การโจมตีด้วย AI, ช่องโหว่ zero-day และองค์กรอาชญากรรมไซเบอร์ ครองอันดับสูงสุดภัยคุกคามในรายงาน Secureframe

รายงานฉบับใหม่ที่เผยแพร่ในวันนี้โดย Secureframe ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มระบบอัตโนมัติด้านการปฏิบัติตามข้อกำหนด ได้สรุปภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่อันตรายที่สุดในปี 2025 จนถึงปัจจุบัน โดยเน้นการโจมตีที่ได้รับการเสริมพลังด้วยปัญญาประดิษฐ์ การใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ zero-day และองค์กรอาชญากรรมไซเบอร์ ว่าเป็นความเสี่ยงสำคัญที่สุดในปีนี้

Credit: ShutterStock

รายงานได้ระบุภัยคุกคามหลัก 8 ประการที่ส่งผลกระทบต่อองค์กรในปัจจุบัน โดย แรนซัมแวร์ ฟิชชิง ภัยคุกคามจากบุคคลภายใน และการรั่วไหลของข้อมูลจากการถูกขโมยข้อมูลยืนยันตัวตน ยังคงสร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การโจมตีด้วยแรนซัมแวร์ที่มุ่งเป้าไปยังผู้ให้บริการอุตสาหกรรม ซึ่งพุ่งสูงขึ้นถึง 46% ในไตรมาสแรกของปีนี้ ขณะเดียวกัน ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยจากเหตุข้อมูลรั่วไหลในภาคการดูแลสุขภาพพุ่งขึ้นเป็น 5.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สูงกว่าภาคส่วนอื่นถึง 25%

ในบรรดาเหตุการณ์แรนซัมแวร์หลายกรณีในปีนี้ รายงานได้เน้นย้ำกรณีหนึ่งเมื่อช่วงต้นปี ที่บริษัท KNP Logistics Group ในสหราชอาณาจักร ซึ่งมีอายุ 158 ปี ต้องล้มละลาย หลังจากรหัสผ่านเพียงหนึ่งรายการถูกแฮ็ก ส่งผลให้ระบบของบริษัทถูกทำลายอย่างรุนแรง

รายงานระบุว่า ภัยคุกคามรูปแบบใหม่ที่เกิดจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีนั้นกำลังสร้างความท้าทายที่ซับซ้อนยิ่งกว่าปีที่ผ่านมา โดยไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่ AI เชิงสร้างสรรค์กลายเป็นปัจจัยหลักในภัยคุกคามนี้ ซึ่งกำลังถูกใช้ในวงกว้างเป็นอาวุธในการสร้างอีเมลฟิชชิงที่น่าเชื่อถือ สื่อปลอม และมัลแวร์ที่เปลี่ยนรูปแบบได้เพื่อหลบเลี่ยงระบบตรวจจับ

ช่องโหว่ในห่วงโซ่อุปทานก็ถูกรายงานว่าเพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยผู้โจมตีเริ่มแทรกซึมเข้าไปยังสภาพแวดล้อมขององค์กรผ่านผู้ให้บริการภายนอก โดยในกรณีหนึ่งที่ถูกกล่าวถึง การโจมตีในเดือนพฤษภาคมที่เกี่ยวข้องกับผู้ให้บริการ SAP SuccessFactors ที่ถูกเจาะ ส่งผลกระทบต่อบริษัทในอุตสาหกรรมสุขภาพ ก่อสร้าง และสินค้าอุปโภคบริโภค

ช่องโหว่แบบ zero-day หรือช่องโหว่ที่ถูกโจมตีก่อนแพตช์แก้ไข ยังถูกนำมาใช้โจมตีได้เร็วกว่าที่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เช่นในกรณีช่องโหว่ร้ายแรงใน Microsoft SharePoint รหัส CVE-2025-53770 ซึ่งถูกโจมตีจริงก่อนที่แพตช์จะแก้ไขได้ โดยช่องโหว่นี้ซึ่งมีชื่อเรียกว่า “ToolShell” ส่งผลกระทบต่อ SharePoint Server รุ่น on-premises ทั้ง 2016, 2019 และ Subscription Edition โดยต้นตอมาจากกระบวนการ deserialization ที่ไม่ปลอดภัย ทำให้ผู้โจมตีสามารถรันโค้ดจากระยะไกลได้โดยไม่ต้องยืนยันตัวตน และเข้าควบคุมเซิร์ฟเวอร์ได้อย่างสมบูรณ์

ในด้านภัยคุกคามจากรัฐชาติ รายงานพบว่า กลุ่มผู้โจมตีได้เพิ่มความรุนแรงของภัยคุกคามแบบถาวรขั้นสูง โดยใช้เทคนิคซ่อนตัว เช่น มัลแวร์แบบไม่ใช้ไฟล์ และการขโมยข้อมูลยืนยันตัวตน เพื่อเจาะเป้าหมายในภาคกลาโหม พลังงาน และโทรคมนาคม โดยรายงานระบุว่ากลุ่มอย่าง APT33 และ APT39 มีการขยายปฏิบัติการในระดับโลกอย่างต่อเนื่อง

Secureframe ยังได้นำเสนอคู่มือการป้องกันภัยใน 10 ขั้นตอน ซึ่งสอดคล้องกับกรอบการทำงานด้านความมั่นคงปลอดภัยของ National Institute of Standards and Technology (NIST) เวอร์ชัน 2.0 และมาตรฐาน ISO/IEC 27001 ด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ เพื่อช่วยให้องค์กรสามารถเสริมสร้างแนวทางการป้องกันความมั่นคงปลอดภัย

คำแนะนำในรายงานนี้รวมถึง การบังคับใช้ระบบยืนยันตัวตนแบบหลายปัจจัย การประเมินความเสี่ยงของผู้ให้บริการภายนอกอย่างรัดกุม และการจัดการฝึกซ้อมสถานการณ์จำลองเหตุการณ์ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ นอกจากนี้ รายงานยังกำชับให้องค์กรปรับใช้ระบบการเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง กรอบงาน zero-trust และการตรวจจับความผิดปกติด้วย AI เพื่อรับมือกับภัยคุกคามที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาอีกด้วย

ที่มา: https://siliconangle.com/2025/08/07/ai-driven-attacks-zero-days-cybercrime-syndicates-top-secureframe-threat-report/

About นักเขียนฝึกหัดหมายเลขเก้า

Check Also

Microsoft เปิดตัว Integrated Security Operations Center บน Defender ยกเครื่อง SOC รองรับ AI Agent

Microsoft เปิดตัว Integrated Security Operations Center (ISOC) บน Microsoft Defender พร้อมย้ายความสามารถด้าน SIEM จาก Microsoft Sentinel …

[วีดีโอย้อนหลัง] SendQuick Webinar : Identity Under Attack “ถอดบทเรียนการโจมตีในไทย และวิธีป้องกันด้วย MFA”

เรื่อง MFA กำลังเป็นประเด็นใหญ่ โดยเฉพาะกับหน่วยงานภาครัฐ และหน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ซึ่งวันนี้ได้เริ่มประกาศบังคับใช้เป็นข้อบังคับพื้นฐานแล้วในประกาศจาก สกมช. โดยใครที่พลาด SendQuick Webinar เรื่อง “Identity Under Attack : ถอดบทเรียนการโจมตีในไทย …