Breaking News

พบช่องโหว่จำนวนมากบน Cisco Adaptive Security Appliance เสี่ยงต่อการถูกควบคุมจากภายนอก

นักวิจัยด้านความมั่นคงปลอดภัยของ Cisco Product Security Incident Response Team (PSIRT) ออกมาเตือนถึงโหว่จำนวนมากในอุปกรณ์รักษาความปลอดภัย Cisco Adaptive Security Appliance (ASA) มีความเสี่ยงต่อการถูกควบคุมจากภายนอกได้

Credit: Helpnetsecurity

 

ช่องโหว่ดังกล่าวมีรหัสคือ CVE-2018-0101 ถูกค้นพบโดย NCC Group บริษัทผู้เชี่ยวชาญทางด้าน Cyber Security ในฟังก์ชัน Secure Sockets Layer (SSL) VPN ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของซอฟต์แวร์ของ ASA ถูกจัดอยู่ในความร้ายแรงระดับ “Critical” ซึ่งสามารถถูกโจมตีได้จาก Remote Attacker หรือจากการยืนยันตัวตนที่ไม่ได้รับอนุญาต

เงื่อนไขของการเกิดช่องโหว่นี้คือต้องมีการเปิดใช้งานฟีเจอร์ Webvpn บนอุปกรณ์​ Cisco ASA แฮ็คเกอร์สามารถอาศัยช่องโหว่ที่เกิดระหว่างการทำ Free region of memory โดยการทำการปลอมแปลงแพ็คเกต XML ส่งไปยัง Interface ที่ทำการตั้งค่า Webvpn ไว้ ทำให้แฮ็คเกอร์สามารถรันโค้ดแปลกปลอมที่ไม่ได้รับอนุญาต (Arbitrary Code Execution) เพื่อควบคุมอุปกรณ์ตัวนั้นได้

ผลิตภัณฑ์ของ Cisco ที่ได้รับผลกระทบมีดังนี้
  • 3000 Series Industrial Security Appliance (ISA)
  • ASA 5500-X Series Next-Generation Firewalls
  • ASA 1000V Cloud Firewall
  • Adaptive Security Virtual Appliance (ASAv)

Cisco แนะนำให้ผู้ที่ใช้งานทำการอัปเกรดเฟิร์มแวร์เวอร์ชันล่าสุดทันที เพื่ออุดช่องโหว่ดังกล่าว

ที่มา: https://www.helpnetsecurity.com/2018/01/30/cisco-enterprise-appliances-vulnerability/


About นักเขียนฝึกหัดหมายเลข 3

Check Also

VMware เปิดตัว nanoEDGE ใช้ VMware vSAN HCI ติดตั้งบน Edge Server ขนาดเล็ก รองรับ 25-50VM

Edge Computing นั้นได้กลายเป็น Workload หนึ่งที่เริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้นเรื่อยๆ ในยุคของ Digital Transformation นี้ และทาง VMware เองก็ได้ทำการพัฒนาโซลูชัน nanoEDGE ขึ้นมา เพื่อให้ธุรกิจต่างๆ สามารถมี Edge Data Center ขนาดเล็กมากๆ ที่สามารถติดตั้ง VMware vSAN ในตัวได้ เพื่อรองรับการประมวลผลอย่างทนทาน

Red Hat OpenStack Platform 15 ออกแล้ว เน้นเสริม Security และรองรับ Cloud-Native มากขึ้น

Red Hat ได้ออกมาประกาศให้ Red Hat OpenStack Platform 15 เข้าสู่สถานะ General Availability แล้ว โดยต่อยอดมาจาก OpenStack Stein เพื่อรองรับการสร้าง Private Cloud บน Red Hat Enterprise Linux 8 ด้วยความสามารถใหม่ๆ ดังนี้