Acer เปิดตัวโน๊ตบุ๊ค Swift ใหม่ ใช้ Intel Core Ultra มาพร้อมปุ่ม Copilot

Acer เปิดตัวโน๊ตบุ๊ค Swift ใหม่หลายรุ่น ใช้ Intel Core Ultra มาพร้อมปุ่ม Copilot

Acer Swift X 14
Credit: Acer

ในงาน CES 2024 ที่กำลังจัดขึ้น Acer ได้ประกาศเปิดตัวโน๊ตบุ๊คใหม่ นำโดย Acer Swift X 14 โน๊ตบุ๊คตัวแรงที่ใช้หน่วยประมวลผล Intel Core Ultra 7 หรือ Core Ultra 5 แบบ H-series ใช้หน้าจอความละเอียดสูงสุด 2880×1880 แบบ OLED ผู้ใช้งานสามารถเลือก GPU ได้เอง รองรับทั้ง RTX 4070, 4060, 4050 และ 3050 นอกจากนี้ยังมีหน่วยความจำและหน่วยจัดเก็บข้อมูลสูงสุด 32GB และ 1TB ตามลำดับ Acer Swift X 14 มีราคาจำหน่ายในสหรัฐเริ่มต้น 1,399 เหรียญ

นอกจากนี้ Acer ยังเปิดตัว Acer Swift Go 14 และ Swift Go 16 โน๊ตบุ๊ครุ่นบางเบา ขนาดหน้าจอ 14 นิ้วและ 16 นิ้วตามลำดับ มาพร้อมหน้าจอ OLED ใช้ชิปประมวลผล H-series หรือ U-series, มีหน่วยความจำสูงสุด 32GB และหน่วยจัดเก็บข้อมูลสูงสุด 2TB ราคาเริ่มต้น 749 เหรียญ จุดที่แตกต่างจาก Swift X คือการใช้ GPU Intel Arc แทน NVIDIA

Acer Swift Go 14
Credit: Acer

 

Acer Swift Go 16
Credit: Acer

โน๊ตบุ๊คทั้งสามรุ่นจะมาพร้อมปุ่ม Copilot ใหม่บนคีย์บอร์ด ทำให้สามารถเรียกใช้งาน Windows Copilot ได้อย่างรวดเร็ว ซึ่ง Acer ยังใส่ฟีเจอร์ด้าน AI เพิ่มเข้ามาอีกด้วย เช่น Acer PurifiedVoice 2.0 ช่วยการตัดเสียงรบกวน และ Acer PurifiedView ช่วยในการปรับปรุงคุณภาพของ Webcam เช่น การทำ Background blur, Automatic Framing และ Eye Contact ตอบโจทย์ยุค AI PC

ที่มา: https://9to5google.com/2024/01/07/acer-swift-x-oled-core-ultra/

About เด็กฝึกงาน TechTalkThai หมายเลข 1

นักเขียนผู้มีความสนใจใน Enterprise IT ด้วยประสบการณ์กว่า 10 ปีในไทย ปัจจุบันใช้ชีวิตอยู่ที่สหรัฐอเมริกา แต่ยังคงมุ่งมั่นในการแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ด้านเทคโนโลยีให้กับทุกคน

Check Also

แทนเจอรีน ผนึกกำลัง Google Cloud เปิดตัว “Gemini Enterprise Experience Center” ศูนย์การเรียนรู้ AI เพื่อขับเคลื่อน Work Transformation ในประเทศไทย [Guest Post]

เดินหน้าเร่งองค์กรไทยสู่ยุค Agentic AI ผ่านกรณีศึกษาจริงและคำปรึกษาเชิงลึกจากผู้เชี่ยวชาญ

OpenAI เช่าดาต้าเซ็นเตอร์ AI ขนาด 10 กิกะวัตต์ในรัฐ Ohio จาก SB Energy ของ SoftBank

OpenAI ประกาศเซ็นสัญญาเช่าคลัสเตอร์ดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ในรัฐ Ohio เป็นระยะเวลา 20 ปี โดยจะมีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานใหม่ไม่ต่ำกว่า 10 กิกะวัตต์รองรับการใช้งาน