ADPT

Dell EMC PowerFlex(dHCI) Solution for Modern Datacenters ตอนที่ 2

ในตอนที่แล้วเป็นเรื่องเทคโนโลยี่ของ PowerFlex ที่ช่วยในการทำ IT Transformation ขององค์กร เพื่อให้รองรับทั้งระบบงานที่ใช้งานอยู่เดิมและระบบงานสมัยใหม่ ในตอนนี้จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับการบริหารและการจัดการ Data Center เพื่อให้จัดการได้ง่ายขึ้น สะดวกขึ้น รวดเร็วขึ้น และปลอดภัยมากขึ้น

จากการศึกษากลุ่มเป้าหมายของ Forrester Research พบว่าการตัดสินใจที่จะไปใช้บริการจาก ผู้ให้บริการทางด้าน IT นั้น (Service Providers)

  • 80% คิดว่าการใช้บริการนั้น จะช่วยให้ พนักงานที่ดูแลระบบใน Data Center มีเวลามากขึ้นในการทำงานใหม่ๆเพื่อพัฒนาธุรกิจ (Innovative)
  • 72% คิดว่าการใช้บริการนั้น จะช่วยบริหารความต้องการที่สูงขึ้นในช่วงเวลาสั้นๆ ( Spikes ) ได้ดี
  • 70% คิดว่าการใช้บริการนั้น จะช่วยให้การนำเทคโนโลยี่ใหม่ๆ มาใช้ในองค์การทำได้ได้เร็วขึ้น

การจากการศึกษาข้างบน กลยุทธ์ที่บริษัทฯ จะเปลี่ยนเป็นองค์กรดิจิทัล จะต้องบริหารงบประมาณในการใช้งานโครงสร้างพื้นฐานไอที โดยใช้นวัตกรรมใหม่ๆในการพัฒนาแอพพลิเคชั่น เพื่อให้บริการกับลูกค้าในขณะเดียวกันก็ยังต้องดูแลระบบเดิมอยู่ การลงทุนด้านไอทีจึงเป็นตัวขับเคลื่อนธุรกิจไปสู่การเติบโต ความต้องการพื้นที่เก็บข้อมูลและโครงสร้างพื้นฐานเป็นต้นทุนสำคัญ เนื่องการจัดการพื้นที่จัดเก็บข้อมูลส่วนใหญ่เป็นการจัดเก็บแบบแยกส่วนกัน (Silo) และยังมีขนาดใหญ่ขึ้นในแต่ละปี องค์กรจึงจำเป็นจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ โซลูชันในการจัดเก็บข้อมูลแบบ Structure Data (Block) ที่สามารถปรับขนาดได้ตามความต้องการขององค์กร มี 2 รูปแบบคือ

1.แบบ 3 Tier Architecture ที่ประกอบด้วย 3 ส่วน ได้แก่ ส่วนประมวลผล (Server) ส่วนเชื่อมต่อ (SAN Switches) และส่วนจัดเก็บข้อมูล (storage) ซึ่งมีข้อดีในการรองรับระบบที่เป็น Virtual และ Physical ได้หลาย platform รวมทั้งยังสามารถขยายแต่ละส่วนแยกจากกันได้ตามความต้องการ แต่การขยายยังเป็นแบบ Scale-In เทคโนโลยี่คือขยายได้ภายในอุปกรณ์ที่มีเท่านั้นจึงทำให้มีข้อจำกัดในการขยาย (Bottleneck) และเมื่อมีการ EOSL (end of service life) จะต้องทำการย้ายข้อมูลจากระบบเก่าไประบบใหม่ (Migration) ตามรอบการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี

2. แบบ HCI (Hyper Converged Infrastructure) คือเทคโนโลย์ที่ตอบโจทย์เรื่องคลาวด์เทคโนโลยี่ (Cloud Platform) เกิดจากการนำเครื่องคอมพิวเตอร์คอมพิวเตอร์แม่ข่าย (Nodes) มาทำงานร่วมกันแบบคลัสเตอร์ด้วยการนำเทคโนโลยี Virtualization และ Software-Defined มาใช้เพื่อให้สามารถรองรับการทำงานแบบ Virtualization ทั้ง Virtual Machine, Virtual Storage และ Virtual Network ทำให้ง่ายต่อการบริหารจัดการ และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรเครื่องแม่ข่ายที่มีอยู่ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพในรูปแบบ Scale-Out รวมทั้งการจัดการระบบด้วย LCM (Life Cycle Management)   ที่จะช่วยให้การจัดการงานต่างๆ นั้นง่ายขึ้นเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการ deployment, upgrade และ patch ซอฟต์แวร์ตัวอื่นๆ ในระบบ แต่ก็มีข้อจำกัดของสถาปัตยกรรม ที่อาจไม่มีความหลากหลายในการใช้ Hypervisor, Bare metal etc และบางครั้งก็มีต้นทุนสูงจากการวิธีการคิดลิขสิทธิ์ของซอฟแวร์บางชนิดที่นับตาม Server CPU Cores เนื่องจากจะต้องนับจำนวน Core ทุก Core ของ Server ทั้งหมดที่อยู่ภายในระบบ Virtualization องค์กรทั่วไปจึงจำเป็นต้องมีทั้งระบบ 3-Tier และ HCI เพื่อตอบโจทย์ทางธุรกิจและการลงทุน ตามรูปด้านล่าง

PowerFlex จึงเป็นคำตอบของการปรับปรุงดาต้าเซ็นเตอร์ให้ทันสมัย (Modernize Data Center) ด้วยการรวมประโยชน์ที่ดีที่สุดจาก Architecture ทั้งสองแบบPowerFlex เป็นแพลตฟอร์มที่รวมทรัพยากรสำหรับการประมวลผลและจัดเก็บข้อมูลประสิทธิภาพสูง โดยใช้เครื่องคอมพิวเตอร์คอมพิวเตอร์แม่ข่าย (Node) ร่วมกับซอฟต์แวร์ที่ออกแบบมาเพื่อลดความซับซ้อนในการดำเนินงาน มีความยืดหยุ่น มีความเรียบง่าย และประสิทธิภาพสูง (High Performance) ซึ่งเหมาะอย่างยิ่งสำหรับแอพพลิเคชั่นหลัก (Core Applications) ระบบฐานข้อมูล (Database) และ ระบบคลาวด์ (Private Cloud) ซึ่งเป็นการรวมทรัพยากรในสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน PowerFlex รองรับสถาปัตยกรรมที่หลากหลาย มีความยืดหยุ่นและมีความคล่องตัว ยังมียังสามารถใช้งานได้กับไฮเปอร์ไวเซอร์หลายชนิด (Multi-Hypervisors) เพื่อรองรับลักษณะงานที่หลากหลายอีกด้วย

รูปแบบในการใช้งานของ PowerFlex

แบบที่ 1 แบบแยกเซิร์ฟเวอร์และที่เก็บข้อมูลออกจากกัน (Disaggregated/ two-layer server & storage)

  • โครงสร้างคล้ายกับ SAN Storage แบบเดิม
  • เซิร์ฟเวอร์ชุดหนึ่งทำหน้าที่ในการประมวลผล และมีอีกชุดที่ทำหน้าที่ในการจัดเก็บข้อมูล
  • รองรับองค์กรที่ต้องการแยกความรับผิดชอบ ระหว่างทีมที่ดูแลระบบจัดเก็บข้อมูลและแอพพลิเคชั่น

แบบที่ 2  Hyper Converged Infrastructure ( HCI / Single Layer)

  • เซิร์ฟเวอร์ชุดเดียวทำหน้าที่ทั้งการประมวลผลแอพพลิเคชั่นและจัดเก็บข้อมูล
  • แนวทางที่ทันสมัยในการจัดการศูนย์ข้อมูลไอที
  • ให้ความยืดหยุ่นสูงสุดและง่ายต่อการบริหาร

แบบที่ 3 แบบผสมทั้ง 2 Layer และ HCI ทำงานร่วมกัน (MIX Architecture)

  • สามารถปรับตามการใช้ของแผนกและความต้องการขององค์กร
  • ช่วยให้แผนกต่างๆสามารถเลือกรูปแบบที่สอดคล้องกับแอพพลิเคชั่นของตนได้ดีที่สุด

PowerFlex นำเสนอบริการจัดเก็บข้อมูล ที่มีประสิทธิภาพสูง (High-Performance) ขยายได้มาก (Scalable) และยืดหยุ่น (Resilient) ช่วยให้ลูกค้าสามารถใช้งานได้ทั้งแบบแยกส่วน (Disaggregated) แบบ Bare metal หรือแบบหลายไฮเปอร์ไวเซอร์ (Multi-Hypervisors)  ปลดล็อกประสิทธิภาพที่ยอดเยี่ยมด้วยความสามารถในการปรับเพิ่มขนาดความจุ ประสิทธิภาพ IOPs และ Throughput แปรผันตามจำนวนเครื่องที่เพิ่มเข้าไปในระบบ (Linear) ได้มากกว่า 1,000 โหนด (Nodes) และมีเสถียรภาพสูงสุดในระดับ Six-Nine (99.9999%) โดย PowerFlex Software จะทำงานร่วมกับเซิร์ฟเวอร์ x86 ตามขั้นตอนด้านล่าง

ขั้นตอนที่ 1 : PowerFlex ซอฟแวร์จะทำการดึง (Abstracts) หน่วยเก็บข้อมูลทั้งหมด ซึ่งมีอยู่ภายในเซิร์ฟเวอร์แต่ละเครื่องออกมา

ขั้นตอนที่ 2 : PowerFlex ซอฟแวร์จะทำการรวบรวม (Pool) ทรัพยากรทั้งหมดเข้าด้วยกัน เช่นในตัวอย่างนี้มีเซิร์ฟเวอร์ (Nodes) จำนวน 10 เครื่อง แต่ละเครื่องจะมี 100K IOPS และ 10 เทราไบต์(TB) PowerFlex จะทำการรวบรวมทรัพยากรณ์ทั้งประสิทธิภาพและความจุ (Capacity) เป็น 1 ล้าน IOPS และ 100 เทราไบต์(TB) ซึ่งจะทำให้ทรัพยากรเหล่านี้ใช้งานได้ทั้งคลัสเตอร์ แอพพลิเคชั่นจึงไม่ถูกจำกัดทรัพยการให้อยู่ภายในเซิร์ฟเวอร์เครื่องเดียวอีกต่อไป

ขั้นตอนที่ 3 : PowerFlex ซอฟแวร์จะทำการจัดสรร (Allocate) และทำการปรับสมดุล (Balance) ทรัพยากรโดยอัตโนมัติตามความต้องการของแอปพลิเคชันแต่ละตัว และสามารถเพิ่มพื้นที่เก็บข้อมูล (Storage) และหน่วยประมวลผล (compute) ได้ทันทีโดยที่ต้องหยุดการทำงานหรือส่งผลกระทบต่อแอพพลิเคชั่น ซึ่งการเพิ่มนั้นจะเพิ่มแยกตามความต้องการ (dHCI) หรือจะเพิ่มแบบทั้ง 2 ส่วน (HCI) ก็ได้ ทำให้เป็นการรวมทรัพยากรทั้งหมดและจัดการอย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่าที่สุด

ตัวอย่าง จากลูกค้าที่ใช้งานจริง โดยมี Storage nodes (SDS) อยู่ 13 nodes สามารถให้ IOPs มากว่า 3 ล้าน IOPS และมี response time 0.38 มิลลิวินาที (ms)

หลังจากทำการรวมระบบงานเข้าด้วยกัน (consolidation) โดยแยกจัดการทรัพยากรณ์อย่างเหมาะสมและเพียงพอ ตามที่แอปพลิเคชั่นต้องการแล้ว การจัดการดูแลระบบก็เป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งที่จะต้องพิจารณา ตั้งแต่การติดตั้ง (Implement) การจัดการ (manage) การดูแลหลังการขาย (Service ) เป็นต้น ซึ่งถ้าเป็นการซื้อแต่ละส่วนมาประกอบมาติดตั้งเอง (BUILD) จะต้องมีการตรวจสอบเรื่องความเข้ากันได้ (Compatibility) และการดูแลก็ต้องมีระบบที่แยกกันไป (Isolated) ไม่ว่าจะเป็นการปรับปรุงระบบ (upgrade) หรือการปัญหา (Troubleshooting) ก็ต้องติดต่อแต่ละสินค้าแยกกันไป ซึ่งจะกลายเป็นงานที่ใช้เวลาส่วนใหญ่ ในหน่วยงาน IT จนไม่มีเวลาพอที่จะไปดูเรื่องนวัตกรรมใหม่ (innovation) อย่างที่ Forrester ได้ศึกษามา

PowerFlex ได้นำเสนอ BUY SOLUTION ที่รองรับสถาปัตยกรรมแบบแยกเซิร์ฟเวอร์และที่เก็บข้อมูล (2-layers), HCI(Single Layer ) และ แบบใช้งานแบบผสม (MIXED) โดยมี 2 รูปแบบ

1.) แบบ PowerFlex Appliance: จะถูกตรวจสอบ (validated) และติดตั้ง (Pre-configured) มาจากโรงงาน

i. สามารถรองรับการขยายขนาดได้ใหญ่มาก (Massive scalability potential)

ii. สามารถติดตั้งและใช้งานได้ง่าย (Simplified deployment and management)

iii. สามารถเลือกติดตั้งเน็ตเวิร์คได้ตามความต้องการ (Flexible networking options)

ซึ่งการออกแบบจะคล้ายกับ Dell EMC VxRail ที่เป็น Dell EMC Appliance โดยเฉพาะสำหรับ Vmware Solution

2.) แบบ PowerFlex Integrated Rack : จะเป็นการออกแบบและติดตั้งทั้ง rack มาจากโรงงาน (rack-scale engineered system) โดยมาพร้อมกับเน็ตเวิร์ค (integrated networking) ที่สามารถขยายประสิทธิภาพได้ตามจำนวนเครื่องที่เพิ่มเข้าไประบบ (linear scalability) สำหรับองค์กรขนาดใหญ่ที่มีความต้องการในระดับเอ็นเตอร์ไพร้ส โดย PowerFlex rack จะถูกออกแบบ (Engineered)  และผลิต(Manufactured) สำเร็จรูปโดยผู้เชี่ยวชาญมาจากโรงงาน ส่วนการจัดการ (Managed) การบริการ(Supported) และการดูแล (Sustained) ก็มีระบบควบคุมที่สามารถดูแลทุกส่วนแบบครบวงจร (as one system for single end-to-end lifecycle support) โดยระบบจะติดต่อมาที่บริษัทเดลล์ที่เดียวเท่านั้น ซึ่งง่ายในการติดตามผลการดูแลและแก้ปัญหา

  • มีระบบเน็ตเวิร์คที่ออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อให้มีประสิทธิภาพสูงและเพิ่มขยายได้ง่าย (Fully integrated rack-scale fabric)
  • มีระบบบริหารจัดการแบบครบวงจร (Complete lifecycle management and orchestration)
  • มีการติดตั้งโดยทีมงานมืออาชีพ (White glove deployment experience)

ทั้ง PowerFlex rack และ PowerFlex Appliance จะถูกบริหารจัดการด้วย Powerflex Manager ที่ทำการบริหารระบบแบบครบวงจร LCM (Lifecycle Management)

ประโยชน์ของ BUY solution จาก PowerFlex integrated rack

  • ถูกออกแบบทั้งระบบมาจากโรงงานและบริหารจัดการจากระบบเดียวและบริษัทเดียว
  • รองรับสถาปัตยกรรมที่หลากหลาย
  • ข้ามขีดจำกัดโดยสามารถขยาย computer/storage แบบแยกส่วนได้ตามความต้องการ
  • บริหารจัดการระบบจากที่เดียวและครบวงจร (LCM)

การบริการแบบ ProDeploy Plus

เป็นการติดตั้ง ระบบด้วยผู้เชี่ยวชาญโดยตรงจากบริษัท เดลเทคโนโลยี่ ซึ่งจะทำการติดตั้งฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ทั้งระบบ รวมถึงควบคุมบริหารโครงการที่ศูนย์คอมพิวเตอร์ของลูกค้า (Onsite)

การบริการแบบ Residency

เป็นการบริการโดยมีผู้เชี่ยวชาญเข้าไปทำงานที่ศูนย์คอมพิวเตอร์ของลูกค้าเพื่อทำการตรวจสอบ ปรับปรุงค่าต่างๆในระบบ (configuration) รวมถึงการปฏิบัติงานทั่วไปเพื่อให้มีความเหมาะสมและลงตัวที่สุด (optimize) โดยจะมีการถ่ายทอดความรู้ให้กับพนักงานดูแลระบบของลูกค้า ให้มีความชำนาญในการดูแลระบบอย่างมีประสิทธิภาพและคล่องตัวต่อไป

การอนุญาติให้ลูกค้าเก็บหน่วยเก็บข้อมูลไว้ได้

เป็นบริการที่อนุญาติให้ลูกค้ายังคงเป็นเจ้าของและสามารถเก็บ หน่วยเก็บข้อมูล ( hard drives) และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง ที่เก็บข้อมูลที่มีความสำคัญและอ่อนไหว เพื่อให้เป็นไปตามกฏหมายและเป็นการรักษาความลับของข้อมูล

การบริการขยายทรัพยากรและปรับปรุงระบบ (Expansion and Upgrade Services)

เป็นการบริการเพื่อให้ระบบงานทำงานอย่างเหมาะสม (optimal) และสามารถขยายระบบได้อย่างมั่นใจ ด้วยการวิธีการที่ได้พิสูจน์และทดสอบมาแล้วทั้งในเรื่องการปรับปรุงซอฟต์แวร์และการเพิ่มขยายฮาร์ดแวร์

การบริการดูแลหลังการขาย (ProSupport and ProSupport Plus)

การบริการหลังการขายแบบ ProSupport ไม่ได้เป็นเพียงการช่วยเหลือหน่วยงานที่ดูแลระบบธรรมดาเท่านั้น แต่บริการนี้จะช่วยให้ลูกค้าสามารถตอบคำถามด้านเทคนิคและแก้ปัญหาได้อย่างรวดเร็ว ส่วนการบริการแบบ ProSupport Plus จะมีส่วนเพิ่มเติมคือมีการมอบหมายให้เจ้าหน้าที่โดยเฉพาะที่มีหน้าที่คอยดูแลและเป็นคนจัดการติดต่อแก้ปัญหาทั้งระบบรวมทั้งระบบงานอื่นๆที่เกี่ยวข้องด้วย (3rd party)

การบริการถ่ายโอนข้อมูล (Intelligent Data Mobility)

เป็นบริการที่ช่วยให้หน่วยงานมีเวลามากขึ้นในการดูแลเรื่องธุรกิจ ในขณะที่ทาง บริษัทเดลเทคโนโลยี จะเป็นผู้ทำการย้ายข้อมูลด้วยวิธีการมาตรฐาน (standardize methodology) ที่ได้รับการทดสอบแล้ว (proven) ในการย้ายข้อมูลจากระบบเดิมมายังระบบใหม่อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีการหยุดระบบให้น้อยที่สุด

PowerFlex integrated Rack ถูกออกแบบให้รองรับการขยายและมีความยืดหยุ่นขั้นสูงสุด โดยสามารถเริ่มจากระบบเล็กๆแล้วค่อยๆขยายไปตามความต้องการที่เพิ่มขึ้น PowerFlex Integrated Rack จะได้รับการติดตั้งเน็ตเวิร์คของ Cisco หรือ Dell ประกอบรวมมา (Integrated) อยู่ในชุดของ Rack จากโรงงานเลย ซึ่งจะทำให้มั่นใจได้ว่าโครงสร้างของระบบเน็ตเวิร์ค (Network Topology) นั้นได้รับการออกแบบและปรับแต่งให้สามารถรองรับแอพพลิเคชั่นที่ต้องการความเร็วสูงๆได้ตามความต้องการ  

เนื่องจาก PowerFlex ได้ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับเวิร์คโหลดจำนวนมาก โดยสามารถเริ่มจากขนาดเล็กๆ (very small) และขยายไปเป็นขนาดใหญ่มากๆ (massive sizes) ได้ตามความต้องการ ภาพด้านล่างนี้แสดงถึงเวิร์คโหลดต่างๆ ที่สามารถทำงานร่วมกันอยู่บน PowerFlex ชุดเดียวกัน โดยเวิร์คโหลดเหล่านี้ต่างมีความเหมือนกันตรงที่ต้องการประสิทธิภาพที่สูงมากจากระบบจัดเก็บข้อมูลของ PowerFlex

จากตัวอย่างด้านล่างนี้จะเห็นว่า PowerFlex Solution สามารถรองทั้งรับเวิร์คโหลดปัจจุบันที่เป็นแอพพลิชั่นที่สำคัญในการดำเนินธุรกิจ (core application) และแอพพลิเคชั่นสมัยใหม่ ที่รองรับระบบคลาวด์ (Cloud) คอนเทนเนอร์ (container) หรือด้านการวิเคราะห์ (analytics) โดยมีผลจากการทดสอบเป็นที่น่าพอใจ

การแยกงานเหล่านี้ไปยังโหนดที่กำหนด ช่วยให้เราสามารถระบุให้แอพพลิเคชั่นและระบบปฏิบัติการทำงานอยู่บนฮาร์ดแวร์ที่ได้รับการออกแบบมาเฉพาะตามความต้องการของแต่ละงานได้ ในขณะที่ใช้หน่วยเก็บข้อมูลที่อยู่บน PowerFlex Storage ร่วมกัน ทำให้เราสามารถรวมศูนย์ข้อมูลทั้งหมด (Consolidation) มาบริหารจัดการภายใต้ PowerFlex ได้

Intel Optane: Unlock the Performance

สองปัจจัยสำคัญที่จะต้องพิจารณาในการเลือกหน่วยจัดเก็บข้อมูลถาวรประสิทธิภาพสูงคือ Latency และ IOPS องค์กรโดยส่วนใหญ่มักจะเลือกใช้ NVMe NAND SSD มาตรฐานทั่วไป แต่ปัจจุบันนี้อาจไม่เพียงพอแล้ว ทางเลือกใหม่ประสิทธภาพสูงกว่าคือ Intel Optane SSD ที่มี Latency ดีกว่า 32% และ IOPS สูงกว่า 41% เมื่อทำการทดสอบที่เลียนแบบการทำงานของระบบ Ecommerce และ ระบบซื้อขายทางการเงิน (Financial trading) ด้วย DellEMC PowerFlex

 Intel Optane SSD ได้รับการออกแบบมาเพื่อรองรับศูนย์ข้อมูลที่มีชุดข้อมูลขนาดใหญ่พร้อมทั้งลด Latency ให้เหลือน้อยที่สุด ในขณะเดียวกันระบบยังได้รับการออกแบบมาเพื่อให้มีความพร้อมใช้งานสูง ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นในโลกของแอปพลิเคชันสมัยใหม่ที่ต้องทำงานตลอดเวลา Intel Optane ออกแบบมาเพื่อเติมช่องว่างสำคัญระหว่าง DRAM ที่มีประสิทธิภาพสูงแต่ราคาแพง และที่เก็บข้อมูลแฟลชประสิทธิภาพต่ำกว่า (NAND) แต่ราคาก็ถูกกว่าด้วย ทำให้สามารถเข้าถึงข้อมูลถาวรโดยมี Latency ต่ำในแอพพลิเคชั่นสำคัญทางธุรกิจที่มีผู้ใช้จำนวนมาก

 สถาปัตยกรรมของ Intel Optane ได้รับการออกแบบมาเพื่อให้มีประสิทธิภาพสูง รวมถึง Latency ที่ต่ำภายใต้สถานการณ์ที่มีความต้องการสูง และสามารถปรับขนาดได้ง่ายเพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าที่หลากหลาย

สามารถค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ DellTechnologies.com/PowerFlex หรือติดต่อ คุณวศิน โทร. 090-949-0823 หรืออีเมล์มายัง  Chidchanok.uthaigorn@dell.com


About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

IEEEXtreme 15.0 เปิดรับสมัครผู้แข่งขัน ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 60,000 บาทและสิทธิ์เข้าร่วม IEEE Conference ฟรีทั่วโลก พร้อมที่พัก 3 คืน

IEEE เปิดรับสมัครนิสิตและนักศึกษาเข้าร่วมการแข่งขัน IEEEXtreme 15.0 ซึ่งเป็นการแข่งเขียนโปรแกรมต่อเนื่อง 24 ชั่วโมง ชิงเงินรางวัลรวมกว่า $2,100 (ประมาณ 67,000 บาท) และสิทธิ์เข้าร่วม IEEE Conference …

Bitdefender ออก Universal Decryptor สำหรับเหยื่อของแรนซัมแวร์ REvil/Sodinokibi

Bitdefender ออก Universal Decryptor สำหรับผู้ประสบภัยจากแรนซัมแวร์ REvil/Sodinokibi ที่ถูกโจมตีก่อนวันที่ 13 กรกฏาคมที่ผ่านมา