อนาคตของธุรกิจประกันภัย: Blockchain และ Internet of Things

ใน TechCrunch มีบทความน่าสนใจเกี่ยวกับการนำ Blockchain และ Internet of Things (IoT) มาใช้ในธุรกิจประกันภัย ซึ่งทางทีมงาน TechTalkThai เห็นว่าน่าสนใจดี จึงขอนำมาสรุปให้ได้อ่านกันดังนี้ครับ

Credit: ShutterStock.com
Credit: ShutterStock.com

การมาของเทคโนโลยี Blockchain นั้นจะทำให้การทำสัญญามีความยืดหยุ่นมากขึ้น โดยไม่ยึดติดกับพื้นที่, เขตประเทศ, กองทุน หรือความล่าช้าในการจัดการเอกสารอีกต่อไป ด้วยคุณสมบัติในแง่ของความโปร่งใส และการเสริมเทคโนโลยีในการทำ Matching และการตรวจสอบเงื่อนไขต่างๆ เพื่อทำการโอนเงินเบี้ยประกันให้แก่ผู้รับโดยอัตโนมัติตามเงื่อนไขต่างๆ ได้ ทำให้เทคโนโลยีของธุรกิจประกันมีความคล่องตัวสูงยิ่งขึ้นกว่าแต่ก่อน

และเมื่อนำความสามารถของเทคโนโลยีอย่าง Internet of Things (IoT) เข้าไปผสานด้วย ก็ทำให้การติดตามเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับลูกค้าประกันสามารถทำได้อย่าง Real-time และนำข้อมูลของสิ่งที่เกิดขึ้นมาใช้เป็นเงื่อนไขในการ Trigger การจ่ายเงินประกันได้ทันทีพร้อมมีหลักฐานบันทึกในระบบ ประเด็นนี้จะทำให้ธุรกิจประกันมีความยืดหยุ่นมากยิ่งขึ้นกว่าแต่ก่อน และสามารถสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ สู่ตลาดได้มากยิ่งขึ้น

ตัวอย่างของธุรกิจประกันที่นำเทคโนโลยีทั้ง 2 นี้มาใช้ ได้แก่

  • Peer-to-Peer Insurance การประกันที่ไม่ได้ใช้กองทุนใหญ่หรือบริษัทขนาดใหญ่เพียงรายเดียว แต่ระดมทุนจากผู้คนหลากหลายเพื่อใช้สร้างเป็นเงินสำรองสำหรับธุรกิจประกัน เป็นทางเลือกใหม่สำหรับการลงทุนให้แก่กองทุนและบุคคลทั่วไปได้ โดยใช้ Blockchain ในการสร้าง Smart Contract ทั้งหมดในระบบ ทำให้มีความโปร่งใสและยืดหยุ่นสำหรับทุกคน
  • Parametric Insurance การประกันที่จะมีการจ่ายเงินให้ผู้ทำประกันเมื่อเกิดเงื่อนไขต่างๆ ตามที่ตกลงกันไว้ เช่น เกิดน้ำท่วม หรือภัยพิบัติรูปแบบอื่นๆ โดยระบบ Smart Contract จะระบุเงื่อนไขที่ผู้ทำประกันจะได้รับเงินเอาไว้ และนำไปตรวจสอบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่างๆ โดยอัตโนมัติ หรือใช้ข้อมูลจากอุปกรณ์ IoT ที่ติดตั้งเอาไว้ (เช่นการตรวจสอบเหตุรถชน) หรือมีบริษัท 3rd Party เป็นผู้ยืนยันว่าเหตุการณ์เหล่านั้นเกิดขึ้นจริง และทำการจ่ายเงินประกันโดยอัตโนมัติอย่างรวดเร็ว
  • Cross-border Insurance/Microinsurance การประกันข้ามชาติที่มีความโปร่งใสสูงด้วย Blockchain และใช้เงินตราแบบ Digital Currency ทำให้บริษัทประกันสามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์แก่ประชากรทั่วโลกได้ และเข้าถึงกลุ่มคนเฉพาะกลุ่มที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ต่างๆ ของโลกได้ โดยการโอนเงินผ่าน Blockchain นั้นจะทำให้มั่นใจว่าเงินประกันจะไปถึงมือผู้รับจริงๆ ไม่ได้ขาดตอนไประหว่างทาง ทำให้การประกันในเชิงที่เป็นการกุศลสามารถเกิดขึ้นได้อย่างมั่นใจ
  • ระบบสร้าง Smart Contract การนำเสนอสินค้าการประกันนั้นจะเปลี่ยนไปเป็นรูปแบบ Digital ทั้งหมด และการออกแบบสัญญานั้นก็สามารถทำได้บนคอมพิวเตอร์ทั้งหมด ทำให้ผู้ขายประกันสามารถออกแบบแผนการประกันที่ตรงกับความต้องการของลูกค้า, ประเมินความเสี่ยงกับระบบทั้งหมด และนำเสนอขายให้แก่ลูกค้าได้ทันที

โดยหลักๆ แล้ว ประเด็นสำคัญของการนำ Blockchain มาใช้นั้นคือการสร้างความโปร่งใสในขณะที่เพิ่มความเป็นอัตโนมัติเข้าไปในระบบ ทั้งในแง่ของการติดตามเงื่อนไขในสัญญา, การจ่ายเงิน, การตรวจสอบความเสี่ยง และอื่นๆ รวมไปถึงการขยายตลาดสู่ทั่วโลก ในขณะที่ Internet of Things จะเข้ามามีบทบาทในฐานะการติดตามข้อมูลต่างๆ ว่าเป็นไปตามเงื่อนไขของประกันหรือไม่โดยอัตโนมัติ เพื่อเพิ่มความคล่องตัวและความโปร่งใสให้แก่ธุรกิจประกันในอีกทางหนึ่งนั่นเอง

ก็ถือเป็นแนวทางที่น่าสนใจดีครับ

 

ที่มา: https://techcrunch.com/2016/10/29/blockchain-is-empowering-the-future-of-insurance/


About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

Azure ประกาศ Reserved Capacity สำหรับ SQL Data Warehouse เข้าสู่สถานะ GA แล้ว

วันนี้ทาง Azure ได้ประกาศให้ Reserved Capacity สำหรับ SQL Dataware เข้าสู่สถานะพร้อมใช้งาน ณ โอกาสเดียวกันนี้ยังได้ประกาศแผนซอฟต์แวร์ RedHat Enterprise Linux และ …

รวม 100,000 รหัสผ่านยอดแย่โดยศูนย์ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติของ UK

ศูนย์ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติของสหราชอาณาจักรออกมาเปิดเผยถึงรหัสผ่านยอดนิยม 100,000 รายการที่ได้มาจากเหตุการณ์ Data Breach จนถึงปัจจุบัน แนะใครใช้รหัสผ่านเดียวกับ 100,000 รายการนี้ควรรีบเปลี่ยนทันที เพราะอาจถูกแฮ็กเกอร์โจมตีได้