Azure ออก DevOps Server 2019

DevOps Server 2019 หรือก่อนหน้านี้รู้จักกันในชื่อ Team Foundation Server โดยเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทำเรื่องของ Source Code Management, Requirement Management, Project Management, Automation Build, Test and Release เป็นต้น โดยภายในการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ Microsoft ได้มีการเปลี่ยนแปลงหน้าตา UI เพื่อให้ใช้งานได้ง่ายมากขึ้น

DevOps Server ได้เพิ่มการองรับ Azure SQL เพิ่มเติมที่เคยรองรับ SQL Server อยู่แล้วทำให้ผู้ใช้งานที่ใช้งานบน Cloud สามารถใช้งาน Azure SQL ได้เพิ่มขึ้น ดังนั้นจึงถือเป็นการเบิกทางในการทำ Hybrid-cloud อีกด้วย นอกจากนี้ในเวอร์ชันใหม่ยังมีอินเทอร์เฟสของการจัดการมาให้ด้วยซึ่งทำให้การดูสถานะการ Deploy และเข้าใจภาพทำได้ง่ายขึ้น (ดูภาพด้านบน) เช่น ผู้ใช้มีการผสมผสานระหว่างการใช้งาน On-premise กับ Cloud ทั้งแพลตฟอร์ม Windows, Linux หรือ Mac อย่างไรก็ตามสำหรับผู้สนใจที่เคยมีประสบการณ์เดิมต้องพึงระวังเอาไว้เพราะว่าหน้าตาการใช้งานเปลี่ยนจึงต้องวางแผนเรื่องการเรียนรู้ใหม่ด้วย

สำหรับผู้ใช้งาน TFS 2012 ขึ้นไปสามารถอัปเกรตเป็น DevOps Server ได้โดยตรงแต่รุ่นก่อนหน้าถึง 2010 ต้องมีการปฏิบัติขั้นตอนบางอย่างก่อนที่นี่ สำหรับผู้สนใจอยากทดลองหรืออ่านรายละเอียดเพิ่มเติมก็สามารถเข้าไปที่ Azure DevOps Server ได้ทันทีเลย

ที่มาและเครดิตรูปภาพ : https://azure.microsoft.com/en-us/blog/introducing-azure-devops-server-2019-rc1/

About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

เลอโนโวชูกลยุทธ์ Hybrid AI ยกระดับธุรกิจไทยด้วยเทคโนโลยีครบวงจร ต่อยอดวิสัยทัศน์สู่การใช้งานจริง [Press Release]

ขณะที่ภาคธุรกิจทั่วไทยมุ่งเปลี่ยนผ่านจากการทดลองใช้ AI สู่การนำไปใช้งานจริง เลอโนโวได้จัดแสดงอุปกรณ์ โครงสร้างพื้นฐาน โซลูชัน และบริการ ที่ขับเคลื่อนด้วย AI เพื่อช่วยให้ภาคธุรกิจเปลี่ยนวิสัยทัศน์สู่การปฏิบัติงานจริง นำโดยแนวคิดของเลอโนโวอย่าง Smarter AI for All …

MFEC ชวน เจาะลึก 3 ผลิตภัณฑ์ AI จาก Tencent Cloud: TokenHub, WorkBuddy และ CodeBuddy — องค์กรไทยควรเริ่มต้นจากตัวไหน? [Guest Post]

TokenHub = แพลตฟอร์มแบบรวมศูนย์ ที่รวบรวม LLM หลายตัวไว้ด้วยกัน เข้าถึงได้ผ่าน API เดียว และคิดค่าบริการตามจำนวนโทเค็นที่ใช้งานจริง WorkBuddy = AI Agent บนเดสก์ท็อปที่สั่งงานได้ผ่านแอปแชทที่มีอยู่แล้ว …