Facebook เตรียมลงทุน 32,640 ล้านบาท เปิด Data Center แห่งแรกในสิงคโปร์

Facebook ได้ออกมาเผยถึงแผนการสร้าง Data Center ในภูมิภาคเอเชียด้วยการลงทุนเป็นมูลค่า 1,020 ล้านเหรียญหรือราวๆ 32,640 ล้านบาท เพื่อเปิด Data Center และดูแลเองภายในประเทศสิงคโปร์

 

Credit: Facebook

 

Data Center แห่งนี้จะถูกสร้างขึ้นที่เขต Jurong East โดยมีแนวคิดในการออกแบบที่จะใช้พื้นที่, พลังงาน และน้ำให้น้อยที่สุด รวมถึงจะมีการใช้พลังงานหมุนเวียนทั้งหมดแบบ 100% อีกทั้งยังจะเป็น Data Center แห่งแรกที่จะใช้เทคโนโลยี Statepoint Liquid Cooling ซึ่ง Facebook ระบุว่าจะสามารถช่วยลดปริมาณการใช้น้ำลงไปได้สูงสุดถึง 20% อีกด้วย

แทนที่จะสร้าง Data Center เป็นแนวกว้าง Facebook นั้นเลือกที่จะสร้าง Data Center แห่งนี้เป็นแนวตั้งแทนเพื่อประหยัดพื้นที่ และใช้กำแพงเป็นตัวช่วยในการระบายความร้อนอีกทางหนึ่งไปในตัว

Thomas Furlong ผู้ดำรงตำแหน่ง Vice President of Infrastructure Data Center แห่ง Facebook ได้ออกมาระบุว่า Data Center แห่งนี้จะก่อสร้างแล้วเสร็จและเริ่มใช้งานได้ภายในปี 2022 โดยความพร้อมทั้งทางด้านโครงสร้างพื้นฐาน, เครือข่าย Fiber, บุคลากร และเหล่า Partner ในภูมิภาคนี้เป็นจุดที่ทำให้ Facebook ตัดสินใจลงทุนในครั้งนี้

 

ที่มา: https://www.techinasia.com/facebook-1b-sg-data-center

About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

Bitdefender MDR: ผสมผสาน ‘ บุคลากร, กระบวนการ และ เทคโนโลยี’ เพื่อปกป้องระบบธุรกิจสำคัญตลอด 24/7

การโจมตีไซเบอร์ในปัจจุบันมักเกิดขึ้นนอกเวลาทำการ อาจเป็นกลางดึกหรือวันหยุด ซึ่งเป็นช่วงที่ทีมไอทีส่วนใหญ่ไม่ได้เฝ้าระวัง ปัญหาจึงไม่ได้อยู่ที่คุณภาพของเทคโนโลยีป้องกันภัย แต่อยู่ที่ว่ามี บุคลากรคอยตรวจสอบและตอบสนองต่อสัญญาณเตือนตลอดเวลาหรือไม่ Bitdefender Managed Detection and Response (MDR) จึงถูกออกแบบมาเพื่อเติมเต็มช่องว่างนี้ ด้วยการรวมทีมผู้เชี่ยวชาญที่เฝ้าระวังตลอด 24 …

ปรับกลยุทธ์ Enterprise Infrastructure ที่ Symphony Communication มองว่า Public Cloud อาจไม่ใช่คำตอบเดียวเสมอไป

องค์กรส่วนใหญ่ที่ตัดสินใจย้ายระบบขึ้น Public Cloud หวังผลด้านความรวดเร็วและความยืดหยุ่น แต่เมื่อเวลาผ่านไปกลับพบปัญหาต้นทุนที่พุ่งสูงขึ้น ควบคู่กับความซับซ้อนในการบริหารจัดการ และความเสี่ยงด้าน Ransomware ที่รุนแรงขึ้น จนทิศทางการขึ้น Public Cloud อาจไม่ใช่คำตอบสุดท้ายในการบริหารจัดการองค์กรในยุคนี้ ภายในงาน Enterprise …