สรุปงานสัมมนา Digitalcom Solution Day 2021 กับอนาคตของระบบกล้องวงจรปิดและบทบาทใหม่ของ AI ในภาคธุรกิจองค์กร

ในวันที่ 7 กันยายน 2021 ที่ผ่านมา ทาง Digitalcom ได้ร่วมมือกับพันธมิตรหลากหลายราย จัดงานสัมมนาออนไลน์ Digitalcom Solution Day 2021 ที่สรุปถึงแนวโน้มล่าสุดในระบบกล้องวงจรปิดสำหรับภาคธุรกิจองค์กร และแนวทางการประยุกต์ใช้งาน AI เพื่อสร้างคุณค่าใหม่ๆ จากข้อมูลวิดีโอที่เกิดขึ้นจากกล้องวงจรปิด เพื่อให้ภาคธุรกิจได้นำไปปรับใช้งานได้จริง

ทีมงาน TechTalkThai มีโอกาสได้เข้าร่วมงานสัมมนาออนไลน์ในครั้งนี้ และขอสรุปประเด็นที่น่าสนใจใน Session ต่างๆ เอาไว้ดังนี้ครับ

Digitalcom – Possible with Video Technology

หนึ่งในธีมหลักที่กำลังกลายเป็นประเด็นสำคัญทั่วโลกนั้นก็คือ AI และในมุมของ Digitalcom นั้น แหล่งข้อมูลขนาดใหญ่แหล่งหนึ่งที่ทุกธุรกิจสามารถสร้างขึ้นมาและนำไปใช้งานได้อย่างง่ายดายนั้นก็คือข้อมูลวิดีโอซึ่งประกอบไปด้วยภาพและเสียงนั่นเอง

ที่ผ่านมาข้อมูลจากวิดีโออย่างเช่นกล้องวงจรปิดนั้น มักถูกนำมาใช้เพื่อการตรวจสอบในกรณีที่เกิดปัญหา ทำให้จริงๆ แล้วยังมีข้อมูลวิดีโออีกปริมาณมหาศาลที่ถูกบันทึกเอาไว้แต่ไม่ได้ถูกนำมาใช้งาน แต่ Digitalcom มองว่าหลังจากนี้ AI จะกลายเป็นแรงผลักดันสำคัญที่จะทำให้ข้อมูลวิดีโอส่วนที่ไม่เคยถูกหยิบขึ้นมาตรวจสอบหรือใช้งานนี้ ถูกนำมาใช้สร้างคุณค่าใหม่ๆ ให้กับธุรกิจมากมาย โดยเทคโนโลยีที่จะถูกใช้ในการพัฒนา AI นั้นก็จะไม่ได้มีเพียงแค่ Machine Learning เท่านั้น แต่จะต้องก้าวไปสู่ภาพของการใช้ Deep Learning ที่มีความแม่นยำสูงกว่า และอาศัยพลังประมวลผลมหาศาล

สำหรับในประเทศไทย Digitalcom นั้นได้สรุปจากประสบการณ์ในการทำโครงการด้านวิดีโอหลากหลายทั่วไทยว่าประเด็นที่จะเป็นวาระสำคัญต่อธุรกิจองค์กรทั้งในภาครัฐและเอกชนในการสร้างคุณค่าจากข้อมูลวิดีโอให้ได้อย่างเต็มศักยภาพในอนาคตนั้น มีดังต่อไปนี้

  • การบูรณาการระบบกล้องวงจรปิด
  • การรวมศูนย์ข้อมูลและการใช้ข้อมูลให้มีประสิทธิภาพ
  • การพัฒนาระบบและการต่อยอดระบบ
  • การนำข้อมูลรายละเอียดจากวิดีโอออกมาใช้งาน
  • การปรับปรุงเสถียรภาพและความน่าเชื่อถือของระบบ
  • การดูแลรักษาระบบและการสนับสนุนทางด้านเทคนิค

ด้วยแนวโน้มเหล่านี้ ระบบของกล้องวงจรปิดในอนาคตจึงจะไม่ได้เป็นเพียงแค่โซลูชันอีกต่อไป แต่จะต้องก้าวไปสู่การเป็น Platform ที่มีการ Integrate หรือ Customize เทคโนโลยีหลากหลายที่ตอบโจทย์ซึ่งแตกต่างกันออกไปในแต่ละธุรกิจให้ได้ และสร้างคุณค่าจากข้อมูลวิดีโอที่เกิดขึ้นให้กับธุรกิจให้ได้อย่างสูงสุด และนี่เองที่กลายเป็นหมุดหมายใหม่ในการดำเนินธุรกิจของ Digitalcom หลังจากนี้

ทั้งนี้ Digitalcom เองก็พร้อมที่จะเข้าไปช่วย Transform ทุกการใช้งานระบบกล้องวงจรปิดให้กับการดำเนินงานของภาครัฐและธุรกิจในอุตสาหกรรมต่างๆ ของประเทศไทย ด้วยนวัตกรรมหลากหลายรูปแบบ เช่น

  • ธนาคารและสถาบันการเงิน ทำการบูรณาการรระบบกล้องวงจรปิดทั้งแบบเก่าและแบบใหม่ให้สามารถติดตามและตรวจสอบข้อมูลวิดีโอร่วมกัน เพื่อให้ติดตามเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้จากทุกที่ทุกเวลา โดยนำ AI มาใช้เพื่อเสริมความแม่นยำในการตรวจสอบเหตุการณ์ด้านความปลอดภัย และนำมาใช้ต่อยอดด้านการตลาดหรือการให้บริการลูกค้าในแต่ละสาขาได้อย่างทันท่วงที
  • คมนาคมขนส่ง ตรวจสอบ ติดตาม และบริหารจัดการรถบรรทุกในพื้นที่คลังสินค้า, ท่าเรือ หรือจุดจอดได้อย่างแม่นยำ ด้วยการผสานข้อมูลของยานพาหนะแต่ละคันเข้ากับคำสั่งซื้อ และติดตามสถานะการเข้าออกหรือขนถ่ายสินค้าได้จากการใช้ AI วิเคราะห์ภาพในกล้องวงจรปิด
  • การจัดการจราจร ใช้ AI ตรวจสอบสภาพการจราจรในเส้นทางต่างๆ และตรวจจับพร้อมจำแนกการทำผิดกฎจราจรได้โดยอัตโนมัติ พร้อมทำการบริหารจัดการสัญญาณไฟจราจรเพื่อให้การคมนาคมเป็นไปได้อย่างลื่นไหล
  • ท่าเรือ ใช้ AI ตรวจสอบและระบุตัวตนผู้ที่สัญจรทางเรือ เพื่อช่วยเหลือนักท่องเที่ยวที่อาจประสบอุบัติเหตุไม่คาดฝันและรับมือกับเหตุการณ์ต่างๆ ได้อย่างทันท่วงที
  • ปั๊มน้ำมัน ใช้การตรวจสอบเลขป้ายทะเบียนเพื่อทำ CRM ได้อย่างแม่นยำ รวมถึงตรวจสอบประสิทธิภาพในการดำเนินการในส่วนต่างๆ เช่น ระยะเวลาที่ใช้ในการเติมน้ำมัน, การตรวจสอบพฤติกรรมการใช้บริการส่วนอื่นๆ ภายในปั๊ม และสร้าง Heat Map ของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในแต่ละพื้นที่ได้อย่างแม่นยำ
  • โครงการ Smart City สามารถรวบรวมข้อมูล, สร้างข้อมูลสถิติเพื่อนำเสนอ, ตรวจจับเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นและรับมือได้อย่างทันท่วงที, พัฒนาระบบ Automation สำหรับตอบสนองต่อเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นภายในพื้นที่ และอื่นๆ อีกมากมาย
  • ธุรกิจและหน่วยงานทั่วไป สามารถใช้กล้องวงจรปิดร่วมกับ AI ในการตรวจสอบและบังคับใช้นโยบายป้องกัน COVID-19 ภายในอาคารได้โดยอัตโนมัติ หรือบริการจัดการลานจอดรถและการเข้าถึงพื้นที่ส่วนต่างๆ ของธุรกิจโดยยานพาหนะได้แบบอัตโนมัติ

Digitalcom มีความพร้อมที่จะนำนวัตกรรมใหม่ล่าสุดทางด้านระบบกล้องวงจรปิดและ AI เข้าไปช่วยเติมเต็มความต้องการในการทำงานแบบอัตโนมัติให้กับหน่วยงานภาครัฐและธุรกิจองค์กรทั่วไทย ดังนั้นหากหน่วยงานใดที่สนใจ ก็สามารถติดต่อทีมงาน Digitalcom ได้ทันที

Milestone – Building the Video Management Solution Your Business Needs Today and Tomorrow

แนวโน้มใหม่ที่กำลังเกิดขึ้นทั่วโลกอย่างรวดเร็วนั้นก็คือการใช้ AI เพื่อวิเคราะห์และตรวจสอบเหตุการณ์ต่างๆ ที่กำลังเกิดขึ้นจากข้อมูลของวิดีโอ ซึ่งแนวโน้มนี้จะส่งผลกับธุรกิจในทุกอุตสาหกรรม โดยมีเป้าหมายหลักๆ ดังนี้

  • การเสริมความปลอดภัยและการบริหารจัดการความเสี่ยงให้ดียิ่งขึ้น ด้วยการวิเคราะห์ข้อมูลวิดีโอและทำความเข้าใจในเหตุการณ์ต่างๆ ที่ เกิดขึ้น เพื่อให้สามารถรับมือกับเหตุอันตรายหรือเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันได้อย่างทันท่วงที
  • การเพิ่มประสิทธิภาพและความคุ้มค่าให้กับส่วนต่างๆ ของธุรกิจ ด้วยการนำข้อมูลที่วิเคราะห์จากวิดีโอนี้ไปใช้เป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการการทำงานของธุรกิจให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เช่น การประยุกต์ใช้ในเชิงการตลาด หรือการรวบรวมข้อมูลในวิธีการใหม่ๆ ที่ไม่เคยทำได้มาก่อน เป็นต้น
  • การสร้างความคล่องตัวและการรองรับการเติบโตของธุรกิจ ด้วยการนำข้อมูลที่ตรวจสอบได้จากวิดีโอนี้ไปใช้เป็นส่วนหนึ่งในการทำ Automation ทำให้ไม่ต้องจ้างพนักงานในการทำงานบางประเภทอีกต่อไป แต่ให้ระบบอัตโนมัติเหล่านี้จัดการทำงานรูปแบบนี้ให้แทน

ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกนี้ ตลาดของระบบกล้องวงจรปิดถือว่ายังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง และยังเป็นตลาดที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็วที่สุดเมื่อเทียบกับภูมิภาคอื่นๆ ทำให้เทคโนโลยีอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างเช่นระบบ Storage หรือ Network นั้นเติบโตตามไปด้วย

กรณีหนึ่งที่น่าสนใจนั้นก็คือการใช้วิดีโอและ AI ควบคู่กัน เพื่อมาเติมเต็มหรือทดแทนหน้าที่บางส่วนของ Sensor ที่เคยถูกใช้ในการตรวจจับเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับคน สัตว์ หรือสิ่งของ เนื่องจาก Sensor นั้นมีความเฉพาะทางในการใช้งานค่อนข้างสูง และมีประเด็นด้านการติดตั้งใช้งานที่ยากลำบาก ในขณะที่การใช้วิดีโอควบคู่กับ AI นั้นจะมีความยืดหยุ่นที่สูงกว่า และเกิดความคุ้มค่าในการลงทุนได้ง่ายกว่า

สำหรับ Milestone Systems เองนั้นก็เป็นผู้นำทางด้านระบบ Video Management Solutions (VMS) มาอย่างยาวนานที่ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 1998 และมีลูกค้าอยู่มากกว่า 150 ประเทศทั่วโลก ติดตั้งไปแล้วมากกว่า 500,000 ระบบ โดยมีโซลูชันหลักที่มานำเสนอในงานครั้งนี้ได้แก่

  • Milestone XProtect โซลูชันระบบ VMS สำหรับธุรกิจองค์กรในทุกขนาด เพื่อบริหารจัดการระบบกล้องวงจรปิดได้อย่างง่ายดาย
  • Husky ระบบ Network Video Recorder สำหรับบันทึกภาพจากกล้องวงจรปิดและนำไปตรวจสอบย้อนหลังหรือนำไปวิเคราะห์ด้วย AI

จุดเด่นของโซลูชันจาก Milestone นั้นคือความยืดหยุ่นที่สามารถทำงานร่วมกับเทคโนโลยีจากผู้ผลิตรายอื่นๆ ได้อย่างหลากหลาย รองรับกล้องวงจรปิดได้มากกว่า 8,500 รุ่น และมีความมั่นคงปลอดภัยสูง มีการเข้ารหัสข้อมูลและปกป้องข้อมูลในระบบเป็นอย่างดี

Axis Communications

Axis เป็นผู้ผลิตระบบกล้องวงจรปิดและ Physical Security ชั้นนำระดับโลกที่มีพนักงานมากกว่า 3,800 คนทำงานอยู่ในมากกว่า 50 ประเทศทั่วโลก โดยเป็นผู้พัฒนาเทคโนโลยี IP Camera เป็นรายแรก อีกทั้งยังมีโรงงานผลิตอุปกรณ์ในประเทศไทยเพื่อส่งออกไปยังภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกโดยเฉพาะด้วย

สำหรับเทคโนโลยีหลักที่ Axis ได้เร่งพัฒนาในระยะหลังนี้ ก็ได้แก่ CPU สำหรับประมวลผลภายในกล้องวงจรปิดที่รองรับการทำงานของ AI ได้ในตัว และการเสริมปัจจัยด้าน Cybersecurity เข้าไปในโซลูชัน เพื่อให้สอดคล้องกับเทรนด์ที่กำลังเกิดขึ้นทั่วโลก ซึ่งทาง Axis ได้จำแนกแนวโน้มหลักๆ สำหรับการรักษาความปลอดภัยออกเป็น 6 ประเด็น ได้แก่

  • Trust การเลือกใช้ระบบรักษาความปลอดภัยนั้นจะต้องมีความน่าเชื่อถือ ใช้งานได้จริง
  • The World Goes Horizontal การมาของ 5G จะทำให้เกิดการใช้งาน Cloud มากยิ่งขึ้นในระบบด้านการรักษาความปลอดภัย
  • Cybersecurity ระบบรักษาความปลอดภัยจะต้องมี Cybersecurity ในตัวที่ดีขึ้น จากการที่กล้องวงจรปิดตกเป็นเป้าของการโจมตีมาอย่างต่อเนื่อง
  • Artificial Intelligence การนำ AI มาใช้จะมีกรณีการใช้งานที่หลากหลาย และสร้างคุณค่าใหม่ๆ ให้กับธุรกิจได้มากขึ้น
  • Low- and No-Contact Technologies สถานการณ์โรคระบาดในปัจจุบันจะทำให้การสัมผัสในการทำ Access Control และทำสิ่งอื่นๆ ลดลงไปเรื่อยๆ
  • Sustainability เทคโนโลยีจะต้องถูกพัฒนาควบคู่ไปกับความยั่งยืนของโลกในเชิงของสิ่งแวดล้อม

โซลูชันหนึ่งที่จะช่วยให้ธุรกิจเริ่มต้นใช้ Axis ได้ง่ายก็คือ Axis Camera Station ที่จะครอบคลุมทั้งระบบกล้องวงจรปิด, การเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ควบคุมต่างๆ, การสื่อสารผ่านทางเสียง และการวิเคราะห์ข้อมูลภาพและเสียงที่เกิดขึ้นด้วย AI

สำหรับเทคโนโลยีเด่นๆ ของโซลูชันจาก Axis จะมีดังต่อไปนี้

  • Live View ซึ่งจะมีการแจ้งเตือนเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้ ทำให้การตรวจสอบและติดตามเหตุการณ์ต่างๆ โดยเจ้าหน้าที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
  • Investigation มีระบบ Smart Search สามารถค้นหาช่วงเวลาที่เกิดเหตุการณ์ต่างๆ ได้ง่ายดายยิ่งขึ้น จากการที่ระบบใช้ AI ทำความเข้าใจวิดีโอ
  • Export มีการทำ Video Redaction ลดความละเอียดของภาพลงในระดับที่ผู้ตรวจสอบหรือผู้วิเคราะห์ข้อมูลยังพอเข้าใจในสถานการณ์ที่เกิดขึ้น แต่บุคคลที่อยู่ในวิดีโอนั้นไม่สูญเสียความเป็นส่วนตัวไป เพื่อให้สอดคล้องกับข้อกฎหมายอย่างเช่น PDPA หรือ GDPR
  • AI เปิดให้มีการนำ AI มาใช้วิเคราะห์ข้อมูลบนกล้องวงจรปิดได้โดยตรง โดยองค์กรต่างๆ สามารถพัฒนา AI มาใช้งานเองบนกล้องได้
  • Object Analytics เป็น AI แบบหนึ่งที่มาพร้อมตัวกล้องให้ใช้งานได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
  • Live Privacy Shield สามารถกำหนดสิทธิ์ให้ผู้ดูแลกล้องวงจรปิดสามารเห็นภาพได้แตกต่างกัน เพื่อรักษาความเป็นส่วนตัวของบุคคลในกล้อง ให้เฉพาะผู้ที่มีสิทธิ์ระดับสูงสามารถเห็นภาพทั้งหมดได้ แต่บางคนก็จะไม่สามารถเห็นภาพบางส่วนในกล้องได้ เช่น อาจจะเบลอเฉพาะส่วนที่เป็นความลับหรือต้องการรักษาความเป็นส่วนตัวในขณะที่ตรวจสอบ แต่สำหรับภาพที่บันทึกนั้นยังคงบันทึกครบถ้วนทุกส่วน
  • LPR Camera สำหรับเพิ่มความแม่นยำให้กับ AI
  • Temperature Detection Camera กล้องบันทึกอุณหภูมิเพื่อใช้ในกรณีเฉพาะทาง
  • Network Audio สำหรับระบบรักษาความปลอดภัยแบบเชิงรุก แจ้งเตือนบุคลากรในพื้นที่ถึงเหตุต่างๆ ได้อย่างทันท่วงทีโดยอัตโนมัติ โดยในเวลาปกติก็สามารถใช้ในการประกาศข้อมูลต่างๆ หรือเปิดเพลงสร้างบรรยากาศก็ได้
  • Access Control ระบบควบคุมการเข้าออกพื้นที่ที่สามารถทำงานร่วมกับโซลูชันทั้งหมดของ Axis ได้อย่างครบถ้วน สามารถตรวจสอบข้อมูล ID ของผู้มาเยี่ยมได้, สามารถควบคุมการเปิดปิดประตูโดยอัตโนมัติได้ และสามารถสื่อสารกับผู้มาเยือนผ่าน Intercom ได้

Agent Vi

โซลูชันของ Agent Vi นี้คือระบบ AI สำหรับทำ Video Analytics ที่มีความชาญฉลาด สามารถเรียนรู้ในการทำ Object Classification ให้มีความแม่นยำมากยิ่งขึ้นด้วยตัวเองได้อย่างต่อเนื่อง โดยระบบจะแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่

  • iNNOVi Core เป็นระบบบริหารจัดการกลางบน Cloud
  • iNNOVi Edge ระบบวิเคราะห์ข้อมูลที่ Edge

ระบบทั้งสองส่วนจะทำงานร่วมกันและมีความสามารถดังต่อไปนี้

Real-Time Detection ตรวจสอบเหตุการณ์ต่างๆ แบบทันท่วงทีในแบบ Rule-based
Anomaly Detection ตรวจสอบเหตุการณ์ผิดปกติและแจ้งเตือน
Video Investigation มีระบบวิเคราะห์วิดีโอเพื่อให้สามารถค้นหาเหตุการณ์ต่างๆ ได้โดยง่าย
Business Intelligence ทำการวิเคราะห์ข้อมูลเหตุการณ์ต่างๆ และนำเสนอในรูปแบบของ Dashboard เพื่อใช้ในเชิงธุรกิจ

ข้อดีของโซลูชันจาก Agent Vi นี้ก็คือการใช้ Cloud เข้ามาช่วยเพื่อให้การเริ่มต้นใช้งานระบบเป็นไปได้อย่างง่ายดาย และรองรับการเพิ่มขยายได้ตามต้องการนั่นเอง

Hitachi Vantara

ในงานสัมมนาครั้งนี้ Hitachi Vantara ได้นำเสนอโซลูชันหลักๆ 4 ส่วนได้แก่

1. 3D ToF LiDAR

เซ็นเซอร์ในการตรวจจับการเคลื่อนไหวในแบบ 3 มิติมาประยุกต์ใช้ในในเชิงธุรกิจด้วยการนำมาใช้ตรวจจับการเคลื่อนที่ของพนักงานหรือการเคลื่อนย้ายสิ่งของต่างๆ ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ที่ต้องการได้ เช่น การตรวจจับในคลังสินค้าว่าพนักงานกำลังทำอะไรอยู่ที่ไหนบ้าง, การตรวจสอบที่พื้นที่ Access Control เพื่อให้มั่นใจว่าการยืนยัน ID หนึ่งๆ จะไม่มีผู้อื่นที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปยังพื้นที่ หรือการตรวจสอบด้านความปลอดภัยในรูปแบบอื่นๆ

2. Hitachi Visualization Suite (HVS)

โซลูชันสำหรับการแสดงผลข้อมูล ทั้งข้อมูลจากกล้องวงจรปิดและ Sensor ต่างๆ ร่วมกัน เพื่อให้ผู้ใช้งานเข้าใจในเหตุการณ์และรับทราบถึงข้อมูลแวดล้อมที่กำลังเกิดขึ้นในแต่ละพื้นที่ได้โดยง่าย

3. Pentaho

สำหรับกรณีที่ธุรกิจต้องการนำข้อมูลมาใช้ในการวิเคราะห์ชั้นสูง, รวบรวมข้อมูลจากหลายแหล่งมาวิเคราะห์ร่วมกัน หรือทำ Machine Learning กับข้อมูลที่มีอยู่นั้น ก็สามารถใช้ Pentaho ในการจัดการส่วนนี้ได้ โดยระบบรองรับตั้งแต่การทำ Data Preparation, Data Analytics และ Data Visualization ในตัว

4. Storage Platform

สำหรับการจัดเก็บข้อมูลวิดีโอหรือข้อมูลจาก Sensor นั้น Hitachi มีโซลูชันที่หลากหลาย ทั้ง Storage ความเร็วสูงเพื่อให้รองรับการบันทึกข้อมูลปริมาณมหาศาลในแบบ Real-time หรือ Object Storage สำหรับเก็บข้อมูล Archive ย้อนหลังซึ่งสามารถนำมาใช้งานได้ง่ายก็ได้เช่นกัน รวมถึงยังสามารถทำ Cloud Tiering บันทึกข้อมูลบางส่วนบน Cloud เพื่อให้เกิดความคุ้มค่าในการบันทึกข้อมูลสูงสุด

Infortrend

Infortrend เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านระบบ Storage ที่มีเทคโนโลยีในการบริหารจัดการ Drive ที่ครบวงจร ทำให้ประสบการณ์ในการเพิ่มหรือลดพื้นที่ในการจัดเก็บข้อมูลหรือแก้ไขปัญหาต่างๆ สามารถทำได้โดยง่าย โดยมีผลิตภัณฑ์ด้วยกันหลายตระกูล ดังนี้

  • GS/GSc ระบบ Unified Storage สำหรับองค์กรที่รองรับทั้ง SAN และ NAS
  • GSa ระบบ Unified Storage ในแบบ All Flash
  • GSe (Pro) ระบบ Unified Storage สำหรับธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง
  • DS ระบบ SAN สำหรับธุรกิจองค์กร
  • GSi ระบบ AI Storage ที่มี NVIDIA GPU ในตัวสำหรับการประมวลผลด้าน AI โดยตรง
  • EonServ ระบบ Storage Server ที่เปิดให้มีการติดตั้ง Software สำหรับใช้งานได้อย่างอิสระ
  • CS ระบบ Scale-Out NAS สำหรับงาน High Performance Computing (HPC)

สำหรับงานด้านกล้องวงจรปิดนั้น Infortrend จะนำเสนอ EonServ เป็นหลัก เพื่อลดค่าใช้จ่ายให้กับองค์กรจากเดิมที่เคยต้องซื้อ Server และ Storage มาใช้งานร่วมกัน เหลือเพียงแค่การซื้อ Storage Server เพียงชุดเดียวก็สามารถตอบโจทย์ได้ในราคาที่คุ้มค่ายิ่งกว่า โดยยังมีรุ่น EonServ for AI ที่สามารถประมวลผล AI ได้ในตัว ทำให้สามารถรองรับระบบ Video Analytics ในปัจจุบันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Seagate – Empowering Videos Storage with Seagate Hard Drive

Seagate ระบุว่าปัจจุบันโลกของเรากำลังก้าวเข้าสู่ยุค Rise of the Edge ที่ระบบทุกอย่างกำลังกลายเป็นแบบ Distributed หรือกระจายตัวทั้งหมด เพื่อรองรับผู้ใช้งานจำนวนมหาศาลอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน โดยทาง IDC นั้นคาดว่าในปี 2025 นั้นจะมีปริมาณของข้อมูลจะมากถึง 163 Zetabytes เลยทีเดียว

และถึงแม้ว่าปัจจุบัน SSD จะได้รับความนิยมสูง แต่การจัดเก็บข้อมูลบน HDD ก็จะยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลราวๆ 59% ของทั้งโลกนั้นจะยังคงถูกจัดเก็บอยู่บน HDD ต่อไป

สำหรับโซลูชันที่ Seagate นำมาเสนอในงานนี้ก็คือ Seagate Iron Wolf สำหรับจัดเก็บข้อมูลภายใน NAS Storage โดยเฉพาะ ซึ่งก็จะมีรุ่นธรรมดา, รุ่น Pro และรุ่น SSD ให้เลือกใช้งานได้ตามความเหมาะสม สามารถใช้งานได้ทั้งใน Storage แบบ HDD ล้วน, Hybrid Storage ที่ใช้ HDD ร่วมกับ SSD และ All Flash Array ที่ใช้ SSD เพียงอย่างเดียว

ส่วนสำหรับการใช้งานในระบบกล้องวงจรปิดนั้น ก็จะมีรุ่น SkyHawk ที่รองรับการเขียนข้อมูลได้อย่างต่อเนื่องเพื่อบันทึกข้อมูลวิดีโอจากกล้องวงจรปิดตลอด 24×7 โดยมีสัดส่วน Write/Read ที่ 90/10 และ SkyHawk AI ที่รองรับการทำ Video Analytics ได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยจากสัดส่วน Write/Read ที่ 50/50

ในการใช้งานระดับธุรกิจองค์กร Seagate นัันนำเสนอรุ่น Exos E-Class และ X-Class ซึ่งเป็น Enterprise HDD และ Nytro ซึ่งเป็น Enterprise SSD

Intel

ในมุมของ Intel นั้นก็จะมี 3 เทคโนโลยีหลักที่เกี่ยวข้องกับงานทางด้านกล้องวงจรปิด ได้แก่

1. Computer Vision

ตลาดนี้เติบโตในทุกอุตสาหกรรม การใช้คอมพิวเตอร์ทำงานอัตโนมัติต่างๆ แทนผู้คนเพื่อลดการสัมผัสนั้นทำให้เกิดการใช้งานอย่างแพร่หลาย ในขณะที่ความแม่นยำของ AI ในการทำ Computer Vision ก็แม่นยำมากจนสามารถใช้งานได้อย่างวางใจ

2. การหลอมรวมกันของโลก Physical และ Digital

โลกของ IT และ OT กำลังหลอมรวมกันอย่างรวดเร็ว และผู้ที่อยู่ในวงการกล้องวงจรปิดก็ถือเป็นโอกาสทองเพราะเดิมทีก็เป็นผู้ที่อยู่กึ่งกลางระหว่างสองวงการนี้อยู่แล้ว ซึ่งการเสริมนวัตกรรมใหม่ๆ เข้าไปในระบบกล้องวงจรปิดนี้ก็จะสามารถตอบโจทย์ทางธุรกิจในอุตสาหกรรมต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในขณะที่ Use Case ของวงการนี้ก็มีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามการพัฒนาของเทคโนโลยี ทำให้มีโอกาสใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้อย่างไม่รู้จบ

3. การทำงานร่วมกันของอุปกรณ์หลายชิ้นในการประมวลผล

เดิมทีอุปกรณ์แต่ละชุดนั้นมักจะมีการประมวลผลที่แยกขาดจากกัน ทำให้ยากต่อการเพิ่มขยายเมื่อธุรกิจเติบโต แต่ในปัจจุบันด้วยสถาปัตยกรรมใหม่ๆ ในการประมวลผลและการออกแบบระบบนั้นทำให้เกิดการเพิ่มขยายระบบได้หลากหลายวิธีการมากขึ้น ดังนั้นการออกแบบการประมวลผลที่ Edge จึงควรต้องเลือกแนวทางให้เหมาะสม เพื่อให้รองรับต่อทั้งปัจจุบันและอนาคต

Intel นั้นมีการออกแบบหน่วยประมวลผลที่แตกต่างหลากหลายรูปแบบเพื่อให้รองรับต่อ Workload ที่แตกต่างกันนี้ได้อย่างเหมาะสม ทั้งการประมวลผล AI ที่เน้นประสิทธิภาพ การประมวลผลในอุปกรณ์ IoT ที่เน้นพลังงาน หรือแม้แต่อุปกรณ์ประมวลผลเฉพาะทางสำหรับการทำ Computer Vision ก็ตาม

BriefCam

BriefCam เป็นผู้พัฒนา Video Synopsis จากการทำ Deep Learning เพื่อทำความเข้าใจเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในวิดีโอ เพื่อให้ผู้ใช้งานประหยัดเวลาในการค้นหาเหตุการณ์ข้อมูลของสิ่งที่เกิดขึ้นในวิดีโอนั้นๆ ได้เป็นอย่างมาก

การวิเคราะห์ข้อมูลของ BriefCam นี้จะเกิดสิ่งที่เรียกว่า Rich Metadata ขึ้นมาเพื่ออธิบายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในแต่ละช่วงเวลาของวิดีโอได้อย่างแม่นยำ ซึ่งข้อมูลตรงนี้เองที่จะถูกนำไปใช้ในการ Search, ใช้ในการแจ้งเตือนเมื่อตรวจพบเหตุการณ์ตามเงื่อนไข หรือแม้แต่การนำไปใช้ออกรายงานเชิงสถิติก็ตาม

การใช้ BriefCam จะช่วยสร้างผลลัพธ์ที่น่าสนใจแก่ธุรกิจได้ดังนี้

การทำคลิปสรุปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างสั้นๆ เช่น สามารถลดคลิปเต็มความยาว 30 นาที เหลือคลิปเพียงไม่กี่วินาทีที่สรุปว่ามีใครเดินผ่านถนนเส้นหนึ่งๆ บ้าง
การสรุปหลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาหนึ่งๆ เพื่อไม่ให้ผู้ตรวจสอบข้อมูลวิดีโอตกหล่นเหตุการณ์สำคัญใดซึ่งอาจซ่อนอยู่ ณ มุมหนึ่งของกล้อง
การระบุ Object หลายชนิดที่ถูกตรวจพบในแต่ละช่วงเวลาของวิดีโอได้อย่างครบถ้วน

BriefCam นั้นมีการพัฒนา AI Model ของตนเองอยู่เสมอ ทำให้ทุกๆ ครั้งที่มีการอัปเดตระบบ ระบบจะมีความชาญฉลาดสามารถตรวจสอบข้อมูลได้หลากหลายขึ้นหรือแม่นยำมากขึ้นอยู่ตลอด ในขณะที่ระบบนั้นสามารถออกแบบในแบบ Distributed กระจายตัวกันตามพื้นที่ต่างๆ ได้ และ AI บางส่วนยังสามารถนำไปใช้บนกล้องวงจรปิดได้โดยตรง รวมถึงยังรวบรวมข้อมูลมาแสดงผลรร่วมกันได้อีกด้วย

สุดท้าย จุดเด่นของ BriefCam นั้นคือการทำงานร่วมกับโซลูชันได้หลากหลาย ทำให้องค์กรต่างๆ สามารถประยุกต์เริ่มต้นใช้งาน BriefCam ได้ทันที ไม่ว่าเดิมทีจะใช้งานเทคโนโลยีระบบกล้องวงจรปิดจากใครก็ตาม

สนใจโซลูชันระบบกล้องวงจรปิดและ AI ติดต่อทีมงาน Digitalcom ได้ทันที

สำหรับผู้ที่สนใจโซลูชันใดๆ ด้านระบบกล้องวงจรปิดหรือ AI สำหรับประมวลผลวิดีโอจากกล้องวงจรปิด สามารถติดต่อทีมงาน Digitalcom ได้ทันทีที่ Email: info@digitalcom.co.th Tel: +66-2-641-5879 ext. 201, 235


About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

CISA ออกเตือนให้เร่งแพตช์ช่องโหว่บน Oracle Fusion Middleware

ช่องโหว่ที่ CISA แจ้งเตือนนี้ไม่ใช่ช่องโหว่ใหม่แต่อย่างใด โดยมีแพตช์ออกมาตั้งแต่เมื่อเดือนมกราคม 2022 แล้ว ซึ่งด้วยความอันตรายและดึงดูดต่อการใช้งานทำให้ล่าสุด CISA ได้เพิ่มช่องโหว่นี้ในฐานข้อมูลของตนพร้อมเตือนผู้ใช้งานทุกราย

Fortinet เผยสถิติในประเทศไทย Log4j เป็นปัญหามากที่สุดในปี 2022 คาดการณ์ปี 2023 ภัยทางไซเบอร์ยังคงเพิ่มจำนวนและรุนแรงขึ้น

เมื่อวานนี้ทีมงานจาก Fortinet Thailand ได้จัดแถลงข่าวเผยข้อมูลที่รวบรวมมาจาก FortiGuard Labs หน่วยงาน Threat Intelligence ที่รวบรวมข้อมูลและมอนิเตอร์ภัยต่างๆจากลูกค้าและภัยคุกคามทั่วโลก ซึ่งมีสถิติเกี่ยวกับประเทศไทยในปีที่ผ่านและเทรนด์ของภัยคุกคามภาพรวมของโลกปีหน้าดังนี้