HPE ประกาศขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์ HPE ProLiant Edge ด้วยแชสซีและเซิร์ฟเวอร์ใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับ AI Inferencing และ workload สำคัญในสภาพแวดล้อมที่รุนแรงและพื้นที่ห่างไกล

HPE เปิดตัว HPE ProLiant Compute EL2000 แชสซีใหม่ที่ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับสภาพแวดล้อมที่มีข้อจำกัดด้าน Size, Weight, and Power (SWaP) พร้อมรองรับเซิร์ฟเวอร์ใหม่ 2 รุ่นได้แก่ EL220 Gen12 (สูงสุด 2 ตัว) หรือ EL240 Gen12 (1 ตัว) โดยใช้ Intel Xeon 6 Processor รองรับได้สูงสุด 144 คอร์ พร้อม CPU TDP สูงสุด 350 วัตต์ ระบบสามารถทำงานได้ในอุณหภูมิ -40 ถึง 55 องศาเซลเซียส ความชื้นสูงสุด 95% และทนต่อแรงสั่นสะเทือน สารปนเปื้อน และสัญญาณรบกวนแม่เหล็กไฟฟ้า (EMI) ได้ นอกจากนี้รุ่น EL240 Gen12 ยังรองรับ NVIDIA RTX PRO 4500 หรือ RTX PRO 6000 Blackwell Server Edition GPU พร้อม NVIDIA AI Enterprise สำหรับงานที่ต้องการความปลอดภัยระดับสูง
อีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการปรับปรุงคือ HPE ProLiant DL145 Gen11 ซึ่งปรับมาใช้ AMD EPYC 8005 Series Processor (Codename “Sorano”) รองรับสูงสุด 84 คอร์ที่ประหยัดพลังงาน มาในขนาด 2U ที่ทำงานเงียบ เหมาะกับงานค้าปลีกและโรงงาน และรองรับอุณหภูมิสูงสุด 55 องศาเซลเซียส โดยเซิร์ฟเวอร์รุ่นนี้ผ่านการทดสอบเป็นเซิร์ฟเวอร์ edge AI inferencing เฉพาะทางตัวเดียวบน MLPerf Inference v6.0 ด้วย NVIDIA RTX PRO 4500 Blackwell Server Edition GPU นอกจากนี้ยังมีรุ่น Premier Solution for Azure Local สำหรับองค์กรที่ต้องการ deploy Azure Services ไปยัง edge site รองรับ Azure Local Disconnected Operations
ในด้านมาตรฐานความทนทาน กลุ่มผลิตภัณฑ์ edge ของ HPE ผ่านมาตรฐาน MIL-STD-810H (ทดสอบความทนทานต่ออุณหภูมิสุดขั้ว แรงสั่นสะเทือน และแรงกระแทก), MIL-STD-461G (ป้องกันสัญญาณรบกวนแม่เหล็กไฟฟ้า) และ NEBS Level 3 สำหรับอุปกรณ์โทรคมนาคมที่ต้องการ uptime ระดับ 99.999% โดย HPE มี Environmental Ruggedization Option Kit ให้เลือกใช้กับทุก platform ส่วนด้านความพร้อมจำหน่าย HPE ProLiant DL145 Gen11 รุ่นปรับปรุงพร้อม Ruggedization Kit วางจำหน่ายแล้ววันนี้ ส่วน EL2000 chassis และเซิร์ฟเวอร์ Gen12 จะพร้อมจำหน่ายในช่วงปลายปี 2026 และ DL145 Gen11 Premier Solution for Azure Local จะพร้อมในเดือนพฤษภาคม 2026
TechTalkThai ศูนย์รวมข่าว Enterprise IT ออนไลน์แห่งแรกในประเทศไทย






