Azure ประกาศ VM ซีรีส์ Lsv2 เข้าสู่สถานะพร้อมใช้งาน

Lsv2 เป็น VM ที่ออกแบบมาสำหรับงานที่ต้องการ Thorughput และ IOPS สูง เช่น Big data, ฐานข้อมูล SQL และ NoSQL หรือ Data Warehouse เป็นต้น โดยได้เคยเปิดให้ทดสอบมาเป็นระยะเวลากว่าครึ่งปีจนตอนนี้จึงได้ประกาศเข้าสู่สถานะพร้อมใช้งานแล้ว

credit : Azure.microsoft.com

Lsv2 ใช้ชิปประมวลผล AMD EPYCTM 7551 ซึ่งมีความถี่อยู่ที่ 2.55 GHz นอกจากนี้ยังมีการเชื่อมต่อโดยตรงกับที่เก็บข้อมูลแบบ NVMe อีกด้วยนั่นจึงเป็นเหตุผลที่สามารถรองรับงานที่ต้องการ Latency ต่ำๆ ได้นั่นเอง (รายละเอียดของสเป็ค VM ดูได้ตามตารางด้านบน) โดย Lsv2 รุ่นสูงสุดมีถึง 80 vCPU และสามารถต่อกับ Storage NVMe ขนาด 1.92 TB ได้ถึง 10 ลูกเลยทีเดียว อย่างไรก็ตามประสิทธิภาพก็ขึ้นกับหลายปัจจัย เช่น L80s_v2 กับ NVMe ขนาด 1.92 TB ทาง Microsoft สามารถวัด IOPS การอ่านได้สูงสุดที่ 3.7 ล้านบน Windows Server 2019 แต่ถ้าเป็น Ubuntu จะอยู่ที่ 3.6 ล้าน

ปัจจุบัน Azure ให้บริการ Lsv2 แล้วใน East US, East US 2, West Europe และ SE Asia และจะทยอยเพิ่มต่อใน Regions อื่นๆ สำหรับค่าใช้จ่ายนั้นผู้ใช้งานสามารถเลือกเป็นจ่ายตามจริง, Low-priority และเช่ายาว 1 หรือ 3 ปี (Windows และ Linux) ได้

ที่มา : https://azure.microsoft.com/en-us/blog/announcing-the-general-availability-of-lsv2-series-azure-virtual-machines/

About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

Sonar เข้าซื้อกิจการ Gitar สตาร์ตอัป AI Code Review ยกระดับระบบตรวจสอบโค้ดด้วย Agentic Reasoning

Sonar ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มตรวจสอบคุณภาพและความมั่นคงปลอดภัยของโค้ด ประกาศเข้าซื้อกิจการ Gitar สตาร์ตอัปผู้เชี่ยวชาญด้านระบบ AI-native Code Review การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อผสานความสามารถด้านการคิดวิเคราะห์ของ Gitar เข้ากับเอนจินตรวจสอบโค้ดของ Sonar เพื่อสร้างความมั่นคงปลอดภัยที่รัดกุมยิ่งขึ้นสำหรับทีม DevOps ในยุคที่ …

Huawei เปิดตัวสถาปัตยกรรมชิปใหม่ แก้ปัญหาคว่ำบาตรและข้อจำกัด Moore’s Law

Huawei Technologies ยักษ์ใหญ่ด้านอิเล็กทรอนิกส์จากจีนได้เปิดตัวเฟรมเวิร์กการออกแบบชิปใหม่ ซึ่งบริษัทระบุว่าจะช่วยลดช่องว่างในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์กับผู้นำระดับโลกอย่าง TSMC และ Nvidia ได้