บริษัทในสหรัฐฯลอยแพพนักงานหลายร้อยหลังเจอพิษแรนซัมแวร์ แต่กู้ระบบไม่ได้ตามแผน

บริษัทแห่งหนึ่งในสหรัฐฯได้ประกาศให้พนักงานกว่า 300 คนหางานใหม่ได้เลย หลังเจอพิษแรนซัมแวร์แต่การกู้ระบบทำไม่ได้ตามที่วางแผนทำให้กระทบกับกระบวนการทำงานอย่างหนัก

ถือเป็นข่าวร้ายของลูกจ้างของบริษัท The Heritage Company ในรัฐ Arkansas เพราะได้รับจดหมายจาก CEO ของบริษัทแจ้งว่าถูกแรนซัมแวร์โจมตีตั้งแต่เดือนตุลาคม โดยบางส่วนในจดหมายกล่าวว่า “เป็นเวลากว่า 2 เดือนที่เซิร์ฟเวอร์ของเราถูกโจมตีโดยแรนซัมแวร์และถูกเรียกค่าไถ่” ทั้งที่ตอนแรกทีมไอทีประเมินว่าจะกู้สถานการณ์ได้ในสัปดาห์เดียวแต่สุดท้ายก็ทำไม่ได้ ปัจจุบันบริษัทจึงได้รับความเสียหายไปแล้วหลายแสนดอลล่าร์สหรัฐฯ จนต้องประกาศปรับโครงสร้าง

อย่างไรก็ตามพนักงานหลายคนเชื่อว่าบริษัทจะไม่สามารถกลับมาเปิดทำการปกติได้แล้ว แต่หลายคนที่ยังมีหวังและติดต่อกลับไปหลังปีใหม่เพื่อดูความคืบหน้าก็ได้รับเพียงแต่บันทึกเสียงอัตโนมัติที่บอกว่า “เรายังอยู่ในระหว่างการแก้ไข และเราจะไม่ขวางให้คุณไปหางานใหม่ ดูและตัวเองด้วยนะ สวัสดีปีใหม่” ถือเป็นอีกหนึ่งอุทาหรณ์เพราะนี่ไม่ใช่เหตุการณ์ครั้งแรกที่บริษัทถึงขั้นปิดตัวเมื่อเจอแรนซัมแวร์โดยเฉพาะกับบริษัทขนาดเล็กที่ไม่ได้เตรียมการมาอย่างรัดกุม

ที่มา :  https://www.zdnet.com/article/company-shuts-down-because-of-ransomware-leaves-300-without-jobs-just-before-holidays/

About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

PDPC เดินหน้าผนึกกำลังเครือข่าย DPO กว่า 3,700 หน่วยงานทั่วประเทศยกระดับตามมติ ครม.ทันที [PR]

สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) หรือ PDPC เดินหน้าขับเคลื่อนมาตรการยกระดับการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์เพื่อคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชน โดยผนึกกำลังเครือข่ายเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือ DPO กว่า 3,700 หน่วยงาน ทั้งภาครัฐและเอกชนทั่วประเทศ เร่งดำเนินการรีเซ็ต Username และ …

พบแคมเปญโจมตีพุ่งเป้าช่องโหว่ Critical บน VMware vCenter เตือนแค่แพตช์อย่างเดียวอาจไม่พอ

ช่องโหว่ระดับ Critical บน VMware vCenter รหัส CVE-2026-59310 กำลังถูกใช้โจมตีจริงเป็นวงกว้างทั่วโลก โดยผู้โจมตีฝังกลไกคงสถานะการเข้าถึงที่ยังทำงานต่อได้แม้ระบบจะถูกแพตช์แล้ว ผู้ดูแลระบบจึงต้องตรวจสอบร่องรอยการถูกเจาะระบบควบคู่ไปกับการติดตั้งแพตช์