สิงคโปร์เตรียมเพิ่มพื้นที่จราจรด้วยระบบติดตาม GPS หวังรองรับรถยนต์เพิ่มอีก 20,000 คัน

สำนักงานการขนส่งทางบกของสิงคโปร์ (LTA) ประกาศว่า การใช้ระบบติดตามรถยนต์ด้วย GPS จะช่วยเพิ่มพื้นที่การจราจรให้รองรับรถได้เพิ่มอีก 20,000 คันในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า โดยจะมาพร้อมกับระบบคิดค่าผ่านทางแบบใหม่

การเปลี่ยนแปลงจากระบบ Electric Road Pricing (ERP) 1.0 ไปสู่ ERP 2.0 เป็นการปรับปรุงครั้งสำคัญในการจัดการจราจรของสิงคโปร์ โดย ERP 1.0 เดิมใช้ระบบด่านเก็บค่าผ่านทางอัตโนมัติที่เรียกว่า gantry เพื่อเรียกเก็บค่าธรรมเนียมผ่านอุปกรณ์ในตัวรถจากผู้ขับขี่เมื่อตัวรถเคลื่อนผ่านจุดที่กำหนดในช่วงเวลาที่กำหนด ในขณะที่ ERP 2.0 จะใช้เทคโนโลยี GPS เพื่อติดตามตำแหน่งรถยนต์ตลอดเวลาที่เคลื่อนไหว ทำให้ได้รับข้อมูลการจราจรที่ครบถ้วนมากขึ้นและไม่จำเป็นต้องมีด่านผ่านทางตามจุดต่าง ๆ อีกต่อไป โดย LTA ระบุว่าระบบใหม่นี้จะช่วยให้สามารถจัดการปัญหารถติดได้อย่างยืดหยุ่นและทันท่วงทีมากขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นต่อการจัดการเส้นทางการจราจรในเมืองที่มีความหนาแน่นสูงอย่างสิงคโปร์

นอกจากนี้ นโยบายการเป็นเจ้าของรถยนต์ที่เข้มงวดของสิงคโปร์ยังมีบทบาทสำคัญในการควบคุมการจราจร ผู้ต้องการมีรถยนต์ต้องได้รับใบอนุญาตการครอบครองหรือ Certificate of Entitlement (COE) ที่มีจำนวนจำกัดและอายุเพียง 10 ปี ผ่านการประมูลที่แข่งขันสูง ส่งผลให้ใบอนุญาตดังกล่าวมีราคาสูงขึ้นถึง S$100,000 (กว่า 2.5 ล้านบาท) ในทุก ๆ 10 ปี โดยยังไม่รวมถึงราคาของตัวรถเอง ค่าใช้จ่ายที่สูงมากนี้ถูกออกแบบมาเพื่อยับยั้งการครอบครองรถยนต์จำนวนมากและช่วยควบคุมความแออัดของถนนและลดมลพิษอีกด้วย

สิงคโปร์คาดว่า ด้วย ERP 2.0 การเก็บค่าผ่านทางตามระยะทางจริงแทนเฉพาะจุดผ่านทางควบคู่ไปกับการขยายระบบขนส่งมวลชน รวมถึงแนวโน้มการทำงานจากบ้านและออฟฟิศที่ยืดหยุ่นขึ้น จะช่วยให้ระบบการจราจรสามารถรองรับรถยนต์ได้เพิ่มอีก 20,000 คัน โดยในขณะนี้รัฐบาลได้เริ่มดำเนินแผนที่จะเพิ่มจำนวน COE ภายในเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้าซึ่งคาดว่าจะทำให้ราคาลดลงอีกด้วย

ที่มา: https://www.theregister.com/2024/11/03/asia_in_brief_nov_4/

About นักเขียนฝึกหัดหมายเลขเก้า

Check Also

ขอเชิญร่วมงาน SDC DAY 2026: Ambitiously Continue

เมื่อ AI กำลังเปลี่ยนวิธีดำเนินธุรกิจของทุกองค์กร ความท้าทายจึงไม่ได้อยู่ที่การเริ่มใช้ AI แต่อยู่ที่การมี IT Infrastructure ที่พร้อมทั้งด้านประสิทธิภาพ การกำกับดูแล ความมั่นคงปลอดภัย และความต่อเนื่องของธุรกิจ

ทำเนียบขาวเชิญกลุ่มบริษัท AI ร่วมรีวิวเฟรมเวิร์กความปลอดภัย AI ใหม่

มีรายงานว่าหน่วยงานด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ประจำทำเนียบขาวได้สรุปโครงร่างของกรอบการทำงานฉบับใหม่ที่เตรียมจะประกาศใช้ ซึ่งจะเปิดโอกาสให้บริษัทผู้พัฒนาปัญญาประดิษฐ์สามารถส่งมอบโมเดลระดับแนวหน้าล่าสุดของตนให้แก่รัฐบาลเพื่อดำเนินการทดสอบได้โดยสมัครใจ ก่อนที่จะมีการเผยแพร่โมเดลดังกล่าวให้แก่ลูกค้าหรือสาธารณชนทั่วไป