

เทคโนโลยีที่ Gartner แนะนำให้องค์กรเริ่มศึกษานั้นได้แก่ Deep Learning, Deep Reinforcement Learning, Artificial General Intelligence, Autonomous Vehicles, Cognitive Computing, Commercial UAVs (Drones), Conversational User Interfaces, Enterprise Taxonomy and Ontology Management, Machine Learning, Smart Dust, Smart Robots และ Smart Workspace

2. Transparently Immersive Experiences

Gartner ชี้ว่าในอนาคตเทคโนโลยีจะถูกพัฒนาโดยมีมนุษย์เป็นศูนย์กลางมากขึ้น และทำให้เกิดความโปร่งใสมากขึ้นระหว่างผู้คน, ธุรกิจ และสิ่งของ โดยความสัมพันธ์ของสามกลุ่มนี้จะถูกหลอมรวมเข้าด้วยกันมากขึ้นกว่าแต่ก่อน และทำให้เทคโนโลยีสามารถปรับตัวตามผู้ใช้งาน, สถานการณ์ และสภาพแวดล้อมได้มากขึ้น ทั้งในที่ทำงาน, บ้าน, การติดต่อกับภาคธุรกิจ และผู้คน

เทคโนโลยีที่ Gartner แนะนำให้องค์กรเริ่มศึกษานั้นได้แก่ 4D Printing, Augmented Reality (AR), Computer-Brain Interface, Connected Home, Human Augmentation, Nanotube Electronics, Virtual Reality (VR) และ Volumetric Displays

3. Digital Platforms

Gartner ทำนายว่าเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นใหม่นี้จะต้องการเทคโนโลยีพื้นฐานใหม่ๆ ที่ช่วยสร้างหรือรวบรวมข้อมูลตามที่เทคโนโลยีอื่นๆ ต้องการนำไปใช้, มีความสามารถในการประมวลผลระดับสูง และสามารถนำไปใช้งานได้อย่างกว้างขวางในหลากหลายสถานการณ์ เข้าสู่การเป็น Ecosystem-enabling Platform และเกิดเป็น Business Model รูปแบบใหม่ๆ ที่สร้างการเชื่อมต่อระหว่างมนุษย์และเทคโนโลยีขึ้น

เทคโนโลยีที่ Gartner แนะนำให้องค์กรเริ่มศึกษานั้นได้แก่ 5G, Digital Twin, Edge Computing, Blockchain, IoT Platform, Neuromorphic Hardware, Quantum Computing, Serverless PaaS และ Software-Defined Security

สุดท้าย Gartner ยังได้สรุปว่า AI Everywhere นั้นเป็นแนวโน้มที่จะเติบโตอย่างรวดเร็วมาก โดยอาศัยเทคโนโลยีจากกลุ่ม Transparently Immersive Experiences เป็นพื้นฐานสำหรับการต่อยอด และ Digital Platforms เองก็จะเป็นอีกกลุ่มที่เติบโตตามมา

About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

Salesforce เปิดตัว AI Help Agent ปรับโมเดลคิดเงินรูปแบบใหม่ จ่าย 2 ดอลลาร์เมื่อแก้ปัญหาลูกค้าสำเร็จเท่านั้น

Salesforce ประกาศเปิดตัว Agentforce Help Agent โซลูชัน AI สำหรับงานบริการลูกค้าที่สามารถเชื่อมต่อกับฐานข้อมูลขององค์กร เพื่อให้ความช่วยเหลือผ่านช่องทางดิจิทัลทั้งในรูปแบบข้อความและเสียง โดยมีไฮไลท์สำคัญของการเปิดตัวครั้งนี้คือการนำเสนอโมเดลคิดค่าใช้จ่ายแบบ Pay-per-resolution เป็นครั้งแรก องค์กรจะจ่ายเงินก็ต่อเมื่อ AI สามารถแก้ปัญหาให้ลูกค้าได้สำเร็จตั้งแต่ต้นจนจบแบบอัตโนมัติ

รู้จัก IBM FlashSystem x600: AI-Driven Storage รุ่นล่าสุด เปลี่ยนนิยามสู่ระบบจัดเก็บข้อมูลที่รวมเร็ว มั่นคง ปลอดภัย พร้อม Agentic AI ในตัว โดย Ingram Micro Thailand

เมื่อต้นปี 2026 ที่ผ่านมา IBM ได้ออกมาประกาศเปิดตัว IBM FlashSystem ใหม่ล่าสุดในตระกูล x600 ที่นอกจากจะมาพร้อมกับ Hardware และ Software ใหม่ๆ ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความมั่นคงปลอดภัยแล้ว …