เริ่มต้นกับ 5G NEXTGen Platform พร้อมนำพลังแห่ง 5G สู่ทุกธุรกิจ

หากพูดถึง 5G หลายท่านคงเคยได้ใช้งานผ่านมือถือกันมาบ้างแล้ว แต่นั่นเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งในมุมของฝั่ง Consumer ที่ท่านคุ้นเคยเท่านั้น แต่การนำ 5G มาใช้ในธุรกิจจริง ถึงแม้จะเป็นที่ตระหนักรับรู้ ว่า 5G มีขีดความสามารถมากมาย ที่รองรับการใช้งานเพื่อธุรกิจยุคใหม่ แต่สำหรับการนำไปใช้งานขององค์กรยังถือเป็นเรื่องที่ท้าทาย ซึ่งในการเริ่มต้นจำเป็นที่จะต้องได้รับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญและใช้เวลาเตรียมการ เพื่อวางแผนการนำ 5G มาใช้ให้เหมาะกับการใช้งาน และเกิดประโยชน์สูงสุด

วันนี้ AIS ได้ทำให้ความท้าทายเหล่านั้นดูเป็นไปได้ง่ายและรวดเร็วมากกว่าที่เคยด้วย 5G NEXTGen Platform ที่บูรณาการบริหารจัดการ 5G และพลังการประมวลผลคลาวด์เข้าด้วยกัน

ความท้าทายของการเริ่มต้น 5G ในภาคธุรกิจ

เป็นที่ทราบดีแล้วว่าพลังแห่ง 5G จะช่วยยกระดับให้ทุกภาคธุรกิจได้ เช่น การควบคุมเครื่องจักรกลในโรงงาน การวิเคราะห์ข้อมูลพร้อมตอบสนองในระดับเรียลไทม์ และอื่นๆ ซึ่งจะเห็นได้ว่ายังมีอีกหลายกรณีที่ 5G คือแสงแห่งความหวังที่อาจจะช่วยปลดล็อกให้ธุรกิจเกิดแนวทางใหม่ๆอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน อย่างไรก็ดีในทางปฎิบัติ การนำ 5G มาใช้ในธุรกิจ องค์กรยังอาจจะต้องเผชิญกับความท้าทายในช่วงเริ่มต้นหลายประการ อาทิ

ประการแรก คือท่านต้องมีผู้เชี่ยวชาญตั้งแต่การออกแบบว่าหน้าตาของโซลูชันควรเป็นอย่างไร ครอบคลุมการใช้งานมากแค่ไหน มีระบบอะไรที่จำเป็นต้องเข้าถึง 5G บ้าง และจะมั่นใจได้อย่างไรว่าเมื่อมี 5G ขึ้นมาแล้วจะสามารถตอบสนองการทำงานได้จริง สิ่งเหล่านี้ทำให้องค์กรส่วนใหญ่จำเป็นที่จะต้องหาพาร์ทเนอร์ที่เข้าใจระบบ 5G เป็นอย่างดีและมีประสบการณ์ในระบบของท่านด้วย

ประการที่สอง เมื่อท่านต้องการพัฒนาระบบ 5G ขึ้นมาสักตัวหนึ่งสิ่งที่จับต้องได้อย่างฮาร์ดแวร์เป็นเรื่องที่อาจต้องพบ เพื่อสร้างระบบประมวลผลที่ตอบสนองความหน่วงที่ต่ำ หรืออาจยังจำเป็นต้องมีซอฟต์แวร์เพื่อบริหารจัดการระบบประมวลผลที่เชื่อมโยงกับ 5G ด้วย ซึ่งการอิมพลีเม้นต์และทดสอบความเข้ากันกับระบบเดิมอาจใช้เวลานานจนไม่ทันกับการเข้าสู่ตลาด

ประการสุดท้าย คือเมื่อระบบถูกสร้างขึ้นเสร็จท่านจะบริหารจัดการอย่างไร โดยต้องรองรับการทำงานแบบ Edge Computing, Cloud Computing หรือในมุมของ Security เองที่ต้องมีการจัดการ Policy ที่ต่างออกไป

จะเห็นได้ว่าในอดีตการเริ่มต้นสู่ 5G นั้นเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยุ่งยากซับซ้อน อาจต้องลงทุนสูงในหลายส่วนทั้งคน เทคโนโลยี และเวลา ด้วยเหตุนี้ทำให้หลายองค์กรจึงยังไม่ตัดสินใจในโครงการ 5G แม้จะตระหนักดีถึงคุณค่าใหม่ๆที่ธุรกิจสามารถต่อยอดได้ ซึ่ง AIS ได้เล็งเห็นถึงจุดนี้ดีจึงได้นำเสนอแพลตฟอร์ม 5G NEXTGen Platform โดยเปิดตัวครั้งแรกในงาน Thailand 5G Summit 2022 ที่ผ่านมา

ปลดล็อกธุรกิจด้วย AIS 5G NEXTGen Platform

Edge Computing เป็นความสามารถในการประมวลผลที่ใกล้แหล่งกำเนิดข้อมูล เมื่อข้อมูลเดินทางน้อยลงความรวดเร็วในการโต้ตอบระหว่างผู้ใช้และผู้ประมวลผลก็จะมีประสิทธิภาพดีขึ้นตอบโจทย์แอปพลิเคชันอีกมากมายเช่น Virtual Reality, IoT, Video Analytics เป็นต้น ในเวลาต่อมาองค์กรอิสระที่ชื่อ European Telecommunications Standards Institute (ETSI) ได้ให้กำเนิดคอนเซปต์ที่ชื่อว่า Multi-Access Edge Computing(MEC) ซึ่งก็คือการให้บริการการประมลผลคลาวด์ระดับ Edge ณ จุดปล่อยสัญญาณที่ใกล้กับผู้ใช้งานมากที่สุด 

ไอเดียก็คือ AIS ได้จัดตระเตรียมคลาวด์ขนาดย่อม ณ จุดกระจายสัญญาณ 5G ที่อยู่ใกล้กับแหล่งกำเนิดข้อมูล กล่าวคือผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงการประมวลผลได้ผ่านสัญญาณ 5G เพื่อตอบโจทย์ Edge Computing โดยซอฟต์แวร์ของการบริหารจัดการที่ครอบอยู่ก็คือ 5G NEXTGen Platform นั่นเอง

5G NEXTGen Platform สามารถใช้เพื่อการบริหารจัดการใน 2 มุมมองคือ

1.) จัดการคุณสมบัติการทำงานของ 5G เช่น Network Slicing, QoS และอื่นๆ

2.) บริหารจัดการทรัพยากรคลาวด์ระดับ Edge ที่ AIS ได้เตรียมการไว้แล้วด้วยคุณภาพเฉกเช่นเดียวกับ Cloud ที่ท่านใช้งานอยู่ แต่ด้วยระยะทางที่ใกล้และความรวดเร็วของ 5G เชื่อแน่ว่าจะตอบโจทย์การทำงานของท่านได้อย่างแท้จริง

5G NEXTGen Platform ยังมีความสามารถที่โดดเด่นอีกมากมาย

1.) บูรณาการทรัพยากรทั้ง Cloud และ Edge ให้เป็นผืนเดียวกัน โจทย์การทำงานของแอปพลิเคชันนั้นมีความหลากหลายแตกต่างกันออกไป ผู้ใช้งานบางรายอาจจะต้องการเทคโนโลยีขั้นสูงของคลาวด์เต็มรูปแบบไม่ว่าจะเป็นคลาวด์ในประเทศอย่าง AIS Cloud หรือผู้ให้บริการระดับโลกอย่าง AWS และ Azure เป็นต้น ซึ่ง 5G NEXTGen Platform ได้เปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานสามารถออกแบบแอปของท่านให้ใช้งานได้บนเซิร์ฟเวอร์บน AWS Outpost หรือ Azure Stack หรือ Edge Location ของ AIS ซึ่งปัจจุบันพร้อมให้บริการแล้วที่ศูนย์อุตสาหกรรม EEC ภาคตะวันออก และกรุงเทพมหานคร และคาดว่าจะมีการขยายตัวเพิ่มขึ้นในอนาคตเพื่อรองรับกับธุรกิจ 

2.) สำหรับธุรกิจที่ต้องการโซลูชันที่พร้อมติดตั้งใช้งานทันที แพลตฟอร์มยังได้มีหน้า Marketplace ที่รวบรวมเอาโซลูชันระดับองค์กรมาไว้ให้แล้ว เช่น Intelligent Edge บน SAP, Team Viewer, AR/VR, Metaverse และ การแสดงผลแผนผัง 3 มิติหรือการมอนิเตอร์ระบบโรงงาน โดยผู้ใช้งาน 5G NEXTGen Platform สามารถเลือกแอปพลิเคชันได้จาก Enterprise App Store ที่ระบุปลายทางได้ว่าจะเลือกติดตั้งได้ที่ Edge ใน Location ใด

3.) ในมุมของผู้พัฒนาโซลูชันระดับองค์กรท่านยังสามารถเผยแพร่โซลูชันผ่าน AIS Marketplace นี้ได้ โดยผู้ใช้แพลตฟอร์มของ AIS ไม่ได้ถูกจำกัดอยู่เพียงแค่ในประเทศไทยเท่านั้น แต่ด้วยความร่วมมือกับ Singtel ผู้ให้บริการโทรคมนาคมรายใหญ่ของสิงค์โปร์ เปิดโอกาสให้ผู้พัฒนาโซลูชั่น สามารถให้บริการได้ถึงกลุ่มประเทศที่เริ่มใช้งาน แพลตฟอร์มแล้ว ในมุมของผู้พัฒนาแอปพลิเคชันเองก็เป็นโอกาสให้ท่านสามารถนำเสนอบริการในหลายประเทศเช่นกัน

4.) สามารถเริ่มต้นได้ง่ายเหมือนการใช้งาน Cloud โดย AIS ได้จัดเตรียมโครงสร้างพื้นฐานเอาไว้อยู่แล้ว ด้วยเหตุนี้เองท่านเพียงแค่ปรึกษาถึงรูปแบบการใช้งานก็เริ่มต้นกับ 5G ได้ทันที เดิมอาจกินเวลาหลายเดือนทำให้ไม่ทันต่อการให้บริการ แต่ด้วยรูปแบบดังกล่าวจะย่นระยะเวลาโปรเจ็คเหลือเพียงไม่กี่วันหรือสัปดาห์

บทส่งท้าย

AIS ได้จัดเตรียมโครงสร้างพื้นฐานที่ระดับ Edge ไว้ให้ทุกท่านแล้วทั้งการประมวลผลและการให้บริการสัญญาณ 5G (Radio Access Network) โดยไอเดียของ AIS 5G NEXTGen Platform ก็คือเครื่องมือของผู้ใช้ที่จะช่วยให้ท่านสามารถจัดการทรัพยากรเหล่านี้เองได้จาก Edge เชื่อมสู่ Public Cloud  ไม่เพียงเท่านั้น AIS ยังได้เติมเต็มความต้องการระดับองค์กรอีกขั้นด้วย Marketplace ทั้งยังเสริมสร้างความแข็งแกร่งในการให้บริการด้วยการทำงานร่วมกับแพลตฟอร์มในต่างประเทศได้

ในการใช้จริงผู้ใช้งานยังสามารถปรับแต่งความต้องการของท่านได้ตามความเหมาะสมทั้งแบบ Public 5G หรือ Private 5G โดยทีมงาน AIS 5G Business ได้เตรียมผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้คำปรึกษาออกแบบและทำให้โปรเจ็ค 5G ของท่านเกิดขึ้นได้จริงในงบประมาณเริ่มต้นที่แสนคุ้มค่า ท่านใดที่สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ AIS 5G NEXTGen Platform เพื่อขอทดลองใช้บริการหรือขอคำปรึกษาเกี่ยวกับ 5G ได้ที่ ติดต่อได้ที่ Email : business@ais.co.th

AIS Business พาร์ทเนอร์ที่ช่วยตอบโจทย์ทุกเรื่อง ICT & Digital ที่คุณมั่นใจ

“Your Trusted Smart Digital Partner”

ปรึกษาและวางแผนพัฒนาเทคโนโลยี เพื่อรองรับการทำงานและต่อยอดธุรกิจได้ที่

Email : business@ais.co.th

Website : https://business.ais.co.th


About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

AWS, Splunk และพันธมิตรกว่า 15 ราย ร่วมเปิดตัวมาตรฐาน Open Cybersecurity Schema Framework

บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่กว่า 15 ราย นำโดย AWS และ Splunk ร่วมเปิดตัวมาตรฐาน Open Cybersecurity Schema Framework ช่วยในการรับมือการโจมตีจากภัยคุกคาม

Microsoft .NET Framework รองรับการทำงานบน Arm64 แบบ Native แล้ว

Microsoft ออกอัปเดต .NET Framework 4.8.1 รองรับการทำงานบนหน่วยประมวลที่ใช้ผลสถาปัตยกรรม Arm64 ได้แบบ Native