ทุกวันนี้ตลาดมือถือแข่งขันกันด้วยการพัฒนาความสามารถของ AI ให้มีความฉลาดมากยิ่งขึ้น วันนี้เราจะขอหยิบยกคำทำนายจาก Gartner ซึ่งได้ออกมาทำนายถึงความสามารถของมือถือที่เสริมพลังด้วย AI ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นภายในปี 2022 ที่จะถึงนี้

Gartner คาดว่าภายในปี 2022 อุปกรณ์มือถือ 80% จะมีความสามารถของ AI นาย CK LU ประธานฝ่ายวิจัยกล่าวว่า “AI ในอนาคตจะสามารถทำให้มือถือ เรียนรู้และแก้ไขปัญหาของผู้ใช้ได้และมันยังช่วยให้ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องเรียนรู้อะไรมากมาย อย่างไรก็ดีตอนนี้ยังเป็นเพียงยุคเริ่มต้นเท่านั้น” คำทำนาย 10 ประการมีดังนี้
- AI รู้ใจผู้ใช้มือถืออย่างมาก
ด้วยความสามารถของ AI มือถือจะสามารถจดจำและทำนายการเคลื่อนไหวของผู้ใช้ได้ เช่น รู้ว่าผู้ใช้เป็นใคร อยากได้อะไร เมื่อไหร่ที่ต้องการ หรืออยากให้สิ่งนั้นสำเร็จอย่างไร รวมถึงปฏิบัติงานตามคำสั่งของผู้ใช้ยกตัวอย่างเช่น มันอาจจะช่วยเปิดหุงข้าว 20 นาทีก่อนคุณกลับบ้านได้
2. พิสูจน์ตัวตนอย่างชาญฉลาด
การผสมผสานระหว่าง Machine Learning, Biomectrics และพฤติกรรมของผู้ใช้จะทำให้เกิดการพัฒนากระบวนการพิสูจน์ตัวตน เช่น มือถือสามารถเรียนรู้พฤติกรรมของผู้ใช้ได้ว่ามีรูปแบบ การเดิน น้ำหนักการกดโทรศัพท์ การเลื่อนแป้นพิมพ์มือถือหรือจังหวะการพิมพ์ และใช้รูปแบบเหล่านี้แทนการใช้รหัสผ่าน
3. มือถือสามารถจดจำอารมณ์ได้
ด้วยเทคโนโลยีของ Affective computing หรือการรับรู้สถานะอารมณ์ของผู้ใช้ผ่านทางเซนเซอร์ เช่น ไมโครโฟน กล้อง หรืออื่นๆ สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้มือถือสามารถตรวจจับ วิเคราะห์ ประมวลผล และตอบสนองกับภาวะอารมณ์ของผู้ใช้ได้
4. มือถือเข้าใจภาษาของมนุษย์
ด้วยการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องและ Deep Learning บนมือถือจะทำให้จดจำคำพูดได้แม่นยำมากขึ้นและเข้าใจความต้องการอย่างเฉพาะเจาะจงได้ เช่น พูดว่าอากาศหนาวอาจจะหมายถึงสั่งแจ็กเก็ตออนไลน์ให้ฉันทีหรือเปิดเครื่องทำความร้อนให้ และมันอาจจะเป็นตัวแปลภาษาต่างๆ ได้เพื่อช่วยเหลือคุณยามเดินทางไปต่างประเทศที่มีภาษาแตกต่างกัน
5. เทคโนโลยีการผสานภาพจริงและเสมือน (AR) และ AI Vision
iOS 11 ได้มีฟีเจอร์ ARKit ที่ให้นักพัฒนาสามารถเพิ่ม AR ไปยังแอปพลิเคชันง่ายขึ้น ซึ่งทาง Google เองก็มี ARCore สำหรับนักพัฒนา AR เช่นกันโดยวางแผนจะเปิด AR บนอุปกรณ์กว่า 100 ล้านชิ้นภายในปีหน้า ตัวอย่างนึงที่นำ AR ไปใช้บนแอปพลิเคชันให้เกิดประโยชน์คือการเก็บข้อมูลผู้ใช้และตรวจหาโรคมะเร็งผิวหนังหรือมะเร็งตับอ่อนได้
6. บริหารจัดการอุปกรณ์ได้ง่ายขึ้น
Machine Learning จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของอุปกรณ์โดยการใช้ข้อมูลจากหลายเซนเซอร์เพื่อเข้าใจพฤติกรรมของผู้ใช้ เช่น เมื่อไหร่ที่จะใช้แอปพลิเคชันนี้และบ่อยแค่ไหน โดยมันอาจจะเก็บแอปพลิเคชันใช้บ่อยทำงานไว้เบื้องหลังแต่ปิดแอปพลิเคชันที่ไม่ค่อยใช้ทิ้งเพื่อประหยัดพลังงาน
7. มีการทำโปรไฟล์ผู้ใช้งาน
มือถือสามารถเก็บข้อมูลพฤติกรรมผู้ใช้และนำไปจัดทำโปรไฟล์ได้ โดยผู้ใช้แต่ละรายจะได้รับการปกป้องและช่วยเหลือตามโปรไฟล์ของตนขึ้นกับกิจกรรมที่กำลังทำอยู่และสภาพแวดล้อมที่อยู่ขณะนั้น นอกจากนี้บริษัทประกันสามารถใส่ใจผู้ใช้มากกว่าทรัพย์สิน เช่น สามารถปรับประกันรถยนต์ให้เหมาะสมกับพฤติกรรมได้
8. ตรวจจับเนื้อหาที่ปรากฏจากการใช้งาน
สามารถตรวจจับเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมได้อัตโนมัติโดยความสามารถของซอฟต์แวร์จดจำที่สามารถตรวจจับเนื้อหาที่ละเมิดกฎหมายหรือผิดนโนบายบริษัทได้ เช่น แจ้งเตือนฝ่าย IT หากมีการถ่ายรูปข้อมูลที่เป็นความลับของบริษัทโดยใช้โทรศัพท์ที่ออฟฟิศแจกให้
9. ปรับแต่งภาพถ่ายส่วนตัว
มือถือสามารถที่จะสร้างภาพถ่ายส่วนบุคคลตามนิยามความสวยของแต่ละบุคคลได้ เช่น คนจีนหรือคนไทย มีรสนิยมความสวยไม่เหมือนกัน
10. วิเคราะห์เสียง
มือถือสามารถรับเสียงในโลกความเป็นจริงได้ตลอดเวลาซึ่งสามารถนำเสียงที่ได้ยินไปวิเคราะห์และดำเนินการต่อได้ เช่น ได้ยินเสียงผู้ใช้นอนกรนมันจะสั่งสายรัดข้อมือผู้ใช้กระตุ้นให้ผู้ใช้เปลี่ยนท่านอน
TechTalkThai ศูนย์รวมข่าว Enterprise IT ออนไลน์แห่งแรกในประเทศไทย






