Black Hat Asia 2023

‘อโยเดีย’ คว้ามาตรฐาน CMMI ML3 ก้าวสู่บริษัทพัฒนาซอฟต์แวร์ที่เติบโตอย่างยั่งยืน [Guest Post]

คุณอานนท์ ตั้งสถิตพร กรรมการผู้จัดการใหญ่, คุณจักรพงศ์ นาคเดช รองกรรมการผู้จัดการ และคุณเตวิช ตั้งสถิตพร รองกรรมการผู้จัดการ 3 ผู้ก่อตั้งบริษัท อโยเดีย จำกัด (AYODIA CO.,LTD.) ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ให้กับองค์กรชั้นนำต่างๆ ที่มีประสบการณ์มากกว่า 1 ทศวรรษ กล่าวถึงความสำเร็จในปี 2565 ที่ผ่านมาว่า ทางบริษัทฯ ได้รับการรับรองมาตรฐาน CMMI (Capability Maturity Model Integration) Level 3 ซึ่งสะท้อนความเป็นตัวจริงในด้าน Software Engineer ระดับสากล 

ทีมผู้บริหารบริษัท อโยเดีย จำกัด รับมอบใบประกาศนียบัตรรับรองมาตรฐาน CMMI ML 3 จาก ดร.ชยากร 
ปิยะบัณฑิตกุล (ที่สองจากซ้าย) ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไอเซ็ม จำกัด เมื่อวันที่
27 มกราคม 2566

          สำหรับ Capability Maturity Model Integration หรือ CMMI คือมาตราฐานกระบวนการพัฒนาซอฟต์แวร์ที่กำหนดขึ้นโดยสถาบันวิศวกรรมซอฟต์แวร์ มหาวิทยาลัยคาร์เนกี้เมลลอน สหรัฐอเมริกา (Software Engineering Institute, Carnegie Mellon University, USA)  หากองค์กรใดได้รับรองมาตรฐาน CMMI Level 3 ขึ้นไป ถือว่าองค์กรนั้นมี กระบวนการพัฒนาซอฟต์แวร์ที่เป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งองค์กร เป็นที่น่าเชื่อถือ ในระดับสากล ซึ่งในประเทศไทยมีบริษัทพัฒนาซอฟต์แวร์เพียงไม่กี่แห่งที่ได้รับมาตรฐานระดับนี้ อีกทั้งบริษัทฯ ยังได้รับการคัดเลือกจากเขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ประเทศไทย (ซอฟต์แวร์ปาร์ค) โดยการสอบสัมภาษณ์ผู้บริหารให้ได้รับทุนสนับสนุนในการทำการตรวจวัดและประเมินมาตรฐาน CMMI ในครั้งนี้ด้วย

สามผู้ก่อตั้งบริษัท อโยเดีย จำกัด (จากซ้ายไปขวา) คุณเตวิช ตั้งสถิตพร รองกรรมการผู้จัดการ,
คุณอานนท์ ตั้งสถิตพร กรรมการผู้จัดการใหญ่ และ คุณจักรพงศ์ นาคเดช รองกรรมการผู้จัดการ

“ผมมีความภูมิใจที่อโยเดียได้รับการรับรองมาตรฐานระดับนี้ ซึ่งชี้วัดความมีมาตรฐานในกระบวนการพัฒนาซอฟต์แวร์ของเรา นอกจากมาตรฐานนี้จะช่วยสนับสนุนให้อโยเดียได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าแล้ว ยังส่งผลบวกต่อตัวชี้วัดประสิทธิภาพด้านต่างๆ ของบริษัท ที่สำคัญไปกว่านั้นคือ การยืนยันความเป็นมืออาชีพ และความเป็นตัวจริงของบุคลากรภายในองค์กร อันนำมาซึ่งความภาคภูมิใจของพนักงานทุกคน” คุณอานนท์กล่าว

บริษัท อโยเดีย จำกัด เป็นองค์กรที่เต็มเปี่ยมไปด้วยศักยภาพในการพัฒนาซอฟต์แวร์ตามความต้องการของลูกค้า ด้วยการบริหารจัดการที่มีคุณภาพ ความใส่ใจในการวิเคราะห์และออกแบบระบบ กระบวนการทำงานที่เป็นไปตามหลักวิศวกรรมซอฟต์แวร์ และการนำเอาเทคนิคและเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ทันสมัยมาใช้  แม้จะเป็นองค์กรที่ยังมีขนาดไม่ใหญ่นัก แต่อโยเดียสามารถส่งมอบสินค้าและบริการได้ประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง มีลูกค้าทั้งองค์กรเอกชนชั้นนำ และภาครัฐ รวมถึงภาคการเงิน การธนาคาร ไว้วางใจมาโดยตลอด โดยศักยภาพในการพัฒนาซอฟต์แวร์ของบริษัทฯ มีครบรอบด้าน ทั้งการพัฒนาในรูปแบบ Application, Web Application ตลอดจนการพัฒนา Mobile Application มีขีดความสามารถในการออกแบบและพัฒนาระบบที่มีขนาดใหญ่ และมีความซับซ้อนเชิงโครงสร้างให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีความปลอดภัย ทั้งนี้ คุณอานนท์กล่าวเพิ่มเติมว่า “คุณภาพซอฟต์แวร์ไม่ได้ขึ้นกับการทำงานได้ถูกต้องตามความต้องการเท่านั้น (Functional Requirements) แต่ความต้องการด้านอื่นที่แฝงอยู่ซึ่งไม่เกี่ยวกับความต้องการโดยตรง (Non-Functional Requirements) เช่น ประสบการณ์ใช้งานที่ลื่นไหล ไม่ค้างหรือสะดุด, ความปลอดภัยของระบบ ไปจนถึงความสะดวกในการบำรุงรักษา ก็มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน”  โดยอโยเดียยังมีผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปด้านงานบุคคล (HR Suite), งานชีวอนามัย (Health Risk Assessment), ระบบสารสนเทศโรงพยาบาล (HIS) และระบบบริหารสถานพยาบาลภายในองค์กร (PromptCure Solution) ซึ่งตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในทุกภาคธุรกิจอย่างแท้จริง

คุณอานนท์ ตั้งสถิตพร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อโยเดีย จำกัด

         

“อโยเดียพร้อมรักษาและยกระดับมาตรฐานกระบวนการการทำงานอย่างต่อเนื่อง มุ่งสู่การเป็นองค์กรที่บุคลากรล้วนภาคภูมิใจที่ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร และในปี 2566 นี้ เรามีเป้าหมายด้านการรักษามาตรฐาน CMMI และ ISO29110 และจะยกระดับต่อยอดด้วยการรับรองมาตรฐาน ISO/IEC 27001 ซึ่งเกี่ยวข้องกับระบบความปลอดภัยของข้อมูล เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนและต่อเนื่อง  และทำงานเพื่อส่งมอบความสำเร็จให้กับลูกค้าได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด” นายอานนท์กล่าวทิ้งท้าย

ทีมผู้บริหาร และพนักงาน บริษัท อโยเดีย จำกัด ถ่ายภาพหมู่ร่วมกัน ในงานรับมอบใบประกาศนียบัตรรับรองมาตรฐาน CMMI ML3

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมของอโยเดียได้ที่ https://ayodiacompany.com/


About Maylada

Check Also

พลิกมุมคิดการจัดการคลาวด์ไอทีอย่างสมาร์ตฉบับวีเอ็มแวร์ [Guest Post]

แม้คลาวด์จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของการพาองค์กรก้าวข้ามวิกฤตไปสู่การสร้างสรรค์โมเดลธุรกิจหรือกลยุทธ์การแข่งขันใหม่ ด้วยคุณลักษณะที่คล่องตัว (Agility) ในการปรับความต้องการใช้งานโดยอัตโนมัติ (Auto-Scaling) ได้ด้วยตัวเอง (Self-Services) ทว่าหลายองค์กรซึ่งเลือกปฏิวัติระบบธุรกิจขึ้นสู่คลาวด์กลับประสบปัญหาการจัดการทรัพยากรที่ยิบย่อยบนคลาวด์ไม่ไหว แถมหัวจะปวดกับภัยคุกคามที่ยุ่งยากในการป้องกัน ด้วยเหตุนี้ ความคาดหวังต่อไอทีคลาวด์ยุคถัดไป คือ การปรับแต่งแอปพลิเคชันและแพลตฟอร์มคลาวด์ไอทีให้ทันสมัยตรงต่อความต้องการทางธุรกิจ ภายใต้ระบบการรักษาความปลอดภัยแบบองค์รวมที่แข็งแกร่ง ทั่วถึง และเป็นอัตโนมัติกว่าเดิม

เสริมแกร่งความมั่นคงปลอดภัยในที่ทำงานด้วยบริการไอทีฉลาดล้ำกว่าเคย

บทความโดย คุณธเนศ อังคศิริสรรพ ผู้จัดการทั่วไป ประจำภูมิภาคอินโดจีน เลอโนโว ด้วยรูปแบบการทำงานแบบไฮบริดและยืดหยุ่นในองค์กรหลายแห่ง บริษัทหลายแห่งต่างกำลังพยายามตอบสนองต่อความคาดหวังและลำดับความสำคัญของพนักงาน ฝั่งทีมไอทีเองก็ต้องรักษามาตรฐานการให้บริการจากทางไกลในระดับสูงเพื่อสนับสนุนให้พนักงานยังคงสามารถทำงานได้มีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง การทำให้พนักงานมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลนั้น บริษัทจะต้องสร้างระบบไอทีที่แข็งแกร่งทนทานยิ่งขึ้นพร้อมกับคงไว้ซึ่งแนวทางใหม่ในการทำงาน  อย่างไรก็ตาม ความท้าทายคือ สภาพแวดล้อมการทำงานแบบไฮบริดในทุกวันนี้ทำให้การจัดการจากระยะไกลนั้นซับซ้อนยุ่งยาก ระบบการจัดการทรัพยากรรุ่นเก่ายิ่งทำให้ผู้ดูแลระบบไอทีจัดการงานและภัยคุกคามเชิงรุกได้ยากกว่าเดิม …