AI จะช่วยการเคลมประกันภัยรถยนต์เร็วขึ้นได้อย่างไร

“ชน จ่าย จบ” แล้วถ้าไม่จบ AI ช่วยได้
อุบัติเหตุทางรถยนต์ ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นทั้งกับตัวเอง และกับผู้อื่น เหตุการณ์ทุกอย่างมักเกิดขึ้นฉับพลันแบบไม่ทันตั้งตัวเพียงเสี้ยววินาที ไม่ว่าสาเหตุจะเกิดจากประมาทด้วยตัวเอง คู่กรณีประมาท หรือ ประมาทร่วมก็ตาม หลังเกิดเหตุส่วนใหญ่ทุกคนคิดว่าตัวเองไม่ผิด เพราะมีความเสียหายทางทรัพย์สิน และอาการบาดเจ็บทางร่างกาย ที่จะต้องดำเนินการซ่อมแซมรักษากันต่อไป ไม่มีใครสามารถย้อนช่วงเวลากลับไปแก้ไขทุกอย่างให้ปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นได้ จึงได้มีกฏหมายบังคับให้เจ้าของรถยนต์ต้องทำประกันภัยรถยนต์คุ้มครองทั้งทรัพย์สินและชีวิต เพื่อเป็นตัวกลางในการไกล่เกลี่ยเคลมค่าสินไหมความเสียหายตามวงเงินที่ระบุไว้ในสัญญากรมธรรม์
 
ประกันภัยรถยนต์ มี  2 ประเภท
  1. การประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (Compulsory Third Party Insurance)
            ความคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถยนต์ หรือที่เรียกว่า “การประกันภัย พ.ร.บ.” บริษัทประกันภัยฯ จะชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้ประสบภัยที่ได้รับความเสียหายต่อชีวิตร่างกาย หรืออนามัยของผู้ประสบภัยในนามผู้เอาประกันภัย และกรณีที่ผู้ประสบภัยที่เป็นผู้ขับขี่รถที่เป็นฝ่ายผิด หรือไม่มีคู่กรณี จะได้รับความคุ้มครองเฉพาะค่าเสียหายเบื้องต้นเท่านั้น
 
  1. การประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ (Voluntary Motor Insurance)
            ความคุ้มครองรถยนต์ที่เกิดความเสียหายจากการเกิดอุบัติเหตุ ปัจจุบันการประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจที่เป็นมาตรฐาน แบ่งความคุ้มครองได้เป็น 5 ประเภท ได้แก่
    • การประกันภัยรถยนต์ ประเภท 1
    • การประกันภัยรถยนต์ ประเภท 2
    • การประกันภัยรถยนต์ ประเภท 3
    • การประกันภัยรถยนต์ ประเภท 4 หรือ กรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์คุ้มครองความรับผิดต่อทรัพย์สินบุคคลภายนอก
    • การประกันภัยรถยนต์ ประเภท 5 หรือ กรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์คุ้มครองภัยเฉพาะ แบบประกัน 2 พลัส (2+) แบบประกัน 3 พลัส (3+)
หมายเหตุ : สามารถศึกษาข้อมูลเรื่องการประกันรถยนต์เพิ่มเติมได้ที่ https://www.tgia.org/insurance/motor
 
หลังจากเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ขึ้น จะมีฝ่ายที่เกี่ยวข้องเข้ามาจัดการตามขั้นตอน ทั้งในเรื่องอาการบาดเจ็บต่อผู้ประสบภัย และการนำรถยนต์ที่เสียหายเข้าอู่ในเครือฯ เพื่อซ่อมแซมให้กลับมาใช้งานได้ตามปกติ เป็นหน้าที่ของบริษัทประกันภัยฯ ที่จะต้องเข้ามาดูแลเรื่องการชดเชยความสินไหมที่ระบุไว้ตามประเภทของกรมธรรม์
 
บริษัทประกันภัยฯ จะต้องทำงานเก็บข้อมูลของอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น เพื่อประมวลผลและวิเคราะห์สรุปผลหาข้อเท็จจริง กรณีเหตุที่เกิดขึ้นมีคู่กรณี จะต้องสรุปหาฝ่ายผิด ฝ่ายถูก หรือ ประมาทร่วม จากข้อมูลหลักฐานจำนวนมากในที่เกิดเหตุ ไม่ว่าจะเป็นรูปภาพ ชิ้นส่วนรถยนต์ หรือเอกสารรายงานจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งจากสถิติการเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ของปี 2019 พบว่ามีรถยนต์เกือบ 6.8 ล้านคันในประเทศสหรัฐอเมริกาเพียงประเทศเดียวเท่านั้น นี่เพียงแค่ข้อมูลของจำนวนรถยนต์ยังไม่นับรวมความเสียอื่นๆ ที่ได้รับผลกระทบจากการเกิดอุบัติเหตุของรถยนต์ในแต่ละครั้ง เช่น ระบบท่อน้ำประปาเสียหาย เสาไฟฟ้าหักล้ม ต้นไม้ บ้านเรือน และอื่นๆ ซึ่งจะเป็นข้อมูลที่เพิ่มปริมาณของข้อมูลการเกิดเหตุให้บริษัทประกันภัยฯ นำมาประมวลผลสรุปการเกิดอุบัติเหตุยากขึ้น และใช้ระยะเวลานานมากขึ้นด้วย 
 
John Goodson ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีของ CCC Intelligent Solutions บริษัทผู้ให้บริการโซลูชันเทคโนโลยีสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์และการประกันภัย ได้กล่าวว่า “ข้อมูลปัจจัยสาเหตุและความเสียหายจากการเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์เหมาะสำหรับการนำปัญญาประดิษฐ์เข้าไปใช้ในกระบวนการเคลมค่าสินไหม”
 
การใช้ระบบ AI เข้ามาช่วยการประมวลผลการเคลมประกันมีอัตราที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2021 ทาง CCC Intelligent Solutions รายงานถึงการใช้ระบบ AI ในการประมวลผลการเคลมประกันรถยนต์เพิ่มขึ้นถึง 50% และมีการแจ้งเรื่องเคลมประกันภัยรถยนต์ที่มีลักษณะเหตุการณ์ฉีกแนว หรือลักษณะพิเศษมากกว่า 9 ล้านครั้ง ซึ่งจะทำให้ระบบ AI ต้องนำมาเรียนรู้ข้อมูลเชิงลึกสำหรับเป็นฐานข้อมูลต่อไปได้ ถือว่าเป็นตัวเลขที่เพิ่มขึ้นกว่า 80% จากปีที่ผ่านมา
 
แนวคิดในการนำระบบ AI เข้ามาช่วยเร่งกระบวนการประมวลผลการเคลมประกันภัย CCC Intelligent Solutions ให้ความสำคัญมากกับคลังข้อมูลของตัวอย่างที่มีประวัติการเกิดเหตุรถยนต์ชนกันกว่า 16 ล้านครั้งต่อปี เพื่อนำมาทำเป็นต้นแบบเหตุการณ์ที่ซ้ำกัน คล้ายคลึงกันมากที่สุด มาทำเป็นฐานข้อมูลให้กับระบบ AI เพื่อนำไปเรียนรู้และวิเคราะห์เชิงลึกต่อไป โดยชนิดของข้อมูลส่วนใหญ่จะได้มาจากรูปถ่ายจากรายงานเหตุการณ์จริงหลังเกิดเหตุที่มีจำนวนหลายพันล้านรูปภาพ ซึ่งในรายงานส่วนใหญ่จะระบุข้อมูลรูปภาพตามหัวข้อแบบฟอร์ม เช่น ตำแหน่งและลักษณะร่องรอยความเสียหายบนรถยนต์ และค่าใช้จ่ายในการซ่อม ซึ่งจะเป็นข้อมูลที่มีความซ้ำๆ กัน จึงทำให้ระบบ AI สามารถนำมาประมวลผลเชิงลึกได้ง่ายและรวดเร็วมากขึ้น
 
รูปแบบการทำงานของเจ้าหน้าที่ประเมินค่าสินไหมชดเชยค่าซ่อมแซมรถยนต์ที่เกิดจากอุบัติเหตุในแต่ละครั้ง จะมีกระบวนการกรอกข้อมูลจากการซักถามตามรูปแบบหัวข้อที่เอกสารแบบฟอร์มการรับเคลมระบุความต้องการไว้เบื้องต้น ซึ่งจะเป็นคำถามเดิมที่ถูกใช้บ่อยครั้ง และคำตอบก็อาจจะมีโอกาสซ้ำกันมาก ถือว่าเป็นคลังข้อมูลมากพอที่จะสามารถทำให้ระบบ AI มีฐานข้อมูลเชิงลึกเพื่อนำไปประมวลผลร่วมกับฐานข้อมูลที่เป็นรูปภาพ AI จึงสามารถแสดงผลข้อมูลแนะนำรูปแบบการให้บริการลูกค้าของบริษัทประกันภัยฯ ได้อย่างรวดเร็ว และในบางกรณีอาจจะไม่จำเป็นต้องใช้บริการจากพนักงานรับเคลมประกันเลย ทำให้ลูกค้าไม่ต้องเสียเวลาในการรอคอย และเป็นการลดกำลังพลแรงงานในกระบวนการเคลมของบริษัทประกันภัยฯ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
 
ความก้าวหน้าของเทคโนโลยี ML : (Machine Learning) ในปัจจุบันนี้รุดหน้ากว่าในอดีตอย่างมาก จากการวิเคราะห์รูปแบบ หรือ Pattern Recognition และทฤษฎีที่ว่า คอมพิวเตอร์อาจสามารถเรียนรู้และค่อยๆ พัฒนาการทำงานต่างๆ ด้วยตนเองได้ โดยไม่ต้องอาศัยการตั้งค่าข้อมูลให้กับโปรแกรมอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะการระบุยืนยันตัวตน เช่น ข้อมูลทะเบียนรถยนต์ ข้อมูลใบขับขี่ ข้อมูลบัตรประชาชน ข้อมูลที่อยู่ (แขวง เขต ซอย ถนน) ซึ่งอาจจะต้องอาศัยการประมวลผลภาษาธรรมชาติ (NLP) เข้ามาช่วยขั้นตอนการรับเข้าข้อมูลให้ระบบเอกสารดิจิทัลมีความสะดวก รวดเร็ว และง่ายขึ้น
 
ถึงแม้ว่ารูปแบบการประมวลผลการเคลมประกันภัยรถยนต์ เป็นระบบงานที่มีคลังข้อมูลขนาดใหญ่ที่มีความซ้ำกันของข้อมูลจำนวนมาก ทำให้ระบบ AI สามารถนำไปการเรียนรู้ข้อมูลเชิงลึกและประมวลผลออกได้อย่างลงตัว แต่ทาง CCC Intelligent Solutions จะมีการพัฒนาระบบ AI ในอนาคต ให้สามารถใช้รูปแบบวีดีโอถ่ายทอดสดเข้ามายังช่องทางของบริษัทประกันภัยฯ เป็นการยกระดับระบบ AI สำหรับงานเคลมประกันภัยรถยนต์ให้มีการบริการที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นไปอีก
 

About Pawarit Sornin

- จบการศึกษา ปริญญาตรี สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต - เคยทำงานด้าน Business Development / Project Manager / Product Sales ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Wireless Networking และ Mobility Enterprise ในประเทศ - ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

VMware เปิดตัว VCF 9.1 ยกระดับ Private Cloud เพิ่มความคุ้มค่าและความปลอดภัย ตอบโจทย์ยุค AI

VMware ได้ประกาศเปิดตัว VMware Cloud Foundation หรือ VCF 9.1 อย่างเป็นทางการ หวังยกระดับ Private Cloud ให้เป็นแพลตฟอร์มที่บริหารจัดการได้ง่าย คุ้มค่าต่อการลงทุน และมาพร้อมกับระบบรักษาความปลอดภัยที่แข็งแกร่งตั้งแต่ระดับโครงสร้างพื้นฐาน …

ทรู ผนึก Google และ อว. ดันโครงการ AI for All Thais ปั้นหลักสูตร AI ลงมหาวิทยาลัย ตั้งเป้าอัปสกิลคนไทย 12 ล้านคน

บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น ประกาศความร่วมมือระดับประเทศกับ Google และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือ อว. เปิดตัวโครงการ AI for All Thais …