ADPT

Baidu ตั้งเป้าสร้าง 100 ฐานข้อมูลภาษาจีนสำหรับงาน NLP ภายใน 3 ปี

Baidu ได้เปิดเผยแผนการที่ชื่อว่า ‘Qian Yan’ ไอเดียก็คือพยายามสร้างฐานข้อมูลสำหรับงานด้าน Natural Language Process ให้ได้อย่างน้อย 100 ฐานข้อมูล ภายใน 3 ปีข้างหน้าเพื่อให้กำเนิดนวัตกรรมใหม่ๆ

Credit: Baidu

ทีม Baidu NLP ได้ถือกำเนิดขึ้นมากว่า 10 ปีแล้ว ซึ่งจากประสบการณ์ทีมงานเห็นว่าการศึกษาวิจัยยังมีอุปสรรคเรื่องของปริมาณข้อมูล (Dataset) ไมค่อยจะเพียงพอ ด้วยเหตุนี้เองจึงมีการประกาศแผนการที่ชื่อ Qian Yan (แปลว่าคำนับพัน) โดยเริ่มแรกได้จับมือกับ China Compute Federation และ Chinese Information Processing Society of China เพื่อเปิดตัวโครงการนี้ พร้อมกับความหวังที่ว่าจะสร้างฐานข้อมูล NLP ภาษาจีนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกขึ้น โดยตั้งเป้าว่าภายใน 3 ปีข้างหน้าจะสามารถสร้าง Dataset ได้มากกว่า 100 ชุด ที่สามารถตอบโจทย์ในงานต่างๆ กว่า 20 งาน (งานแต่ละแบบก็ใช้ลักษณะภาษาแตกต่างกัน)

อย่างไรก็ดีในขั้นแรก Qian Yan จะครอบคลุมในงาน 7 ด้านเช่น Open-domain Dialogue Systems, Reading Comprehension และอื่นๆ ประกอบด้วย Dataset กว่า 20 ชุดแบบโอเพ่นซอร์ส ซึ่งได้ความร่วมมือจาก 11 มหาวิทยาลัยและองค์กรต่างๆ

จริงๆ แล้ว Baidu ถือเป็นผู้เล่นในด้าน NLP ชั้นนำเช่น Knowledge Graph, Natural Language Understanding และ Downstream Application โดยมีผลงานเป็นรูปธรรมเช่น ERNIE (Semantic Understanding), PaddlePaddle, TextMind, Baidu Brain’s Intelligent Creation Platform ในวาระเดียวกันนี้มีการเปิดตัวโซลูชันที่ชื่อ ‘AI Simultaneous Interpretation Conferencing’ ที่นำเสนอการการทำ Conference Interpreter ด้วยอุปกรณ์เพียงเครื่องเดียว

ที่มา :  https://syncedreview.com/2020/08/27/introducing-qian-yan-baidus-new-plan-to-build-100-chinese-nlp-datasets-in-three-years/


About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

[Guest Post] เพิ่มความคล่องตัว สร้างความมั่นคง และเปลี่ยนให้ธุรกิจมีความยืดหยุ่น ผ่านบริการ Fujitsu Work Life Shift

ธุรกิจในปัจจุบันต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ทำให้รูปแบบการทำงานจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป องค์กรแต่ละแห่งต้องสามารถดำเนินการ อยู่รอด และเติบโตได้ ไม่ว่าโลกรอบตัวจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร การนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และสร้างรูปแบบเรียนรู้อย่างรวดเร็ว สร้างกลยุทธ์ ที่สามารถปรับเปลี่ยนทันท่วงที ถือเป็นกุญแจสำคัญในการปลดล็อกความสำเร็จ ซึ่งคุณพรชัย พงศ์เอนกกุล หัวหน้ากลุ่ม DX Modernization บริษัท ฟูจิตสึ (ประเทศไทย) จำกัด ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับ Fujitsu Work Life Shift หนึ่งในบริการสำคัญที่ช่วยให้ฟูจิตสึสามารถปรับตัว รับมือกับความท้าทาย พลิกโฉมการทำงาน ขับเคลื่อนธุรกิจในยุค New Normal และเติบโตได้อย่างยั่งยืน ที่สำคัญ วันนี้ฟูจิตสึพร้อมแล้วที่จะถ่ายทอดองค์ความรู้ และนำ Fujitsu Work Life Shift มาสู่องค์กรในประเทศไทย เพื่อร่วมนำพาธุรกิจไปข้างหน้าร่วมกัน บทความนี้จึงขอสรุปรูปแบบการให้บริการ Fujitsu Work Life Shift เพื่อให้องค์กรต่าง ๆ มองเห็นภาพ และนำไปประยุกต์ใช้ในองค์กร

[Guest Post] ชูธงเทคโนโลยี HPE GreenLake ติดปีก EHR ให้วงการสาธารณสุข

แม้ความท้าทายในแวดวงสาธารณสุขจะเกิดขึ้นมาอย่างยาวนานก่อนไวรัสโควิด-19 เห็นได้จากแนวโน้มด้านประชากรศาสตร์ เช่น โครงสร้างสังคมผู้สูงอายุทั่วโลก การเพิ่มขึ้นอย่างมากของโรคเรื้อรังต่างๆ เช่น โรคอ้วน และเบาหวาน การขาดแคลนบุคลากรด้านสาธารณสุข ซึ่งองค์กรอนามัยโลก คาดการณ์ว่า โลกจะขาดแคลนบุคลากรด้านสาธารณสุขราว 13 ล้านคนภายในปี 2035 หรือค่าเวชภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องทำให้ความมั่นคงด้านการเงินของระบบสาธารณสุขเป็นเรื่องที่น่ากังวลเช่นเดียวกัน