ADPT

4 เทคโนโลยีน่ารู้สำหรับออกแบบระบบเครือข่ายสำหรับกล้องวงจรปิดและ IoT ด้วย Allied Telesis จาก Digitalcom

โดยทั่วไปแล้วระบบเครือข่ายสำหรับกล้องวงจรปิดและอุปกรณ์ Internet of Things (IoT) นั้นมักถูกออกแบบให้แยกขาดจากระบบเครือข่ายสำหรับผู้ใช้งานภายในองค์กร เพื่อให้ง่ายต่อการดูแลรักษาและการบริหารจัดการ ดังนั้นการเลือกใช้ระบบเครือข่ายที่มีเทคโนโลยีสำหรับตอบโจทย์งานเฉพาะทางกลุ่มนี้ก็ถือเป็นทางเลือกที่จะทำให้ธุรกิจองค์กรสามารถลงทุนในระบบเครือข่ายได้อย่างคุ้มค่าสูงสุด

บทความนี้เราจะพาทุกท่านไปรู้จักกับ 4 เทคโนโลยีที่น่าสนใจสำหรับการออกแบบระบบเครือข่ายเพื่อรองรับกล้องวงจรปิดและอุปกรณ์ IoT โดยเฉพาะที่ไม่เหมือนใครจาก Allied Telesis ผู้ซึ่งมีประสบการณ์ในตลาดดังกล่าวมามากกว่า 10 ปี ให้กับทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อเป็นอีกทางเลือกหนึ่งให้กับธุรกิจองค์กรในการลงทุนวางระบบเครือข่ายอย่างยั่งยืน

  1. PoE Passthrough ลดความซับซ้อนในการเดินสาย เชื่อมต่อเครือข่ายพร้อมจ่ายกระแสไฟฟ้าไปถึงทุกจุดที่ต้องการ

ในการออกแบบระบบกล้องวงจรปิดหรือระบบบ IoT นั้น บางอุปกรณ์อาจจะต้องถูกติดตั้งในตำแหน่งที่ห่างไกลออกไปจากพื้นที่ใช้สอยปกติ ทำให้ต้องมีการเดินระบบไฟและระบบสายสัญญาณเพิ่มเติม ซึ่งในบางครั้งพื้นที่ดังกล่าว มีข้อจำกัด สำหรับการเดินระบบไฟไปยังตำแหน่งที่ต้องการได้ จำเป็นต้องใช้วิธีการอื่น ๆ ทดแทน

Allied Telesis เข้าใจในปัญหาที่เกิดขึ้นดังกล่าวเป็นอย่างดี จึงทำการนำเทคโนโลยี PoE Passthrough มาใช้ในอุปกรณ์ PoE Switch สำหรับรุ่นที่รองรับนั้นจะมีความสามารถในการส่งผ่านกระแสไฟฟ้าไปยังอุปกรณ์ปลายทางได้สูงสุดถึง 90 วัตต์ต่อหนึ่งช่องเชื่อมต่อ ซึ่งเพียงพอกับจ่ายไฟให้ Switch PoE อีกตัว สำหรับทำงานและจ่ายไฟออกบนพอร์ต PoE ของ Switch ตัวปลายได้ เป็นการตอบโจทย์ทั้งในเรื่องของการเดินสายสัญญาณและระบบไฟไปพร้อมๆ กันในตัว ช่วยให้การออกแบบระบบเครือข่ายนั้นมีความง่ายดายยิ่งขึ้น อีกทั้งยังสามารถตรวจสอบและบริหารจัดการการจ่ายกระแสไฟฟ้าไปยังอุปกรณ์ต่างๆ ที่ต่อเชื่อมสายสัญญาณได้อีกด้วย

2. Continuous PoE จ่ายไฟผ่าน PoE ได้อย่างต่อเนื่อง แม้จะทำการ Reboot อุปกรณ์ Switch อยู่ก็ตาม

สำหรับธุรกิจองค์กรที่ต้องการวางระบบกล้องวงจรปิดหรืออุปกรณ์ IoT ที่มีความต้องการให้มี Downtime ต่ำที่สุด โดยทั่วไปแล้วมักจะต้องเผชิญกับปัญหาสำคัญบางอย่างในการใช้งานอาทิเช่นการอัปเดต Firmware ของ PoE Switch ที่จำเป็นต้องมีการ Reboot อุปกรณ์ใหม่ทุกครั้ง เพื่อให้อุปกรณ์ดังกล่าวมีความสามารถบนพื้นฐานของ Firmware ใหม่ที่มีการอัปเดตได้ ซึ่งทำให้อุปกรณ์ปลายทางที่รับพลังงานจาก PoE Switch เหล่านี้ต้องหยุดการทำงานไปชั่วขณะ

ด้วยเหตุนี้ Allied Telesis จึงได้ทำการพัฒนาเทคโนโลยี Continuous PoE ขึ้นมา เพื่อให้อุปกรณ์ PoE Switch สามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าได้อย่างต่อเนื่องไม่มีขาดตอน ถึงแม้ว่าตัวอุปกรณ์ IoTเองจำเป็นต้องทำการ Reboot หลังจากทำการอัปเดต Firmware เสร็จสิ้นแล้ว ซึ่งเป็นผลทำให้อุปกรณ์ต่างๆ ที่มาเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ PoE Switch นั้นสามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่อง

3. Active Fiber Monitoring (AFM) ตรวจสอบการทำงานของสาย Fiber Optic แบบ Online เพื่อที่จะแก้ไขปัญหาอย่างทันท่วงที

โดยทั่วไปแล้วการออกแบบระบบกล้องวงจรปิดหรืออุปกรณ์ IoT ไปยังพื้นที่ห่างไกลตัวอาคารนั้น มักจะต้องมีการเดินสายไฟเบอร์ออฟติก สำหรับเชื่อมต่อเครือข่ายระยะไกลไปยังอุปกรณ์ Switch หรือกล้องวงจรปิด/อุปกรณ์ IoT โดยตรง

ปัญหาที่พบได้บ่อยคือสายไฟเบอร์และจุดเชื่อมต่อต่าง ๆ ที่อยู่ระหว่างเส้นทางที่ใช้ในการรับส่งข้อมูลอาจจะมีคุณภาพลดลง เป็นเหตุให้การส่งข้อมูลเกิดความผิดพลาดและต้องมีการส่งข้อมูลซ้ำ ๆ กันไปมา ซึ่งการตรวจสอบคุณภาพของสายไฟเบอร์จากปัญหาที่กล่าวมานั้นสามารถกระทำได้ยาก เนื่องจากระยะทางของตัวสายเองและการระบุจุดเชื่อมต่อต่าง ๆ ที่ทำให้การแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นจากความผิดพลาดของสายไฟเบอร์ดังกล่าวไม่สามารถกระทำได้โดยง่าย

Allied Telesis จึงได้นำเสนอเทคโนโลยี Active Fiber Monitoring หรือ AFM ที่อยู่ภายใน Module พิเศษเฉพาะของ Allied Telesis ซึ่งสามารถทำการวิเคราะห์ค่าการสูญหายของสัญญาณ หรือที่เรียกว่าค่า Loss ที่เกิดขึ้น จากการรับส่งข้อมูลผ่านสายไฟเบอร์ออฟติก และทำการแจ้งเตือนแก่ผู้ดูแลระบบเครือข่ายในทันที่ที่เกิดการ Loss แบบผิดปกติซึ่งมีแนวโน้มที่คุณภาพของสายสัญญาณจะลดลง ทำให้สามารถแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้อย่างทันท่วงที

4. Autonomous Management Framework (AMF) บริหารจัดการระบบเครือข่ายจากศูนย์กลาง ด้วยแนวทางที่ง่ายดาย

เนื่องจากระบบเครือข่ายสำหรับกล้องวงจรปิดและอุปกรณ์ IoT นั้นมักถูกออกแบบแยกขาดจากระบบเครือข่ายสำหรับผู้ใช้งานภายในองค์กร การดูแลรักษาระบบเครือข่ายในส่วนนี้ให้ดีจึงควรมีความง่ายดาย ไม่ซับซ้อน เพื่อให้สามารถเพิ่ม ลด หรือย้ายการติดตั้งอุปกรณ์ในระบบได้อย่างรวดเร็ว และรวมถึงแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้อย่างสะดวก

Allied Telesis จึงได้นำแนวคิดของเทคโนโลยี Software Defined Network หรือ SDN มาใช้งาน โดยการนำอุปกรณ์ Switch จำนวนหลายๆ ชุดในเครือข่ายมาทำงานร่วมกันเป็น Virtual Switch เพียงชุดเดียว ซึ่งการทำงานร่วมกันดังกล่าวนั้นสามารถบริหารจัดการตั้งค่าการทำงานได้ทั้งหมดจากหน้าจอ เดียวจากจุดศูนย์กลาง ทำให้การจัดการระบบเครือข่ายเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเทคโนโลยี SDN ที่กล่าวมานั้นทาง Allied Telesis ได้ตั้งชื่อเทคโนโลยีนี้ว่า Autonomous Management Framework หรือ AMF

สำหรับเทคโนโลยี AMF นี้เองยังมีความสามารถเพิ่มเติมที่หลากหลาย ประกอบไปด้วยการทำ Auto Backup เพื่อที่จะสำรองการตั้งค่าอุปกรณ์แต่ละชุดเอาไว้ได้ตามวันเวลาที่ต้องการ การทำ Auto-Recovery และการทำ Auto-Provisioning เพื่อที่จะให้ผู้ดูแลระบบเครือข่ายสามารถนำอุปกรณ์ชุดใหม่เข้าไปติดตั้งทดแทนอุปกรณ์ที่เสียหายได้อย่างทันท่วงทีหรือเข้าไปติดตั้งอุปกรณ์ใหม่ ณ จุดติดตั้งใหม่ที่กำหนดไว้ได้อย่างรวดเร็ว และ การทำ Auto-Upgrade เพื่อที่จะให้ผู้ดูแลระบบเครือข่ายสามารถทำการปรับปรุงเวอร์ชั่นของซอร์ฟแวร์ที่ถูกใช้งานอยู่ในอุปกรณ์เครือข่ายของ Allied Telesis ได้โดยอัตโนมัติ

จะเห็นได้ว่าเทคโนโลยีทั้ง 4 อย่างนี้ นั้นสามารถตอบโจทย์การใช้งานจริงได้เป็นอย่างดี และนี่เองก็เป็นสาเหตุที่ธุรกิจองค์กรจำนวนมากในไทยเลือกใช้ Allied Telesis ในการวางระบบเครือข่ายสำหรับกล้องวงจรปิดและระบบ IoT รวมไปถึงโซลูชั่นอย่าง Smart Building, Smart City หรืออื่นๆ เนื่องจากความง่ายตั้งแต่การออกแบบ, การติดตั้งใช้งาน และการดูแลรักษาในระยะยาว รวมไปถึงภาพรวมของโซลูชันที่มีความคุ้มค่าสูง เพราะสามารถเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะสมมาใช้งานได้ รวมถึง AMF ที่ยังสามารถใช้งานได้ฟรีในเครือข่ายขนาดที่ไม่ใหญ่มากและยังสามารถทำการอัปเกรด License เพิ่มเติมเพื่อรองรับระบบเครือข่ายขนาดใหญ่ได้ในภายหลังอีกด้วย

PoE Switch 4 ตระกูลจาก Allied Telesis ตอบโจทย์ได้ทุกการวางระบบเครือข่ายสำหรับกล้องวงจรปิดและ IoT

สำหรับอุปกรณ์ PoE Switch เพื่อรองรับงานด้านนี้โดยเฉพาะจาก Allied Telesis นั้น ก็ยังมีการแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มผลิตภัณฑ์หลักๆ เพื่อความเหมาะสม แต่ละธุรกิจองค์กร ดังนี้

1.) Fully Managed PoE Switch รองรับการบริหารจัดการเชิงลึกได้ เหมาะสำหรับระบบเครือข่ายที่มีความซับซ้อนสูงและต้องการตั้งค่าการทำงานโดยละเอียด ได้แก่รุ่น x930, x530 และ x320 Series. อีกทั้งรุ่น x320 ออกแบบมาเพื่อรองรับการทำงานของ PoE Passthrough อย่างเป็นพิเศษ

2.) WebSmart PoE Switch สำหรับธุรกิจองค์กรขนาดกลางถึงขนาดเล็ก ที่ต้องการใช้ Switch เพียงตัวเดียวสำหรับกล้องวงจรปิด, อุปกรณ์ IoT และผู้ใช้งานพร้อม ๆ กัน และต้องการบริหารจัดการเล็กน้อย ก็สามารถเลือกใช้รุ่น GS970 และ GS950 Series ตามลำดับ

3.) Unmanaged PoE Switch สำหรับระบบเครือข่ายที่ไม่ต้องการความซับซ้อน และไม่ต้องการวุ่นวายกับการตั้งค่าการทำงานอุปกรณ์เลย ก็สามารถเลือกใช้รุ่น GS950 และ GS910 Series ได้

4.) Industrial PoE Switch หากระบบเครือข่ายที่ต้องการติดตั้งในสภาพแวดล้อมที่มีความร้อนสูง, มีความชื้น หรือมีฝุ่น ก็สามารถเลือกใช้รุ่น IE340, IE200 และ IS130 Series ได้ทันที

ผู้ที่สนใจสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Allied Telesis PoE Switch ได้ที่ https://www.alliedtelesis.com/en/products/switches/poe-switches

สนใจโซลูชันระบบเครือข่ายจาก Allied Telesis ติดต่อได้ที่

บริษัท ดิจิตอลคอม จำกัด  ผู้จัดจำหน่ายและให้บริการด้าน IP security and IT infrastructure & Communications System สำหรับผู้ที่สนใจโซลูชันระบบเครือข่ายจาก Allied Telesis หรือต้องการออกแบบระบบเครือข่ายสำหรับระบบกล้องวงจรปิดและอุปกรณ์ IoT สามารถติดต่อทีมงาน Digitalcom ได้ที่ อีเมล : info@digitalcom.co.th หรือเบอร์โทร : +66 – 2641 -5879


About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

NSA และ CISA ออกคำแนะนำเรื่อง Kubernetes Security

NSA และ CISA ได้ร่วมกันออกเอกสารจำนวน 52 หน้า เพื่อให้คำแนะนำสำหรับการสร้างความมั่นคงปลอดภัยในการใช้งาน Kubernetes

Qualys จับมือ Red Hat เสริมความปลอดภัยบน CoreOS และ OpenShift

Qualys ผู้พัฒนาโซลูชัน Security และ Compliance บน Cloud ประกาศร่วมมือกับ Red Hat เสริมความปลอดภัยบน Red Hat Enterprise Linux …