Databricks เข้าซื้อ BladeBridge สตาร์ทอัพ AI ด้านการย้ายข้อมูล

Databricks ได้เข้าซื้อกิจการ BladeBridge สตาร์ทอัพที่พัฒนาเครื่องมือสำหรับการย้ายคลังข้อมูลระดับองค์กร โดยมีแผนรวมเทคโนโลยีของ BladeBridge เข้ากับแพลตฟอร์มของตน เพื่อช่วยให้บริษัทต่าง ๆ สามารถย้ายเวิร์กโหลดไปยัง Databricks SQL ผลิตภัณฑ์วิเคราะห์ข้อมูลแบบ SQL ของตนได้ง่ายขึ้น

Credit: BladeBridge

แพลตฟอร์มของ BladeBridge สามารถทำให้กระบวนการย้ายเวิร์กโหลดจากคลังข้อมูลมากกว่า 20 แห่ง รวมถึงแพลตฟอร์ม ETL (Extract, Transform, Load) เป็นไปโดยอัตโนมัติ ทั้งนี้ BladeBridge ต่างจากเครื่องมือย้ายข้อมูลแบบดั้งเดิมที่อาศัยการเขียนโค้ดเอง ด้วยการใช้โมเดลภาษาขนาดใหญ่เพื่อวิเคราะห์โค้ดก่อนจะทำการแปลงโดยอัตโนมัติ ซึ่งช่วยให้บริษัทต่าง ๆ สามารถนำเวิร์กโหลดเข้าสู่ Data Intelligence Platform ของ Databricks ที่รวมข้อมูลที่กระจัดกระจายจากหลายแหล่งเข้าไว้ด้วยกัน

BladeBridge ได้พัฒนาเครื่องมือ 4 ตัวเพื่อช่วยให้การย้ายข้อมูลมีประสิทธิภาพมากขึ้น ได้แก่ Analyzer, Converter, Data Recon Module และ Studio โดยระบุว่าบริษัทต่าง ๆ สามารถใช้เครื่องมือเหล่านี้ลดระยะเวลาในการย้ายข้อมูลจากหลายเดือนเหลือเพียงไม่กี่ชั่วโมง

กระบวนการย้ายข้อมูลเริ่มต้นจาก Analyzer ซึ่งให้รายงานแบบละเอียดเกี่ยวกับขอบเขตและความซับซ้อนของการดำเนินงาน พร้อมทดสอบคำสั่ง Query บนฐานข้อมูลเดิมและแพลตฟอร์ม Databricks เพื่อตรวจสอบความแตกต่างระหว่างทั้งสองระบบ

เมื่อวิเคราะห์ข้อมูลเสร็จแล้ว Converter จะทำหน้าที่แปลงข้อมูลจากแพลตฟอร์มเดิมให้อยู่ในรูปแบบที่ใช้งานร่วมกับ Databricks SQL ได้ โดยใช้แนวทางที่ขับเคลื่อนด้วยการกำหนดค่า (configuration-driven) ซึ่งช่วยคำนึงถึงความแตกต่างทางสถาปัตยกรรมระหว่างสองระบบ ทั้งนี้ Databricks ระบุว่าแนวทางนี้ช่วยให้ลูกค้ายังคงเป็นเจ้าของรูปแบบการแปลงข้อมูลทั้งหมด ทำให้สามารถอัปเดตการกำหนดค่าต่าง ๆ ได้เองหากมีความต้องการใหม่เกิดขึ้นระหว่างการย้ายข้อมูล

BladeBridge ใช้แนวทางแบบ Iterative Process หรือกระบวนการที่ทำซ้ำ หากพบว่าการทดสอบหน่วยใดล้มเหลว ระบบจะทำการปรับไฟล์การกำหนดค่าโดยอัตโนมัติและทำซ้ำจนกว่าข้อผิดพลาดจะได้รับการแก้ไข

Databricks ชี้ว่า BladeBridge เป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มยอดนิยมสำหรับการย้ายเวิร์กโหลดระหว่างสภาพแวดล้อมข้อมูลที่แตกต่างกัน โดยมีบริษัทหลายแห่งใช้งานแล้ว รวมถึงการย้ายจากฐานข้อมูล Amazon Redshift และ Teradata ไปยัง Databricks SQL ซึ่งช่วยให้พวกเขาสามารถใช้งาน Business Intelligence และระบบรายงานภายใน Data Intelligence Platform (DIP) ได้ นอกจากนี้ เครื่องมือของ BladeBridge ยังรองรับการย้ายข้อมูลจาก Snowflake ซึ่งเป็นคู่แข่งรายใหญ่ของ Databricks ด้วย

BladeBridge อ้างว่าแนวทางการย้ายข้อมูลที่ขับเคลื่อนด้วย AI ของตนเร็วกว่าวิธีดั้งเดิมอย่างน้อย 2 เท่า นอกจากนี้ บริษัทยังมีความร่วมมือกับที่ปรึกษาระบบรายใหญ่อย่าง Accenture และ Capgemini พร้อมกับมีการนำไปใช้งานจริงแล้วกับลูกค้านับร้อยราย ทั้งนี้ Databricks เปิดเผยว่าจะให้ทุกคนที่ต้องการย้ายข้อมูลไปยังแพลตฟอร์มของตนใช้งานเครื่องมือของ BladeBridge ได้ฟรี ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนการสร้างรายได้ต่อปีให้ถึง 3 พันล้านดอลลาร์ และการทำให้บริษัทมีกระแสเงินสดเป็นบวก

Databricks กำลังมองหาวิธีเพิ่มรายได้หลังจากเพิ่งปิดการระดมทุนมูลค่า 15 พันล้านดอลลาร์เมื่อเดือนที่แล้วจากนักลงทุนรายใหญ่ เช่น Temasek และ QIA เพื่อนำไปใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ AI ใหม่ ๆ ขยายตลาดระหว่างประเทศ และดำเนินการซื้อกิจการเชิงกลยุทธ์เพิ่มเติม โดยบริษัทมองว่า BladeBridge จะช่วยให้นำเสนอโซลูชันการย้ายข้อมูลที่ต้นทุนต่ำและปราศจากความเสี่ยงให้แก่ลูกค้าใหม่ ๆ ได้

ปัจจุบัน Databricks มีมูลค่าบริษัทอยู่ที่ 62 พันล้านดอลลาร์ โดยในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ได้เข้าซื้อกิจการหลายแห่ง เช่น Lilac AI ในเดือนมีนาคม ซึ่งเป็นบริษัทพัฒนาเครื่องมือจัดการชุดข้อมูลที่ไม่มีโครงสร้างสำหรับโมเดล AI และในเดือนมิถุนายน ก็ได้ซื้อ Tabular Technologies ซึ่งสร้างแพลตฟอร์มจัดเก็บข้อมูลแบบ Universal บนมาตรฐาน Apache Iceberg

ที่มา: https://siliconangle.com/2025/02/06/databricks-buys-ai-powered-data-migration-startup-bladebridge/

About นักเขียนฝึกหัดหมายเลขเก้า

Check Also

Bitdefender MDR: ผสมผสาน ‘ บุคลากร, กระบวนการ และ เทคโนโลยี’ เพื่อปกป้องระบบธุรกิจสำคัญตลอด 24/7

การโจมตีไซเบอร์ในปัจจุบันมักเกิดขึ้นนอกเวลาทำการ อาจเป็นกลางดึกหรือวันหยุด ซึ่งเป็นช่วงที่ทีมไอทีส่วนใหญ่ไม่ได้เฝ้าระวัง ปัญหาจึงไม่ได้อยู่ที่คุณภาพของเทคโนโลยีป้องกันภัย แต่อยู่ที่ว่ามี บุคลากรคอยตรวจสอบและตอบสนองต่อสัญญาณเตือนตลอดเวลาหรือไม่ Bitdefender Managed Detection and Response (MDR) จึงถูกออกแบบมาเพื่อเติมเต็มช่องว่างนี้ ด้วยการรวมทีมผู้เชี่ยวชาญที่เฝ้าระวังตลอด 24 …

ปรับกลยุทธ์ Enterprise Infrastructure ที่ Symphony Communication มองว่า Public Cloud อาจไม่ใช่คำตอบเดียวเสมอไป

องค์กรส่วนใหญ่ที่ตัดสินใจย้ายระบบขึ้น Public Cloud หวังผลด้านความรวดเร็วและความยืดหยุ่น แต่เมื่อเวลาผ่านไปกลับพบปัญหาต้นทุนที่พุ่งสูงขึ้น ควบคู่กับความซับซ้อนในการบริหารจัดการ และความเสี่ยงด้าน Ransomware ที่รุนแรงขึ้น จนทิศทางการขึ้น Public Cloud อาจไม่ใช่คำตอบสุดท้ายในการบริหารจัดการองค์กรในยุคนี้ ภายในงาน Enterprise …